ReadyPlanet.com
dot
dot
แนะนำผู้เขียน
dot
bulletนายกสโมสรโรตารีสกลนคร ปีบริหาร 2556 - 2557
bulletสรรค์สนธิ บุณโยทยาน
dot
สากกะเบือยันเรือรบ กับปราสาทภูเพ็ก สกลนคร
dot
bulletปฏิบัติการวันสิ้นโลกภาค 2 ข้ามทวีป ปราสาทภูเพ็ก สกลนคร VS ปีรามิดเผ่ามายา เม็กซิโก
bulletพระพุทธรูปศิลปะขอมซ่อนอยู่ใต้โพรงหินที่ปราสาทภูเพ็ก.....สื่อถึงอะไร
bulletปฏิบัติการภูเพ็ก ดอนสวรรค์ พิสูจน์คำทำนายซินแส ฮวงจุ้ยเมืองสกล
bulletปฏิบัติการ "กาลิเลโอ" วัดความเร็วการหมุนของโลกที่ปราสาทภูเพ็ก
bulletภูเพ็ก....เมกกะโปรเจค นครที่สาปสูญ
bulletปฏิบัติการวันสิ้นโลก 2012 ท้าพิสูจน์ที่ปราสาทภูเพ็ก สกลนคร
bulletความเป็นมาของปราสาทภูเพ็ก
bulletตลึง ! พบ “ฝายหินพันปี” กลางป่าภูเพ็ก
bulletวัดโลกทั้งใบ ไทย กัมพูชา ปฏิบัติการ "อีราโตสทีเนส" ข้ามประเทศ
bulletครบรอบ 10 ปี การค้นพบ "สุริยะปฏิทินพันปี" ปราสาทภูเพ็ก
bulletปรากฏการณ์ดาราศาสตร์ "เหมายัน" 21 -22 ธันวาคม ที่ปราสาทภูเพ็ก
bulletเผยเทคนิคการออกแบบก่อสร้างปราสาทภูเพ็ก
bulletความเป็นมาของสุริยปฏิทิน
bulletพิสูจน์สุริยะวิถี กับปฏิทินมหาศักราชที่ปราสาทภูเพ็ก
bulletรับพลัง "สุริยันจันทรา" ประชันดาวหางแพนสตาร์
dot
เปิดโลกวิทยาศาสตร์
dot
bulletวิเคราะห์ฤกษ์รัตนโกสินทร์ในมุมวิทยาศาสตร์
bulletOperation Rahu Episode VI How far and how big is the Moon
bulletปฏิบัติการพิมาย ชาตินี้มีครั้งเดียว Operation Phimai Once or Never
bulletนาฬิกาแดดโรงเรียนวิถีธรรม ม.ราชภัฏสกลนคร
bulletทำไมชาวมายาในเม็กซิโกจึงมีรูปร่างหน้าเหมือนคนเอเซีย
bulletปฏิบัติการชูหลี (Operation Chou Li) ยืนยันมุมเอียงโลก 23.5 องศา
bulletปรากฏการณ์ดวงอาทิตย์ตรงศรีษะ (sun overhead)
bulletOperation Rahu 5 วัดระยะทางโลก - ดวงอาทิตย์
bulletOperation Rahu 4 วัดระยะทางโลก - ดวงจันทร์
bulletเกาะติดไปกับยาน New Horizons เผยความลับพลูโต "ดาวเคราะห์ลูกเมียน้อย"
bulletทำนาน้ำน้อยแต่ผลผลิตสูง เป็นไปได้หรือไม่ More Rice With Less Water?
bulletปฏิบัติการเวกัส 2558 "อีราโต้สทีเน้ส " ภาค 2 วัดโลกทั้งใบด้วยไม้แท่งเดียว
bullet21-22 มิถุนายน ปรากฏการณ์ดาราศาสตร์ "ครีษมายัน" Summer Solstice กลางวันยาวที่สุดในรอบปี
bulletOperation Rahu Episode III 4 April 2015 วัดระยะทางโลกไปดวงจันทร์
bulletปฏิบัติการ "เจนัส" วัดมุมเอียงของโลก
bulletOperation Rahu Episode II สูตรใหม่คำนวณระยะทางโลกไปดวงจันทร์
bulletOperation Rahu Episode I measuring earth to moon วัดระยะทางจากโลกถึงดวงจันทร์ ในปรากฏการณ์จันทรุปราคาเต็มดวง
bulletดางหาง ISON ปรากฏการณ์ดาราศาสตร์ปิดท้ายปี 2556
bulletมองหมากเม่าผ่านมิติดาราศาสตร์
bulletดาราศาสตร์ที่เราเห็น.....ล้วนเป็นภาพลวงตา
bulletเข้าพรรษาบางปีทำไมต้องเดือน 8-8
bulletประสบการณ์ตรงเรื่อง "ยูเอฟโอ" ผมคิดแบบวิทยาศาสตร์
bulletโลกล้านปีที่แอ่งสกลนคร
bulletวัดมุมเอียงของโลก...ด้วยไม้แท่งเดียว
bulletเกาะติดการค้นหาชีวิตบนดาวอังคาร กับยาน Curiosity
bulletหม้อหุงข้าวพลังแสงอาทิตย์ นวัตกรรมติดดิน
bulletนาฬิกาแดดต้นแบบมิติเวลาของมนุษยชาติ
bulletภาคปฏิบัติ....วัดโลกทั้งใบด้วยไม้แท่งเดียว
bulletการอบรมเชิงปฏิบัติการ "อีราโทสทีเนส"
bulletชวนครูไทย วัดโลกทั้งใบ ด้วยไม้แท่งเดียว
dot
จับประเด็นร้อน
dot
bulletฤาตำนานหนองหารล่ม.....จะกลายเป็นเรื่องจริง
bulletทำไมคนถึงอยากครอบครอง "ดอนสวรรค์" ในบึงหนองหาร สกลนคร
bulletกู้ "หนองหาร" ด้วยมือเรา.....เริ่มต้นที่บ้าน
bulletบทเรียนอันเจ็บปวดของเขื่อนในอเมริกา....ฤา จะสะท้อนสามแสนล้านบาทเพื่อจัดการน้ำของไทย
bulletโบราณวัตถุพันปีสกลนคร....อยู่ในภาวะเสี่ยงสูญหาย
bulletภัยมืดรุกชาวสกล...จากสาหร่ายพิษในหนองหาร
bulletกรมศิลปากรโยนหินถาม...เอกสารสิทธิ์ทับคูเมืองโบราณ จะออกทางไหน
bulletน้ำท่วม "ตัวเมืองสกล" บทเรียนที่น่าจะถึงเวลาสรุปเสียที
bulletพายุ "นกกระเตน" ทำเสียหายสวนยางเมืองสกล
bulletฤา...นโยบาย 300 บาท จะช่วยบรรเทาปัญหา “หัวดำออก หัวหงอกเลี้ยง”
dot
อินเดียน่าโจนส์ (ภาคสรรค์สนธิ)
dot
bulletยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวเส้นทาง "ราชมรรคา"
bulletThe Riddle of Ayutthaya
bulletOperation Bhishma 2016 ปฏิบัติการดาราศาสตร์ข้ามทวีป ..... การหมุนรอบตัวเองและวงโคจรของโลกยังคงปกติหรือไม่?
bulletทำไมวันปีใหม่ต้องเป็น 1 มกราคม? Why does the new year begin on January 1 ?
bulletผลการดูงานสหกรณ์การเกษตรประเทศไต้หวัน 23 - 26 สิงหาคม 2559
bulletSt.Peter's Fish โปรโมทการท่องเที่ยวและสร้างอาชีพใหม่....สกลนคร
bulletประกาศิตเทพเจ้ากูกูลข่าน The Return of God Kukulkan
bulletปฏิบัติการดาราศาสตร์ข้ามทวีป Operation Transcontinental Equinox 2016
bulletวางผังเมืองเชียงใหม่ด้วยวิธีดาราศาสตร์
bulletกุมภาพันธ์ ปี "อธิกสุรทิน" ทำไมต้อง 29 วัน
bulletมองผ่านประตูพระธาตุพนมในอีกมุม
bulletจับพิรุธรูปสลักหินอ่อน "กษัตริย์เดวิท" ที่เมืองฟอร์เรนซ์
bulletย้อนอดีตกรุงเก่าอยุธยา ถือฤกษ์ "รามนะวามิ"
bulletท่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ "โสมสูตร" ที่ปราสาทขอมในกัมพูชาหายไปไหนหมด
bulletอาทิตย์ตั้งฉากกับพุทธสถานชื่อดังในวันวิสาขบูชาโลก
bulletประตูเมืองโบราณสกลนครอยู่ตรงไหน
bulletTourism Gimmick
bulletปราสาทพิมายในมุมมองวิทยาศาสตร์
bulletมองปราสาทขอม ในแง่มุมดาราศาสตร์ การเมือง และความเชื่อ โดยนักรบออนไลน์ กับไกด์มืออาชีพ
bulletตรุษจีน ตรุษเวียต ตรุษไทสกล และบุญเบิกฟ้า
bulletปริศนา "ปราสาทบายน" ฤา.....มนุษยชาติจะผ่านพ้นความขัดแย้ง
bulletประสูติ ตรัสรู้ ปรินิพพาน ทำไมต้องใช้ชื่อว่า "วิสาขะ"
bulletราหู.....น้ำอมฤต.....สนามบินสุวรรณภูมิ
bulletอาณาจักร "ทวารวดี" ทำไมจึงล่มสลาย
bulletไขประตูสู่อดีตพระธาตุเชิงชุม ...... ในอีกมุมมอง
bullet"มาฆบูชา" ทำไมต้องใช้ชื่อนี้
bullet"ทัชมาฮาล" ในมุมมองดาราศาสตร์
bulletคำสอนพุทธองค์เปล่งประกายอีกครั้งในดินแดนภารตะ
bulletเมือง "สารนาท" ที่มาแห่งวันอาสาฬหบูชา
bulletพระธาตุดุม....ในอีกมุมมอง
bulletถอดจารึกขอม "ภูถ้ำพระ" ทำไมพระพุทธรูปไปอยู่ที่นั่น
bulletแกะรอย "สุริยะเทพ" ที่ปราสาทพนมบาเค็ง
bulletหนองหารหลวงเมืองหน้าด่าน ยันกับอาณาจักรจาม
bulletถอดความศิลาจารึกพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 พบ "ฤกษ์อโรคยาศาล"
bulletมุมมองใหม่ "สะพานขอม" ฝายทดน้ำชลประทาน
bulletปราสาทหินพิมาย กับสามเหลี่ยมพุทธมหายาน
bulletจากพระธาตุเชิงชุม ถึงพุทธคยา
bulletปราสาทขอมเมืองสกล.....เอาหินมาจากไหน ?
bulletไขความลับปราสาทนารายณ์เจงเวง
bulletถอดรหัสขอมพันปี 80 องศา พบราศีเมษ
bulletหลากมิติอารยธรรม 4 ยุค "บ้านท่าวัด" ริมหนองหาร สกลนคร
bulletไขปริศนาปราสาทพนมรุ้ง
bullet13 เมษายน 2551 วันสงกรานต์ จริงหรือ ?
bullet21 มี.ค. 51 ปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ของโลก
bulletตำนานวันปีใหม่ มิติแห่งกาลเวลาของมนุษยชาติ
bulletเข้าพรรษา ปี 2550 ทำไมต้องมีเดือนแปดสองหน
bulletมหาสงกรานต์ 13–15 เม.ย.
bulletDownload ภาคสรรค์สนธิ
bulletปฏิบัติการอีราโตสทีเนสวัดโลกทั้งใบ ด้วยไม้แท่งเดียว
dot
รายการการศึกษาที่น่าสนใจ
dot
bulletความรู้เรื่องพระไตรปิฎก
bulletวัดอภัยสมุทร
bulletสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน
dot
คอลัมน์กิตติมศักดิ์
dot
bulletบ่าวคำหอม ล่ะเบ๋อ
bulletอินเดียน่าโจนส์ (ภาคสรรค์สนธิ)
dot
เว็บที่เกี่ยวข้อง
dot
bulletจังหวัดสกลนคร
bulletเทศบาลเมืองสกลนคร
bulletม.ราชภัฏสกลนคร
bulletจดหมายเหตุเมืองสกลนคร
bulletเทศบาลเมืองนครพนม
bulletเทศบาลตำบลอากาศอำนวย
bulletศูนย์ประติมากรรมกรุงเทพ
bulletweb thaiNGO
bulletสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสกลนคร
dot
นานาสาระ
dot
bulletฝนหลวง
bulletรวมชีวประวัติ ปฏิปทา คติธรรมคำสอนพระกรรมฐาน
bulletฐานรากเศรษฐกิจพอเพียง
bulletบทความน่าสนใจ จากสื่อไทย
bulletรู้ไว้ใช่ว่า ใส่บ่าแบกหาม
bulletพจนานุกรมภาษาอีสาน
bulletข้อคิดดีๆจากภาพยนต์
dot
ข้อมูลเกี่ยวกับขยะ
dot
bulletพลังงานจากขยะ
bulletตัวอย่างโครงการคัดแยกขยะ
dot
ข่าวประชาสัมพันธ์
dot
bulletข่าวสาร บ้านเฮา
bulletข่าว เด่นประเทศเพื่อนบ้าน
bulletช่าว สด ข่าวเด่น
bulletแวดวง BCL.
bulletประมวลภาพ โรตารีสกลนคร ไปทัวร์ยูนนาน
bulletชมรมส่งเสริมคนดีเมืองสกล
bulletกลุ่มศิลป์เพื่อชีวิต
bulletกิจกรรมกลุ่ม young
dot
มุมสุนทรียภาพ
dot
bulletแวดวง ศิลปะ
bulletท่องเที่ยว
bulletแผนที่ทางดาวเทียม
bulletแผนที่ทางหลวง
bulletภาพเก่าๆ ของหัวใจใหม่ๆ
dot
ช่องทางส่งข้อมูล
dot
bulletทาง E-mail
bulletปฏิบัติการ "อีราโทสทีเนส" วัดเส้นรอบวงโลกด้วยไม้แท่งเดียว




ประกาศิตเทพเจ้ากูกูลข่าน The Return of God Kukulkan

 ประกาศิตเทพเจ้ากูกูลข่าน The Return of God Kukulkan

 

 

          ชาวเผ่าโบราณที่เราๆท่านๆเรียกพวกเขาว่า "มายา"  (Maya) ในคาบสมุทรยูคาตัน อเมริกากลาง ฝากชีวิตและความเป็นอยู่ไว้กับเทพเจ้าหลายองค์ในการที่จะได้มีชีวิตปกติสุขหาอยู่หากินได้อย่างอุดมสมบูรณ์ หนึ่งในเทพเจ้าเหล่านั้นมีชื่อว่า "กูกูลข่าน" (Kukulkan) บางครั้งก็เรียกว่า "เควซัลโคน" (Quetzalcoatl) ชาวมายาเชื่อว่าเทพกูกูลข่านจะนำมาซึ่งการเก็บเกี่ยวผลผลิตและประชาชนมีสุขภาพดี ผมอ่านเรื่องราวเหล่านี้จาก Pocket Book: The Lost Realms ซึ่งมีการผสมผสานระหว่างความเชื่อกับวิทยาศาสตร์และนำมาซึ่งการมี "ปฏิทินมายา" ชื่อว่า Haab Calendar และปีรามิดกูกูลข่าน ที่เมืองซิเช่นอีสซ่า ประเทศเม็กซิโก 

 

 

Pocket Book เล่มนี้ The Lost Realms แปลเป็นไทยว่า "อาณาจักรที่สาปสูญ" เขียนโดย Zecharia Sitchin นักโบราณคดีชื่อดังชาวอเมริกัน ผมซื้อเมื่อวันที่ 5 September 1995 ที่ Manila Phillippines และหวังอย่างลึกๆว่าวันหนึ่งคงจะได้ไปสัมผัสสถานที่เหล่านี้ด้วยตนเอง และ 20 ปี ต่อมา 5 - 6 August 2015 และ 19 - 22 March 2016 ก็ได้ไปที่โบราณแห่งนั้นด้วยตนเอง  

 

ชาวมายาเชื่ออย่างสนิทใจว่าเทพเจ้า Kukulkan จะกลับมาหาพวกเขาในปรากฏการณ์ "วิษุวัต" กลางวันเท่ากับกลางคืน (Equinox) และดลบันดาลให้เก็บเกี่ยวผลผลิตได้เป็นกอบเป็นกำ และเป็นศิริมงคลให้ประชาชนมีสุขภาพแข็งแรง 

 

ในวัน Equinox เทพเจ้า Kukukan จะลงมาจากฟ้าในร่างของพญางูยักษ์ เพื่อรับสิ่งสักการะจากผู้คนและดลบันดาลให้เขาเหล่านั้นได้รับผลผลิตการเกษตรที่สมบูรณ์มีสุขภาพแข็งแรง จากนั้นก็จะเดินทางต่อไปยังใต้บาดาล

 

 

รูปสลักเทพ Kukukan หรือ Quetzaltcoatl ตามแหล่งโบราณสถานต่างๆในประเทศเม็กซิโก 

 

       "ชาวมายา" คือใคร ...... มาจากไหน ...... และพวกเขาหายไปไหน?

          พูดกันแบบตรงๆ .... นักโบราณคดีก็ยืนยันไม่ได้ว่าพวกเขาคือใคร มาจากไหนและในที่สุดก็ทิ้งบ้านทิ้งเมืองไปดื้อๆพวกเขาหายไปไหน ผมอ่านเอกสารหลายฉบับก็มีแต่ใช้คำพูดทำนองแทงกั๊ก "เชื่อว่า ...น่าจะ .... สันนิษฐานว่า ..... เป็นไปได้ว่า ......ผู้รู้บางท่านกล่าวว่า" แต่ที่ฟันธงในทางวิชาการและยอมรับกันในหมู่นักวิชาการก็คือ ชาวมายาโผล่หน้าเข้ามาในประวัติศาสตร์ราวๆ 1800 ปีก่อนคริสตกาล (1800 BC) และอันตรธานไปอย่างไร้เหตุผลราวๆ คริสต์ศักราช 900 (900 AD) อย่างไรก็ตามพวกเขาได้ทิ้งโบราณสถานอันอลังการกับองค์ความรู้ทางดาราศาสตร์และคณิตศาสตร์อันน่าพิศวงไว้ให้คนรุ่นหลังได้ชื่นชม พร้อมๆกับตั้งคำถามว่า ........ เอาความรู้มาจากไหน ..... ทำได้อย่างไร?   

 

  

Timeline แสดงช่วงเวลาของชาวมายาในหน้าประวัติศาสตร์ ช่วงแรกๆพวกเขาร่วมสมัยกับอีกเผ่าที่ชื่อว่า Olmec นักโบราณคดีเชื่อว่าชาวมายาได้รับการถ่ายทอดอารยธรรมต่างๆจากเผ่า Olmec 

 

แผนที่แสดงถิ่นฐานดั้งเดิมของชาวมายาซึ่งปัจจุบันกระจายอยู่ใน 4 ประเทศ ได้แก่ Mexico, Guatemala, Belize และ Honduras ทั้งหมดนี้อยู่ในดินแดนที่เรียกว่า "อเมริกากลาง" (Mesoamerica) 

 

นักโบราณคดีเชื่อว่าเมืองหลวงของชาวมายาคือเมือง "ชิเช่น อีสซ่า" (Chichen Itza) จังหวัด Tucatan ประเทศเม็กซิโก

 

 

หนึ่งในเหตุผลที่เชื่อว่า Chichen Itza เป็นเมืองหลวงของชาวมายา เพราะมีบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ (The Sacred Cenote) เพื่อใช้ในพิธีบูชายันต์ และปีรามิดกูกูลข่าน (Pyramid Kukulkan) ที่เป็นสัญลักษณ์ของเทพเจ้าองค์นี้

 

 นักโบราณคดีค้นพบว่าที่ก้นของบ่อน้ำแห่งนี้มีหลักฐานของการ "บูชายันต์" ด้วยการโยนสิ่งของมีค่า และมนุษย์ลงไป

 

ภาพวาดแสดงการบูชายันต์ด้วยหญิงสาวด้วยการโยนลงไปในบ่อน้ำ

 

หลักฐานการพบสิ่งของมีค่าชนิดต่างๆ รวมทั้งโครงกระดูกมนุษย์ ในก้นบ่อน้ำแห่งนี้

 

ปัจจุบันบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวอย่างหนึ่ง 

 

แผนที่แสดงตำแหน่งของบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ (The Sacred Cenote) ที่อยู่ใกล้ๆกับปีรามิดกูกูลข่าน

 

ปัจจุบัน Cenote เป็นภาษา Spanish แปลว่าบ่อน้ำที่เกิดจากปรากฏการณ์ทางธรณีวิทยาที่เรียกว่า "หลุมยุบ" (sinkhole) ซึ่งมีจำนวนมากมายในจังหวัด Yucatan นักวิชาการหลายท่านเชื่อว่าหลุมยุบเหล่านี้เป็นผลพวงของ "อุกกาบาต" ขนาดยักษ์ที่พุ่งชนโลกเมื่อ 65 ล้านปีที่แล้วและทำให้ไดโนเสาร์สูญพันธ์ุ แต่นักวิชาการอีกส่วนหนึ่งอธิบายว่าเกิดจากการยุบตัวของหินปูนเพราะน้ำกัดเซาะ 

 

       เทพเจ้ากูกูลข่าน ...... ปฏิทินมายาและปีรามิด

          ผมมั่นใจว่าทุกท่านที่เข้าไปชมโบราณสถาน "ชิเช่น อีสซ่า" (Chichen Itza) ซึ่งเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรมายา ต้องได้เห็นและถ่ายภาพเทพเจ้ากูกูลข่านในสัญลักษณ์ของ "พญางูยักษ์" ซึ่งปรากฏอยู่ดาดดื่นตามปีรามิดน้อยใหญ่แม้กระทั้งตามที่เก็บรวบรวมเศษสลักหักพัง ขณะเดียวกันย่อมจะเห็น "ปฏิทินมายา" วางขายมากมายตามร้านขายของที่ระลึก เมื่อเดินเข้าไปถึงใจกลางโบราณสถานต้องเห็น "ปีรามิดกูกูลข่าน" ตั้งตระหง่านอยู่ในลานกว้าง ทั้งหมดนี้มีความสัมพันธ์กันอย่างลึกซึ้งในแง่มุมของความเชื่อและแง่มุมดาราศาสตร์

           ภาพข้างล่างเหล่านี้มีสัญลักษณ์ "หัวงู" ซึ่งเป็นตัวแทนของเทพเจ้ากูกูลข่านอยู่ตามสถานที่ต่างๆ

 

     

 

 

 

 

 

รูปสลักหัวงูแห่งเทพเจ้ากูกูลข่านที่วางอยู่กับพื้นดิน นัยว่าคงเป็นส่วนหนึ่งของโบราณสถานที่หักพังไปแล้ว 

 

       ปฏิทินมายาในชื่อว่า Haab Calendar และ Tzolkin Calendar

           ปฏิทินหลักๆของชาวมายามี 3 อย่าง คือ

ปฏิทินฮับ (Haab Calendar) ใช้สำหรับกิจกรรมทางการเกษตร มี 365 วัน

ปฏิทินโซกิ้น (Tzolkin Calendar) ใช้สำหรับกิจกรรมทางศาสนา มี 260 วัน

ปฏิทินฉบับยาว (Long Count Calendar) ใช้ในการบันทึกสิ่งสำคัญที่เกิดขึ้น เริ่มนับตั้งแต่วันที่ 11 สิงหาคม 3114 ปี ก่อนคริสตกาล (11 August 3114 BC) ในที่นี้จะขอกล่าวถึงเฉพาะปฏิทินฮับ และ โซกิ้น ส่วนปฏิทินฉบับนับยาวเป็นเหมือนหนังอีกม้วนนึงซึ่งผมกำลังศึกษาอยู่ครับหากได้ความกระจ่างประการใดจะมาเล่าให้ฟังภายหลัง 

 

 ปฏิทินฮับ (Haab calendar) แบ่งออกเป็น 18 เดือนๆละ 20 วัน รวมกันเป็น 360 วัน ส่วนเศษที่เหลืออีก 5 วัน เป็นเดือนย่อยชื่อว่า "วาเย็ป" (Wayep) รวมทั้งหมดเป็น 365 วัน

 

 

ทุกๆเดือนของปฏิทินฮับมีชื่อกำกับไล่ตั้งแต่เดือนแรกคือ Pop ......... ไปจนถึงเดือน 18 ชื่อว่า Kumku และเดือนที่เป็นเศษ Wayeb 

 

           แต่ละเดือนของปฏิทินฮับมีคำอธิบายความหมายของเดือนนั้นๆว่าควรต้องมีกิจกรรมอะไร ยกตัวอย่าง เช่น ปลายเดือนที่ 6 คือ ซูล (Xul) เทพเจ้ากูกูลข่านจะลงมาจากฟ้าเพื่อรับของสักการะจากมนุษย์และอวยพรให้เก็บเกี่ยวผลผลิตได้อุดมสมบูรณ์ ส่วนเดือนสุดท้าย วาเย็ป มีเพียง 5 วัน เป็นเดือนแห่งลางร้าย ..... ไม่ควรออกเดินทางนอกสถานที่และไม่ควรทำอะไรที่สำคัญ  

 

 

ปฏิทินฮับเมื่อเปรียบเทียบกับปฏิทินโซกิ้นมีสิ่งน่าสนใจเกิดขึ้น ....... ปฏิทินฮับมี 365 วัน x 52 ปี = 18,980 วัน และปฏิทินโซกิ้นมี 260 วัน x 73 = 18,980 วัน เช่นกัน นักวิชาการเรียกสิ่งนี้ว่า "การครบรอบ" หรือ Calendar Round 52 years  

 

เปรียบเทียบระหว่างปฏิทินฮับกับปฏิทินโซกิ้น เมื่อทั้งครบรอบ ณ 18,980 วัน 

 

ปฏิทินโซกิ้นมี 260 วัน โดยไม่แบ่งออกเป็นเดือน แต่ใช้ตัวเลข 20 วัน x 13 รอบ = 260 วัน 

 

      การปรับชดเชยปฏิทินฮับให้สอดคล้องกับฤดูกาลของโลกกับดวงอาทิตย์

          ชาวมายาทราบดีว่าปฏิทินฮับที่มี 365 วัน ไม่ลงตัวกับฤดูกาลของโลกกับดวงอาทิตย์ หากปล่อยไปเรื่อยๆกิจกรรมทางการเกษตรจะไม่ตรงกับฤดูกาล เพราะปีจริงๆของดวงอาทิตย์มี 365.2421897 วัน (จากข้อมูลทางดาราศาสตร์ในปัจจุบัน) ชาวมายาคงสังเกตจากตำแหน่งดวงอาทิตย์เมื่อเปรียบเทียบกับปฏิทินฮับและรู้ว่าปฏิทินฉบับนี้สะสมการคลาดเคลื่อนของตำแหน่งดวงอาทิตย์ไปพอสมควร ดังนั้นพวกเขาจึงมีการปรับชดเชยทุกๆ 52 ปี ให้บวกเพิ่มไป 13 วัน แล้วค่อยเริ่มต้นนับปฏิทินฮับใหม่

 

   

จากคำอธิบายในภาพนี้ จะเห็นว่าในรอบ 52 ปี ปฏิทินฮับมีวันหายไป 12.5938 หรือ 13 วัน เมื่อเปรียบเทียบกับปีสุริยะคติ (mean tropical year 18,992.5938 หรือ 18,993 วัน) ดังนั้นจึงแทรกวันพิเศษเข้าไป 13 วัน ทุกๆ 52 ปี

 

       ความสัมพันธ์ระหว่างปฏิทินฮับกับปีรามิดกูกูลข่าน

          จากข้อมูลของทางการเม็กซิโกอธิบายว่าปีรามิดกูกูลข่านมีบันไดข้างละ 91 ขั้น x 4 ด้าน = 364 วัน + 1 ของวิหารบนยอดสุด = 365 วัน ขณะเดียวกันปีรามิดมี 9 ระดับ X 2 = 18 เดือนหลักของปฏิทินฮับ ส่วนเศษที่เหลือ 5 วัน ของเดือนสุดท้ายลำดับที่ 19 ชื่อว่า "วาเย็ป" ไม่อยู่ในสาระบบเพราะเป็นช่วง "ลางร้าย" ไม่มีใครอยากกล่าวถึงและไม่มีใครอยากเดินทางไปไหนหรือทำอะไรที่สำคัญ เรียกง่ายว่า ....... อยู่เฉยๆจะดีที่สุด    

 

 

การสร้างปีรามิดกูกูลข่านเต็มไปด้วยความหมายที่ลึกซึ้ง 

 

       คำถามใหญ่ที่นักวิชาการแต่ละท่านมีคำอธิบายของตนเอง ..... เขาออกแบบปีรามิดอย่างไรให้เกิด "เงาพญางูยักษ์" เลื้อยลงมาในปรากฏการณ์ "วิษุวัต" (Equinox)

          ทางการเม็กซิโกโปรโมทการท่องเที่ยวอย่างครึกครื้นว่า "ต้องมาดูด้วยสายตาของท่านเอง" ได้ผลครับ .... เขารับทรัพย์กันเนื้อๆเพราะนักท่องเที่ยวแห่ไปที่นั่นแบบกันตรึม ผมคำนวณง่ายๆจากค่าเข้าชมครั้งละ 20 USD วันๆหนึ่งมีคนเข้าชมโดยเฉลี่ย 1,000 คน ก็รับทรัพย์ วันละ 20,000 USD เท่ากับ 600,000 บาท ที่อัตราแลกเปลี่ยน 30 บาท ถ้าปีนึง 365 วัน x 600,000 บาท = 219,000,000 บาท ในความเป็นจริงมีผู้เข้าชมโบราณสถานแห่งนี้มากกว่าที่ประมาณการเพราะผมไปที่นั่น 2 ครั้ง ครั้งแรกในฤดู low season เดือนสิงหาคมก็เห็นคนเข้าชมไม่ต่ำกว่า 1,000 คน ครั้งที่สองไปในช่วง high season ไม่ต้องพูดถึงละครับผู้คนแทบจะเดินเหยียบกันตาย

 

 

ป้ายโปรโมทเป็นภาษา spanish แปลเป็นภาษาอังกฤษว่า Welcome Equinox 2016 

 

บรรยากาศที่บริเวณหน้าห้องขายตั๋วเข้าชมโบรารสถาน Chichen Itza 

 

ผู้เข้าชมในช่วง high season เพื่อรอดูปรากฏการณ์ "พญางูยักษ์" เลื้อยลงมาจากยอดปีรามิด

 

ภาพที่ทุกคนต้องการเห็นด้วยตาตนเอง หลายคนมาจากประเทศต่างๆทั่วโลกผมเองก็มาจากประเทศไทย 

คำอธิบายจากนักวิชาการที่ผมค้นจาก Google 

ผมอ่านจาก Google พบว่ามีคำอธิบายวิธีออกแบบปีรามิดกูกูลข่านให้มีปรากฏการณ์ "พญางูยักษ์" เลื้อยลงมาจากยอดปีรามิดในวัน Equinox ด้วยวิธีนี้ ครับ

 

สร้างวงกลมขนาดใหญ่และเล็งตำแหน่งดวงอาทิตย์ในปรากฏการ์ summer solstice และ winter solstice ทั้งเช้าและเย็น พร้อมกับทำเครื่องหมายไว้

 

สร้างรูปสี่เหลี่ยมครอบใส่วงกลมโดยใช้จุดสีแดงเป็นหลักในการเริ่มต้นและให้แน่ใจว่าทั้งสี่ด้านต้องเป็นเสมือน "เส้นสัมผัสวงกลม" จะได้รูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสดังภาพและนี่คือฐานล่างสุดของปีรามิด 

 

ก่อสร้างปีรามิดให้มีจำนวน 9 ชั้น 

 

ภาพแสดงตำแหน่งดวงอาทิตย์ที่สัมพันธ์กับตัวปีรามิด

 

ในสภาพความเป็นจริงที่ปรากฏปีรามิดทำมุมเอียงออกจากทิศเหนือแท้ 18 องศา เมื่อเกิดปรากฏการณ์ equinox แสงอาทิตย์ในตอนบ่ายจะทำมุมกับปีรามิดเป็นภาพพญางูยักษ์เลื้อยลงมาจากยอด

 

 

       คำอธิบายในความเห็นส่วนตัวของผม

           พิจารณาวิธีการที่ Google อธิบายข้างต้นแล้วผมมีความเห็นส่วนตัวว่าทำได้จริงแต่ "ใช้เวลานานเป็นปีในการออกแบบ" ถ้าผมนั่ง Time Machince กลับไปในยุคพันกว่าปีที่แล้ว และกษัตริย์ชาวมายาว่าจ้างให้ผมเป็น consult รับเหมาออกแบบปีรามิดตามสะเป็กที่ต้องการ ผมมีวิธีที่ง่ายกว่า ใช้เวลาน้อยกว่า แม่นยำกว่า .... และต้นทุนต่ำกว่า เรียกง่ายๆว่าเปิดซองประมูลออกมาราคาของผมต่ำกว่าผู้รับเหมารายอื่นๆ

            อนึ่งแนวคิดนี้เกิดจากการสังเกต "มุมดวงอาทิตย์" ของนาฬิกาแดดที่ออกแบบมาเฉพาะกิจกับปีรามิดหลังนี้ 

วิธีของผมมีดังนี้ ครับ

1.ทำ shadow plot ใช้เวลาเพียงวันเดียวเพื่อหาทิศเหนือ ใต้ ออก และตก ทำเป็นรูปกากบาท

 

ผมได้ทดสอบวิธี shadow plot ที่ปราสาทภูเพ็ก สกลนคร มาแล้ว พบว่าสามารถสร้างทิศทั้งสี่ได้ไม่ยากและใช้เวลาเพียงวันเดียว

 

เริ่ม plot เงาดวงอาทิตย์แต่เช้า

 

Plot ไปเรื่อยๆโดยทำเครื่องหมายทุก 4 - 5 นาที ถ้าเป็นภาษาคนสูบบุหรี่อาจใช้คำว่า "ดูดยาสักสามคำ" 

 

ทำไปจนบ่ายแก่ๆจะเห็น "เส้นโค้ง" ของเงาดวงอาทิตย์

 

 

พอได้เวลาบ่ายแก่ก็หยุด plot และลากเส้นตรงระหว่างจุดตัดของเงาดวงอาทิตย์กับวงกลม นั่นคือแนว East - West และถ้าทำมุมฉากกับแนวนี้ก็จะได้แนว North - South 

 

 นี่คือสิ่งที่ได้ในที่สุด 

 

2. สร้าง Model ปีรามิดขนาดเล็กด้วยไม้ (ที่สามารถใช้แรงคนขยับเขยื้นได้) และนำไปวางรับแสงดวงอาทิตย์ในปรากฏการณ์ equinox ขยับ Model นี้ให้หันไปในตำแหน่งที่ทำให้เกิดเงาพญางูยักษ์ตามที่ต้องการ

 

สร้าง Model ปีรามิดขนาดย่อมๆด้วยไม้

 

เอาไปวางในปรากฏการณ์ equinox และขยับมุมให้กินแสงอาทิตย์

 

 

ขยับไปเรื่อยๆจนได้ตำแหน่งที่ต้องการ

 

 

ในที่สุดจะได้ตำแหน่งที่เกิดเงาพญางูยักษ์ตามที่ต้องการ และทำเครื่องหมายไว้ทุกด้านเพื่อให้ได้ lay-out ของฐานปีรามิด 

 

 

ขยายขนาดของ lay-out ออกไปให้ใหญ่ตามที่ต้องการโดยที่มุมต่างๆยังคงเดิม

 

 

สร้างปีรามิดของจริงลงไปตามแนว lay-out และให้ได้ "สัดส่วน" เหมือนกับ Model ทุกประการ

 

 

ในที่สุดจะได้เห็นภาพแบบนี้ตรงตามสะเป็กที่ต้องการ

 

อนึ่ง ในยุคนั้นยังไม่มีเทคโนโลยี GPS หรือ I-phone แต่ผมลองทดสอบใช้เครื่องมือนี้สอบทานที่ตัวปีรามิดก็พบว่าทำมุมกวาดจากทิศเหนือ 18 องศา (Azimuth 18) 

 

 

       ประมวลภาพปรากฏการณ์จริงที่ปีรามิดกูกูลข่านในช่วงวัน vernal equinox 

           ผมนั่งเฝ้าดูปีรามิดแห่งนี้ 4 วันเต็มๆระหว่าง 19 - 22 มีนาคม 2559 (ซื้อบัตรเข้าชมวันละ 20 USD) โดยใช้นาฬิกาแดดเป็นตัวจับเวลา สรุปได้ว่า "พญางูยักษ์" เริ่มเลื้อยลงมาจากยอดปีรามิดประมาณ 15:50 (solar time 15:50) และเป็นรูปร่างสมบูรณ์ ณ เวลา 17:10 ดังภาพข้างล่างนี้ ครับ  

 

 

   

 

 

 

 

       สรุป

          ผมรู้สึกคุ้มค่าที่ได้มาที่นี่แบบตัวจริงเสียงจริงหลังจากที่ได้อ่าน Pocket Book ตั้งแต่ปี 1995 และติดตามข้อมูลมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ได้ข้อมูลเชิงประจักษ์และเกิดแง่มุมความคิดของตัวเอง ได้พิสูจน์อุปกรณ์ดาราศาสตร์ที่เรียกว่า "นาฬิกาแดด" ซึ่งออกแบบมาเป็นการเฉพาะกับตำแหน่งภูมิศาสตร์ของปีรามิดแห่งนี้ ได้สัมผัสกับศาสตร์แห่งความเชื่อของผู้คนจำนวนมากซึ่งเดินทางมารับพลังแห่งศิริมงคลของแต่ละคน ได้พบได้เห็นสิ่งที่คิดมานานแล้ว           อนึ่ง......งานครั้งนี้เกิดได้เพราะการสนับสนุนงบประมาณจากบริษัทอสังหาริมทรัพย์สัญชาติอเมริกัน The Hadson Group ในนามของผู้จัดการบริษัทที่ชื่อ Sue Hadson (Suthiphon Boonyothayan Hudson)   

 

 

 

 

 

 

 







Copyright © 2010 All Rights Reserved.
มูลนิธิเพื่อการพัฒนาผู้นำธุรกิจและชุมชน
The Foundation for Business and Community Leadership Development
โดย
นายอารีย์ ภู่สมบูญ
ประธานกรรมการมูลนิธิฯ