ReadyPlanet.com
dot
dot
แนะนำผู้เขียน
dot
bulletนายกสโมสรโรตารีสกลนคร ปีบริหาร 2556 - 2557
bulletสรรค์สนธิ บุณโยทยาน
dot
สากกะเบือยันเรือรบ กับปราสาทภูเพ็ก สกลนคร
dot
bulletปฏิบัติการวันสิ้นโลกภาค 2 ข้ามทวีป ปราสาทภูเพ็ก สกลนคร VS ปีรามิดเผ่ามายา เม็กซิโก
bulletพระพุทธรูปศิลปะขอมซ่อนอยู่ใต้โพรงหินที่ปราสาทภูเพ็ก.....สื่อถึงอะไร
bulletปฏิบัติการภูเพ็ก ดอนสวรรค์ พิสูจน์คำทำนายซินแส ฮวงจุ้ยเมืองสกล
bulletปฏิบัติการ "กาลิเลโอ" วัดความเร็วการหมุนของโลกที่ปราสาทภูเพ็ก
bulletภูเพ็ก....เมกกะโปรเจค นครที่สาปสูญ
bulletปฏิบัติการวันสิ้นโลก 2012 ท้าพิสูจน์ที่ปราสาทภูเพ็ก สกลนคร
bulletความเป็นมาของปราสาทภูเพ็ก
bulletตลึง ! พบ “ฝายหินพันปี” กลางป่าภูเพ็ก
bulletวัดโลกทั้งใบ ไทย กัมพูชา ปฏิบัติการ "อีราโตสทีเนส" ข้ามประเทศ
bulletครบรอบ 10 ปี การค้นพบ "สุริยะปฏิทินพันปี" ปราสาทภูเพ็ก
bulletปรากฏการณ์ดาราศาสตร์ "เหมายัน" 21 -22 ธันวาคม ที่ปราสาทภูเพ็ก
bulletเผยเทคนิคการออกแบบก่อสร้างปราสาทภูเพ็ก
bulletความเป็นมาของสุริยปฏิทิน
bulletพิสูจน์สุริยะวิถี กับปฏิทินมหาศักราชที่ปราสาทภูเพ็ก
bulletรับพลัง "สุริยันจันทรา" ประชันดาวหางแพนสตาร์
dot
เปิดโลกวิทยาศาสตร์
dot
bulletEarth and Space Class
bulletOperation Chou Li Episode II (Measuring Earth's Tilt)
bulletOperation Rahu VII How far and how big is the sun
bulletวิเคราะห์ฤกษ์รัตนโกสินทร์ในมุมวิทยาศาสตร์
bulletOperation Rahu Episode VI How far and how big is the Moon
bulletปฏิบัติการพิมาย ชาตินี้มีครั้งเดียว Operation Phimai Once or Never
bulletนาฬิกาแดดโรงเรียนวิถีธรรม ม.ราชภัฏสกลนคร
bulletทำไมชาวมายาในเม็กซิโกจึงมีรูปร่างหน้าเหมือนคนเอเซีย
bulletปฏิบัติการชูหลี (Operation Chou Li) ยืนยันมุมเอียงโลก 23.5 องศา
bulletปรากฏการณ์ดวงอาทิตย์ตรงศรีษะ (sun overhead)
bulletOperation Rahu 5 วัดระยะทางโลก - ดวงอาทิตย์
bulletOperation Rahu 4 วัดระยะทางโลก - ดวงจันทร์
bulletเกาะติดไปกับยาน New Horizons เผยความลับพลูโต "ดาวเคราะห์ลูกเมียน้อย"
bulletทำนาน้ำน้อยแต่ผลผลิตสูง เป็นไปได้หรือไม่ More Rice With Less Water?
bulletปฏิบัติการเวกัส 2558 "อีราโต้สทีเน้ส " ภาค 2 วัดโลกทั้งใบด้วยไม้แท่งเดียว
bullet21-22 มิถุนายน ปรากฏการณ์ดาราศาสตร์ "ครีษมายัน" Summer Solstice กลางวันยาวที่สุดในรอบปี
bulletOperation Rahu Episode III 4 April 2015 วัดระยะทางโลกไปดวงจันทร์
bulletปฏิบัติการ "เจนัส" วัดมุมเอียงของโลก
bulletOperation Rahu Episode II สูตรใหม่คำนวณระยะทางโลกไปดวงจันทร์
bulletOperation Rahu Episode I measuring earth to moon วัดระยะทางจากโลกถึงดวงจันทร์ ในปรากฏการณ์จันทรุปราคาเต็มดวง
bulletดางหาง ISON ปรากฏการณ์ดาราศาสตร์ปิดท้ายปี 2556
bulletมองหมากเม่าผ่านมิติดาราศาสตร์
bulletดาราศาสตร์ที่เราเห็น.....ล้วนเป็นภาพลวงตา
bulletเข้าพรรษาบางปีทำไมต้องเดือน 8-8
bulletประสบการณ์ตรงเรื่อง "ยูเอฟโอ" ผมคิดแบบวิทยาศาสตร์
bulletโลกล้านปีที่แอ่งสกลนคร
bulletวัดมุมเอียงของโลก...ด้วยไม้แท่งเดียว
bulletเกาะติดการค้นหาชีวิตบนดาวอังคาร กับยาน Curiosity
bulletหม้อหุงข้าวพลังแสงอาทิตย์ นวัตกรรมติดดิน
bulletนาฬิกาแดดต้นแบบมิติเวลาของมนุษยชาติ
bulletภาคปฏิบัติ....วัดโลกทั้งใบด้วยไม้แท่งเดียว
bulletการอบรมเชิงปฏิบัติการ "อีราโทสทีเนส"
bulletชวนครูไทย วัดโลกทั้งใบ ด้วยไม้แท่งเดียว
dot
จับประเด็นร้อน
dot
bulletฤาตำนานหนองหารล่ม.....จะกลายเป็นเรื่องจริง
bulletทำไมคนถึงอยากครอบครอง "ดอนสวรรค์" ในบึงหนองหาร สกลนคร
bulletกู้ "หนองหาร" ด้วยมือเรา.....เริ่มต้นที่บ้าน
bulletบทเรียนอันเจ็บปวดของเขื่อนในอเมริกา....ฤา จะสะท้อนสามแสนล้านบาทเพื่อจัดการน้ำของไทย
bulletโบราณวัตถุพันปีสกลนคร....อยู่ในภาวะเสี่ยงสูญหาย
bulletภัยมืดรุกชาวสกล...จากสาหร่ายพิษในหนองหาร
bulletกรมศิลปากรโยนหินถาม...เอกสารสิทธิ์ทับคูเมืองโบราณ จะออกทางไหน
bulletน้ำท่วม "ตัวเมืองสกล" บทเรียนที่น่าจะถึงเวลาสรุปเสียที
bulletพายุ "นกกระเตน" ทำเสียหายสวนยางเมืองสกล
bulletฤา...นโยบาย 300 บาท จะช่วยบรรเทาปัญหา “หัวดำออก หัวหงอกเลี้ยง”
dot
อินเดียน่าโจนส์ (ภาคสรรค์สนธิ)
dot
bulletAdventure Tourism (Search-Found-Selfie) ลุยป่าค้นหาขอมพันปี
bulletBig Project Tourism SNO
bulletTourism Project Proposal
bulletยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวเส้นทาง "ราชมรรคา"
bulletThe Riddle of Ayutthaya
bulletOperation Bhishma 2016 ปฏิบัติการดาราศาสตร์ข้ามทวีป ..... การหมุนรอบตัวเองและวงโคจรของโลกยังคงปกติหรือไม่?
bulletทำไมวันปีใหม่ต้องเป็น 1 มกราคม? Why does the new year begin on January 1 ?
bulletผลการดูงานสหกรณ์การเกษตรประเทศไต้หวัน 23 - 26 สิงหาคม 2559
bulletSt.Peter's Fish โปรโมทการท่องเที่ยวและสร้างอาชีพใหม่....สกลนคร
bulletประกาศิตเทพเจ้ากูกูลข่าน The Return of God Kukulkan
bulletปฏิบัติการดาราศาสตร์ข้ามทวีป Operation Transcontinental Equinox 2016
bulletวางผังเมืองเชียงใหม่ด้วยวิธีดาราศาสตร์
bulletกุมภาพันธ์ ปี "อธิกสุรทิน" ทำไมต้อง 29 วัน
bulletมองผ่านประตูพระธาตุพนมในอีกมุม
bulletจับพิรุธรูปสลักหินอ่อน "กษัตริย์เดวิท" ที่เมืองฟอร์เรนซ์
bulletย้อนอดีตกรุงเก่าอยุธยา ถือฤกษ์ "รามนะวามิ"
bulletท่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ "โสมสูตร" ที่ปราสาทขอมในกัมพูชาหายไปไหนหมด
bulletอาทิตย์ตั้งฉากกับพุทธสถานชื่อดังในวันวิสาขบูชาโลก
bulletประตูเมืองโบราณสกลนครอยู่ตรงไหน
bulletTourism Gimmick
bulletปราสาทพิมายในมุมมองวิทยาศาสตร์
bulletมองปราสาทขอม ในแง่มุมดาราศาสตร์ การเมือง และความเชื่อ โดยนักรบออนไลน์ กับไกด์มืออาชีพ
bulletตรุษจีน ตรุษเวียต ตรุษไทสกล และบุญเบิกฟ้า
bulletปริศนา "ปราสาทบายน" ฤา.....มนุษยชาติจะผ่านพ้นความขัดแย้ง
bulletประสูติ ตรัสรู้ ปรินิพพาน ทำไมต้องใช้ชื่อว่า "วิสาขะ"
bulletราหู.....น้ำอมฤต.....สนามบินสุวรรณภูมิ
bulletอาณาจักร "ทวารวดี" ทำไมจึงล่มสลาย
bulletไขประตูสู่อดีตพระธาตุเชิงชุม ...... ในอีกมุมมอง
bullet"มาฆบูชา" ทำไมต้องใช้ชื่อนี้
bullet"ทัชมาฮาล" ในมุมมองดาราศาสตร์
bulletคำสอนพุทธองค์เปล่งประกายอีกครั้งในดินแดนภารตะ
bulletเมือง "สารนาท" ที่มาแห่งวันอาสาฬหบูชา
bulletพระธาตุดุม....ในอีกมุมมอง
bulletถอดจารึกขอม "ภูถ้ำพระ" ทำไมพระพุทธรูปไปอยู่ที่นั่น
bulletแกะรอย "สุริยะเทพ" ที่ปราสาทพนมบาเค็ง
bulletหนองหารหลวงเมืองหน้าด่าน ยันกับอาณาจักรจาม
bulletถอดความศิลาจารึกพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 พบ "ฤกษ์อโรคยาศาล"
bulletมุมมองใหม่ "สะพานขอม" ฝายทดน้ำชลประทาน
bulletปราสาทหินพิมาย กับสามเหลี่ยมพุทธมหายาน
bulletจากพระธาตุเชิงชุม ถึงพุทธคยา
bulletปราสาทขอมเมืองสกล.....เอาหินมาจากไหน ?
bulletไขความลับปราสาทนารายณ์เจงเวง
bulletถอดรหัสขอมพันปี 80 องศา พบราศีเมษ
bulletหลากมิติอารยธรรม 4 ยุค "บ้านท่าวัด" ริมหนองหาร สกลนคร
bulletไขปริศนาปราสาทพนมรุ้ง
bullet13 เมษายน 2551 วันสงกรานต์ จริงหรือ ?
bullet21 มี.ค. 51 ปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ของโลก
bulletตำนานวันปีใหม่ มิติแห่งกาลเวลาของมนุษยชาติ
bulletเข้าพรรษา ปี 2550 ทำไมต้องมีเดือนแปดสองหน
bulletมหาสงกรานต์ 13–15 เม.ย.
bulletDownload ภาคสรรค์สนธิ
bulletปฏิบัติการอีราโตสทีเนสวัดโลกทั้งใบ ด้วยไม้แท่งเดียว
dot
รายการการศึกษาที่น่าสนใจ
dot
bulletความรู้เรื่องพระไตรปิฎก
bulletวัดอภัยสมุทร
bulletสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน
dot
คอลัมน์กิตติมศักดิ์
dot
bulletบ่าวคำหอม ล่ะเบ๋อ
bulletอินเดียน่าโจนส์ (ภาคสรรค์สนธิ)
dot
เว็บที่เกี่ยวข้อง
dot
bulletจังหวัดสกลนคร
bulletเทศบาลเมืองสกลนคร
bulletม.ราชภัฏสกลนคร
bulletจดหมายเหตุเมืองสกลนคร
bulletเทศบาลเมืองนครพนม
bulletเทศบาลตำบลอากาศอำนวย
bulletศูนย์ประติมากรรมกรุงเทพ
bulletweb thaiNGO
bulletสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสกลนคร
dot
นานาสาระ
dot
bulletฝนหลวง
bulletรวมชีวประวัติ ปฏิปทา คติธรรมคำสอนพระกรรมฐาน
bulletฐานรากเศรษฐกิจพอเพียง
bulletบทความน่าสนใจ จากสื่อไทย
bulletรู้ไว้ใช่ว่า ใส่บ่าแบกหาม
bulletพจนานุกรมภาษาอีสาน
bulletข้อคิดดีๆจากภาพยนต์
dot
ข้อมูลเกี่ยวกับขยะ
dot
bulletพลังงานจากขยะ
bulletตัวอย่างโครงการคัดแยกขยะ
dot
ข่าวประชาสัมพันธ์
dot
bulletข่าวสาร บ้านเฮา
bulletข่าว เด่นประเทศเพื่อนบ้าน
bulletช่าว สด ข่าวเด่น
bulletแวดวง BCL.
bulletประมวลภาพ โรตารีสกลนคร ไปทัวร์ยูนนาน
bulletชมรมส่งเสริมคนดีเมืองสกล
bulletกลุ่มศิลป์เพื่อชีวิต
bulletกิจกรรมกลุ่ม young
dot
มุมสุนทรียภาพ
dot
bulletแวดวง ศิลปะ
bulletท่องเที่ยว
bulletแผนที่ทางดาวเทียม
bulletแผนที่ทางหลวง
bulletภาพเก่าๆ ของหัวใจใหม่ๆ
dot
ช่องทางส่งข้อมูล
dot
bulletทาง E-mail
bulletปฏิบัติการ "อีราโทสทีเนส" วัดเส้นรอบวงโลกด้วยไม้แท่งเดียว




ทำไมชาวมายาในเม็กซิโกจึงมีรูปร่างหน้าเหมือนคนเอเซีย

 

ทำไมชาวมายาในเม็กซิโกจึงมีรูปร่างหน้าตาเหมือนคนเอเซีย

ทุกครั้งที่ไปเม็กซิโกมักถูกผู้คนที่นั่นคิดว่าผมก็เป็นเม็กซิกันและส่งภาษาสแปนนิชทักทาย ......... ต้องบอกเขาว่า "มาจากประเทศไทย" (Yo soy Thailandia)

 

 

 

......... ย้อนเวลากลับไปเมื่อ 12,600 ปี ณ ดินแดนที่ปัจจุบันถูกตั้งชื่อว่าเมืองวิสแซล รัฐมอนทาน่า สหรัฐอเมริกา........ พ่อกับแม่ผู้เป็นหัวหน้าเผ่าบรรจงวางร่างไร้วิญณาณของลูกน้อยอายุราวสองขวบลงในหลุมพร้อมกับอุปกรณ์สำคัญในการล่าสัตว์ทำจากหินและเขากวางราว 115 ชิ้น จากนั้นก็โรยฝุ่นหินสีแดงเพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งความผูกพันที่ไร้กาลเวลา........

          ปี 1968 คนงานก่อสร้างในที่ดินส่วนตัวของตระกูลแอนซิก (Anzick) พบหลุมฝังศพโบราณมีโครงกระดูกโรยด้วยฝุ่นหินสีแดงและอาวุธโบราณจำนวนมาก สร้างความตื่นเต้นแก่นักโบราณคดีเพราะนี่คือหลักฐานโครงกระดูกเพียงชิ้นเดียวของบรรพชนยุคก่อนประวัติศาสตร์ที่ถูกตั้งชื่อว่า "วัฒนธรรมโครวิส" (Clovis Culture) เรียกตามชื่อเมืองโครวิส รัฐนิวเม็กซิโก สหรัฐอเมริกา ที่มีการขุดพบหอกปลายแหลมทำด้วยหินเมื่อปี ค.ศ.1930 แต่ไม่เคยพบโครงกระดูกมาก่อนเลย

           นักโบราณคดีตั้งทฤษฏีว่าชาวโครวิสน่าจะอพยพมาจากทวีปเอเซียผ่านทางแผ่นดินเชื่อมต่อระหว่างไซบีเรียกับรัฐอลาสก้าปัจจุบันเรียกว่า "ช่องแคบแบร่ิง" เพราะมีการพบหอกปลายแหลมลักษณะเดียวกันในดินแดนไซบีเรีย ทฤษฏีนี้ถูกแย้งโดยนักโบราณคดีหลายคนว่าชาวโครวิสน่าจะมาจากทวีปยุโรปเพราะที่นั่นก็มีหอกปลายแหลมเหมือนกัน ข้อถกเถียงยังคงดำเนินต่อไปหลายสิบปีเพราะขาดหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์

 

 พ่อกับแม่และสมาชิกของเผ่าช่วยกันทำหลุมฝังศพให้แก่เด็กชายอายุราวสองขวบราว 12,600 - 13,000 ปีที่แล้ว ณ ดินแดนที่ปัจจุบันเรียกว่าเมืองวิสแซล รัฐมอนทาน่า สหรัฐอเมริกา

 

 

มาถึงยุคปัจจุบัน ปี 1968 คนงานก่อสร้างขุดพบโครงกระดูกโรยด้วยฝุ่นหินสีแดง (red ochre) และหอกปลายแหลมทำด้วยหินและเขากวางราว 115 ชิ้น ทำให้นักโบราณคดีรู้ว่าเจ้าของโครงกระดูกนี้ต้องเป็นบุคคลระดับวีไอพีเพราะมีการประดับประดาด้วยอาวุธไฮเทคของยุคนั้น

 

  

นักโบราณคดีตั้งชื่อบรรพชนที่เป็นเจ้าของหอกปลายแหลมนี้ว่า "วัฒนธรรมโครวิส" (Clovis Culture) ตามชื่อเมืองโครวิส รัฐนิวเม็กซิโก สหรัฐอเมริกา (Clovis New Mexico USA) ที่มีการพบหอกปลายแหลมเป็นครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ.1930

 

   

นักโบราณคดีจินตนาการว่าชาวโครวิสใช้หอกปลายแหลมในการล่าสัตว์

 

 

บรรพชนวัฒนธรรมโครวิสสามารถผลิตเสื้อผ้าและเครื่องใช้จากสัตว์

 

        ทฤษฏีแบริงเจีย ....... วัฒนธรรมโครวิสมาจากทวีปเอเซีย? 

          นักโบราณคดีส่วนหนึ่งเชื่อว่าชาวโครวิสอพยพมาจากทวีปเอเซียผ่านจุดเชื่อต่อระหว่างไซบีเรียกับรัฐอลาสก้าเมื่อครั้งโลกอยู่ในยุคน้ำแข็งราว 32,000 - 18,000 ปีที่แล้ว และกลายมาเป็นบรรพชนของเผ่าอเมริกันพื้นเมืองในปัจจุบันซึ่งอาศัยอยู่ในดินแดนประเทศอเมริกาและประเทศต่างในอเมริกลางกับอเมริกาใต้ แต่ทฤษฏีนี้ถูกคัดค้านจากนักโบราณคดีจำนวนมากเพราะลำพังเพียงหลักฐานจาก "หอกหินปลายแหลม" มันไม่ชัดเจนเนื่องจากทั่วโลกก็มีหลักฐานลักษณะคล้ายกัน 

 

เมื่อครั้งโลกอยู่ในยุคน้ำแข็งรอยเชื่อมต่อระหว่างทวีปเอเซียกับทวีปอเมริกาเป็นแผ่นน้ำแข็งที่หนาและกว้างใหญ่จนเหมือนแผ่นดินสามารถเดินข้ามไปมาได้ ปัจจุบันเรียกว่าช่องแคบแบริ่ง และทฤษฏีนี้ถูกให้ชื่อว่า "แบริงเจีย" (Beringia)

 

  

ทฤษฏีแบริงเจียอธิบายว่าชาวเอเซียเหล่านี้อพยพและตั้งถิ่นฐานทั่วดินแดนทวีปอเมริกาเหนือและอเมริกาใต้ ต่อมาก็กลายเป็นบรรพบุรุษของชาวพื้นเมืองในปัจจุบัน (native american) ที่เราๆท่านเรียกพวกเขาว่าอินเดียแดง มายา แอสเท็ก อินคา ฯลฯ

 

       ทำไมผมจึงสนใจเรื่องนี้

           จากการไปศึกษาเรื่องราวโบราณคดีและดาราศาสตร์ที่คาบสมุทรยูคาตัน ประเทศเม็กซิโก (Yucatan Mexico) ได้พบเห็นชาวพื้นเมืองเผ่ามายามีรูปร่างหน้าตาไม่ต่างกับคนเอเซีย หลายครั้งพวกเขาก็คิดว่าผมเป็นพลเมืองเม็กซิกัน อีกทั้งยังได้ยินจากคนพื้นเมืองว่าเด็กแรกเกิดชาวมายามีปานสีน้ำเงินที่ภาษาแพทย์เรียกว่า Mongolian Blue Spot และจะจางหายไปเมื่ออายุราวหกขวบ ในความคิดของผมเราต้องมี "ดีเอ็นเอ" ร่วมกันอย่างใดอย่างหนึ่ง ไม่งั้นหน้าตาจะฟ้องขนาดนี้เชียวหรือ

 

 

ผมสนใจศึกษาเรื่องราวของชาวมายาตั้งแต่ปี 2526 (1983) โดยซื้อหนังสือเล่มนี้ที่ร้านของมหาวิทยาลัยแห่งรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 7 Oct 83

   

ภาพซ้ายมือผมยืนคู่กับสตรีชาวมายา ที่เมืองแคนคูน เม็กซิโก ภาพขวามือผมถ่ายกับป้าแต๋วเจ้าของร้านอาหารไทยที่เมืองทัลซ่า รัฐโอคลาโฮม่า สหรัฐอเมริกา รูปร่างหน้าตาของชาวมายากับคนไทยอยู่ในโทนเดียวกัน

 

ผมจำแนกชาวเม็กซิกันในปัจจุบันออกเป็น 3 ลักษณะตามหลักฐานกายภาพ (Phynotypic Character) ประเภทที่ 1 เป็นฝรั่งผิวขาวเชื้อสายสแปนนิช 100% ประเภทที่ 2 เป็นลูกผสมระหว่างชาวพื้นเมืองกับฝรั่งเรียกว่า "เมสติโส้" (mestizo) ประเภทที่ 3 มายันพันธ์ุแท้ 100%  

 

 

ชาวมายามีผิวพรรณเหมือนคนไทยและตัวเตี้ยๆ ผู้ชายจะอยู่ในราว 150 ซม 

 

ผมยืนเปรียบเทียบกับชาวมายาที่สูงประมาณ 150 ซม

 

 

พี่น้องชาวมายาคู่นี้ก็สูงราวๆ 150 ซม 

 

เพราะชาวมายาตัวเตี้ยๆประตูโบราณสถานของพวกเขาจึงเตี้ยตาม ความสูงขนาดผม 170 ซม ต้องก้มเดินเข้าไป

 

 

บ้านของชาวมายาปัจจุบันนิยมมุงหลังคาด้วยใบไม้ (คนไทยเรียกหลังคาจาก) แม้ว่าพวกเขาจะหันมาพูดภาษาสแปนนิชและนับถือศาสนาคาทอลิกตามอิทธิพลของเจ้าอาณานิคมจากสเปนส์

 

   

ภายในตัวบ้านของชาวมายา ในคาบสมุทรยูคาตันใกล้ๆกับโบราณสถาน Chichen Itza 

 

อาหารของชาวมายายังคงสืบทอดแต่ครั้งบรรพบุรุษ เป็นแผ่นโรตีทำจากแป้งข้าวโพดและข้าวสาลี เรียกว่าต่อทีย่า (Tortilla)

 

 ทดสอบกินอาหารชาวมายาแท้ๆ

 

กินอาหารเสร็จก็ถ่ายรูปและขอบคุณคุณยายอายุ 76 ปี เจ้าของบ้าน

 

 

เด็กผู้หญิงชาวมายาหน้าตาก็ไม่ต่างจากชาวเอเซีย

 

 

เด็กผู้ชายชาวมายาก็เหมือนเด็กๆทั่วไปของประเทศไทย 

 

 

 ชาวมายามีเครื่องแต่กายเป็นเอกลักษณ์

 

ชาวมายารูปร่างแตกต่างจากชาวเม็กซิกันอื่นๆ และเครื่องแต่งกายก็เป็นเอกลักษณ์ ไม่ว่าจะอยูที่บ้านหรือไปที่ไหนๆพวกเขาก็แต่งกายด้วยชุดประจำเผ่า

 

       การตรวจ DNA ฟันธงชาวพื้นเมืองในทวีปอเมริกามีบรรพบุรุษมาจากทวีปเอเซีย

          ผมได้เกริ่นแต่ต้นว่ามีการค้นพบโครงกระดูกเด็กอายุราวสองขวบที่เมืองรัฐมอนทาน่าเมื่อปี ค.ศ.1968 ในที่ดินส่วนตัวของตระกูล Anzick ครอบครัวเจ้าของที่ดินได้เก็บรักษาโครงกระดูกนี้ไว้จนถึงปี 2014 จึงยินยอมให้ทีมงานนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัย Texas at A & M USA และมหาวิทยาลัย Copenhagen Denmark นำไปสกัดดีเอ็นเอและจัดทำแผนที่ ดีเอ็นเอ 3 ชนิด คือ Mitochondrial DNA (mt DNA) Full nuclear DNA และ Y- Chromosome แล้วนำไปเปรียบเทียบกับตัวอย่าง DNA ของผู้คนทั่วโลก พบว่า  DNA ของโครงกระดูกชาวโครวิสตรงกับชาวพื้นเมืองปัจจุบันในทวีปอเมริกา (Native Americans) ทั้งชาวอินเดียแดง ชาวพื้นเมืองอเมริกากลาง และอเมริกาใต้

         อนึ่ง การนำโครงกระดูกของชาวพื้นเมืองในอเมริกาไปตรวจทางวิทยาศาสตร์ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เพราะประเทศอเมริกามีกฏหมายที่เรียกว่า Native American Graves Protection and Repatriation Act (NAGPRA) เพื่อคุ้มครองสิทธิการเป็นเจ้าของโดยคนพื้นเมืองและห้ามไม่ให้ผู้ใดมายุ่งเกี่ยว แต่เผอิญโครงกระดูกอันนี้เป็นสมบัติส่วนบุคคลของครอบครัว Anzick จึงมีการเลี่ยงบาลีว่าไม่เข้าข่ายกฏหมายที่ว่าแต่นักวิทยาศาสตร์ก็ต้องเจรจากับหัวหน้าเผ่าในพื้นที่อยู่นานเพราะมีเรื่องของความเชื่อโบราณ และบังเอิญอีกเช่นกันที่ลูกสาวของครอบครัวนี้คือ Dr.Sarah Anzick เป็นนักวิทยาศาสตร์สาขา Molecular Biology (ตอนที่พบโครงกระดูกเมื่อปี1968 Sarah Anzick อายุเพียง 2 ขวบ) จึงเจรจาให้ครอบครัวของเธออนุญาตให้มีการตรวจ DNA ด้วยข้อแม้ว่าเธอต้องร่วมงานครั้งนี้ด้วย และเมื่อเสร็จสิ้นภารกิจแล้วต้องนำโครงกระดูกไปฝังยังที่เดิมพร้อมกับประกอบพิธีอย่างสมเกียรติ 

 

บริเวณที่ขุดพบโครงกระดูกเด็กชาวโครวิส และถูกตั้งชื่อว่า Anzick -1 

 

โฉมหน้าทีมตรวจ DNA ประกอบด้วย Dr.Eske Willerslev จาก University of Copenhagen Dr.Michael Waters จาก University of Texas at A & M และ Dr.Sarah L Anzick ลูกสาวเจ้าของโครงกระดูก

 

คำอธิบายเรื่องราวของการตรวจ DNA จากโครงกระดูก Anzick - 1

 

ชาวพื้นเมืองในทวีปอเมริกาซึ่งสืบเชื้อสายมาจาก Clovis Culture

 

University of Cambridge ก็ยืนยันผลการตรวจ DNA ว่าชาว Clovis มาจากทวีปเอเซีย ท่านๆที่สนใจในรายละเอียดก็สามารถเข้าไปอ่านที่เว้ปไซด์ หรือใช้ Keyword ว่า clovis from Asia 

 

โฉมหน้า Dr.Andrea Manica จากมหาวิทยาลัยเคมบริจด์ เป็นอีกท่านหนึ่งที่ยืนยันว่า DNA ของ Clovis มาจากเอเซีย

 

 

ตอนแรกๆที่พบหอกปลายแหลมที่ถูกตั้งชื่อว่า Clovis Point ยังไม่สามารถฟันธงว่าพวกเขามาจากทวีปเอเซีย จึงเป็นเพียง "เชื่อว่า และน่าจะ" 

 

โฉมหน้าชาวพื้นเมืองในทวีปอเมริกาปัจจุบัน ถ้าเอามาเดินอยู่แถวๆจังหวัดสมุทรสาครก็ไม่ต่างกับแรงงานพม่าและแรงงานกัมพูชา 

 

 Dr.Sarah Anzick นำโครงกระดูกกลับมาฝังที่เดิม โดยมีหัวหน้าเผ่าพื้นเมืองเป้นสักขีพยาน

 

มีการทำพิธีตามแบบฉบับชาวพื้นเมืองอย่างชนิดจัดเต็ม

 

          สรุป

          ความคิดของผมที่เชื่อว่า "ชาวมายา" มีบรรพบุรุษจากทวีปเอเซีย ได้รับการยืนยันด้วยหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ บวกกับหลักฐานทางกายภาพที่เรียกว่า "ตาดูหูฟัง" จึงไม่ต้องสงสัยอีกต่อไปว่าทำไมชาวมายาในคาบสมุทรยูคาตันกับผมจึงมีหน้าตาเหมือนกันมากถึงมากที่สุด ........ และนี่ก็คือเหตุผลที่ผมชอบไปค้นคว้าเรื่องโบราณคดีและดาราศาสตร์ที่ประเทศเม็กซิโกเป็นประจำทุกปี  

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   

 

 

 

   

 

 







Copyright © 2010 All Rights Reserved.
มูลนิธิเพื่อการพัฒนาผู้นำธุรกิจและชุมชน
The Foundation for Business and Community Leadership Development
โดย
นายอารีย์ ภู่สมบูญ
ประธานกรรมการมูลนิธิฯ