ReadyPlanet.com
dot
dot
แนะนำผู้เขียน
dot
bulletนายกสโมสรโรตารีสกลนคร ปีบริหาร 2556 - 2557
bulletสรรค์สนธิ บุณโยทยาน
dot
สากกะเบือยันเรือรบ กับปราสาทภูเพ็ก สกลนคร
dot
bulletปฏิบัติการวันสิ้นโลกภาค 2 ข้ามทวีป ปราสาทภูเพ็ก สกลนคร VS ปีรามิดเผ่ามายา เม็กซิโก
bulletพระพุทธรูปศิลปะขอมซ่อนอยู่ใต้โพรงหินที่ปราสาทภูเพ็ก.....สื่อถึงอะไร
bulletปฏิบัติการภูเพ็ก ดอนสวรรค์ พิสูจน์คำทำนายซินแส ฮวงจุ้ยเมืองสกล
bulletปฏิบัติการ "กาลิเลโอ" วัดความเร็วการหมุนของโลกที่ปราสาทภูเพ็ก
bulletภูเพ็ก....เมกกะโปรเจค นครที่สาปสูญ
bulletปฏิบัติการวันสิ้นโลก 2012 ท้าพิสูจน์ที่ปราสาทภูเพ็ก สกลนคร
bulletความเป็นมาของปราสาทภูเพ็ก
bulletตลึง ! พบ “ฝายหินพันปี” กลางป่าภูเพ็ก
bulletวัดโลกทั้งใบ ไทย กัมพูชา ปฏิบัติการ "อีราโตสทีเนส" ข้ามประเทศ
bulletครบรอบ 10 ปี การค้นพบ "สุริยะปฏิทินพันปี" ปราสาทภูเพ็ก
bulletปรากฏการณ์ดาราศาสตร์ "เหมายัน" 21 -22 ธันวาคม ที่ปราสาทภูเพ็ก
bulletเผยเทคนิคการออกแบบก่อสร้างปราสาทภูเพ็ก
bulletความเป็นมาของสุริยปฏิทิน
bulletพิสูจน์สุริยะวิถี กับปฏิทินมหาศักราชที่ปราสาทภูเพ็ก
bulletรับพลัง "สุริยันจันทรา" ประชันดาวหางแพนสตาร์
dot
เปิดโลกวิทยาศาสตร์
dot
bulletวิเคราะห์ฤกษ์รัตนโกสินทร์ในมุมวิทยาศาสตร์
bulletOperation Rahu for STEMS Education
bulletปฏิบัติการพิมาย ชาตินี้มีครั้งเดียว Operation Phimai Once or Never
bulletนาฬิกาแดดโรงเรียนวิถีธรรม ม.ราชภัฏสกลนคร
bulletทำไมชาวมายาในเม็กซิโกจึงมีรูปร่างหน้าเหมือนคนเอเซีย
bulletปฏิบัติการชูหลี (Operation Chou Li) ยืนยันมุมเอียงโลก 23.5 องศา
bulletปรากฏการณ์ดวงอาทิตย์ตรงศรีษะ (sun overhead)
bulletOperation Rahu 5 วัดระยะทางโลก - ดวงอาทิตย์
bulletOperation Rahu 4 วัดระยะทางโลก - ดวงจันทร์
bulletเกาะติดไปกับยาน New Horizons เผยความลับพลูโต "ดาวเคราะห์ลูกเมียน้อย"
bulletทำนาน้ำน้อยแต่ผลผลิตสูง เป็นไปได้หรือไม่ ?
bulletปฏิบัติการเวกัส 2558 "อีราโต้สทีเน้ส " ภาค 2 วัดโลกทั้งใบด้วยไม้แท่งเดียว
bullet21-22 มิถุนายน ปรากฏการณ์ดาราศาสตร์ "ครีษมายัน" Summer Solstice กลางวันยาวที่สุดในรอบปี
bulletOperation Rahu Episode III 4 April 2015 วัดระยะทางโลกไปดวงจันทร์
bulletปฏิบัติการ "เจนัส" วัดมุมเอียงของโลก
bulletOperation Rahu Episode II สูตรใหม่คำนวณระยะทางโลกไปดวงจันทร์
bulletOperation Rahu Episode I measuring earth to moon วัดระยะทางจากโลกถึงดวงจันทร์ ในปรากฏการณ์จันทรุปราคาเต็มดวง
bulletดางหาง ISON ปรากฏการณ์ดาราศาสตร์ปิดท้ายปี 2556
bulletมองหมากเม่าผ่านมิติดาราศาสตร์
bulletดาราศาสตร์ที่เราเห็น.....ล้วนเป็นภาพลวงตา
bulletเข้าพรรษาปี 2555 ทำไมต้องเดือน 8-8 วิทยาศาสตร์มีคำตอบ
bulletประสบการณ์ตรงเรื่อง "ยูเอฟโอ" ผมคิดแบบวิทยาศาสตร์
bulletโลกล้านปีที่แอ่งสกลนคร
bulletวัดมุมเอียงของโลก...ด้วยไม้แท่งเดียว
bulletเกาะติดการค้นหาชีวิตบนดาวอังคาร กับยาน Curiosity
bulletหม้อหุงข้าวพลังแสงอาทิตย์ นวัตกรรมติดดิน
bulletนาฬิกาแดดต้นแบบมิติเวลาของมนุษยชาติ
bulletภาคปฏิบัติ....วัดโลกทั้งใบด้วยไม้แท่งเดียว
bulletการอบรมเชิงปฏิบัติการ "อีราโทสทีเนส"
bulletชวนครูไทย วัดโลกทั้งใบ ด้วยไม้แท่งเดียว
dot
จับประเด็นร้อน
dot
bulletฤาตำนานหนองหารล่ม.....จะกลายเป็นเรื่องจริง
bulletทำไมคนถึงอยากครอบครอง "ดอนสวรรค์" ในบึงหนองหาร สกลนคร
bulletกู้ "หนองหาร" ด้วยมือเรา.....เริ่มต้นที่บ้าน
bulletบทเรียนอันเจ็บปวดของเขื่อนในอเมริกา....ฤา จะสะท้อนสามแสนล้านบาทเพื่อจัดการน้ำของไทย
bulletโบราณวัตถุพันปีสกลนคร....อยู่ในภาวะเสี่ยงสูญหาย
bulletภัยมืดรุกชาวสกล...จากสาหร่ายพิษในหนองหาร
bulletกรมศิลปากรโยนหินถาม...เอกสารสิทธิ์ทับคูเมืองโบราณ จะออกทางไหน
bulletน้ำท่วม "ตัวเมืองสกล" บทเรียนที่น่าจะถึงเวลาสรุปเสียที
bulletพายุ "นกกระเตน" ทำเสียหายสวนยางเมืองสกล
bulletฤา...นโยบาย 300 บาท จะช่วยบรรเทาปัญหา “หัวดำออก หัวหงอกเลี้ยง”
dot
อินเดียน่าโจนส์ (ภาคสรรค์สนธิ)
dot
bulletAyutthaya the Astronomical City
bulletOperation Bhishma 2016 ปฏิบัติการดาราศาสตร์ข้ามทวีป ..... การหมุนรอบตัวเองและวงโคจรของโลกยังคงปกติหรือไม่?
bulletทำไมวันปีใหม่ต้องเป็น 1 มกราคม? Why does the new year begin on January 1 ?
bulletผลการดูงานสหกรณ์การเกษตรประเทศไต้หวัน 23 - 26 สิงหาคม 2559
bulletSt.Peter's Fish โปรโมทการท่องเที่ยวและสร้างอาชีพใหม่....สกลนคร
bulletประกาศิตเทพเจ้ากูกูลข่าน The Return of God Kukulkan
bulletปฏิบัติการดาราศาสตร์ข้ามทวีป Operation Transcontinental Equinox 2016
bulletวางผังเมืองเชียงใหม่ด้วยวิธีดาราศาสตร์
bulletกุมภาพันธ์ ปี "อธิกสุรทิน" ทำไมต้อง 29 วัน
bulletมองผ่านประตูพระธาตุพนมในอีกมุม
bulletจับพิรุธรูปสลักหินอ่อน "กษัตริย์เดวิท" ที่เมืองฟอร์เรนซ์
bulletย้อนอดีตกรุงเก่าอยุธยา ถือฤกษ์ "รามนะวามิ"
bulletท่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ "โสมสูตร" ที่ปราสาทขอมในกัมพูชาหายไปไหนหมด
bulletอาทิตย์ตั้งฉากกับพุทธสถานชื่อดังในวันวิสาขบูชาโลก
bulletประตูเมืองโบราณสกลนครอยู่ตรงไหน
bulletTourism Gimmick
bulletปราสาทพิมายในมุมมองวิทยาศาสตร์
bulletมองปราสาทขอม ในแง่มุมดาราศาสตร์ การเมือง และความเชื่อ โดยนักรบออนไลน์ กับไกด์มืออาชีพ
bulletตรุษจีน ตรุษเวียต ตรุษไทสกล และบุญเบิกฟ้า
bulletปริศนา "ปราสาทบายน" ฤา.....มนุษยชาติจะผ่านพ้นความขัดแย้ง
bulletประสูติ ตรัสรู้ ปรินิพพาน ทำไมต้องใช้ชื่อว่า "วิสาขะ"
bulletราหู.....น้ำอมฤต.....สนามบินสุวรรณภูมิ
bulletอาณาจักร "ทวารวดี" ทำไมจึงล่มสลาย
bulletไขประตูสู่อดีตพระธาตุเชิงชุม ...... ในอีกมุมมอง
bullet"มาฆบูชา" ทำไมต้องใช้ชื่อนี้
bullet"ทัชมาฮาล" ในมุมมองดาราศาสตร์
bulletคำสอนพุทธองค์เปล่งประกายอีกครั้งในดินแดนภารตะ
bulletเมือง "สารนาท" ที่มาแห่งวันอาสาฬหบูชา
bulletพระธาตุดุม....ในอีกมุมมอง
bulletถอดจารึกขอม "ภูถ้ำพระ" ทำไมพระพุทธรูปไปอยู่ที่นั่น
bulletแกะรอย "สุริยะเทพ" ที่ปราสาทพนมบาเค็ง
bulletหนองหารหลวงเมืองหน้าด่าน ยันกับอาณาจักรจาม
bulletถอดความศิลาจารึกพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 พบ "ฤกษ์อโรคยาศาล"
bulletมุมมองใหม่ "สะพานขอม" ฝายทดน้ำชลประทาน
bulletปราสาทหินพิมาย กับสามเหลี่ยมพุทธมหายาน
bulletจากพระธาตุเชิงชุม ถึงพุทธคยา
bulletปราสาทขอมเมืองสกล.....เอาหินมาจากไหน ?
bulletไขความลับปราสาทนารายณ์เจงเวง
bulletถอดรหัสขอมพันปี 80 องศา พบราศีเมษ
bulletหลากมิติอารยธรรม 4 ยุค "บ้านท่าวัด" ริมหนองหาร สกลนคร
bulletไขปริศนาปราสาทพนมรุ้ง
bullet13 เมษายน 2551 วันสงกรานต์ จริงหรือ ?
bullet21 มี.ค. 51 ปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ของโลก
bulletตำนานวันปีใหม่ มิติแห่งกาลเวลาของมนุษยชาติ
bulletเข้าพรรษา ปี 2550 ทำไมต้องมีเดือนแปดสองหน
bulletมหาสงกรานต์ 13–15 เม.ย.
bulletDownload ภาคสรรค์สนธิ
bulletปฏิบัติการอีราโตสทีเนสวัดโลกทั้งใบ ด้วยไม้แท่งเดียว
dot
รายการการศึกษาที่น่าสนใจ
dot
bulletความรู้เรื่องพระไตรปิฎก
bulletวัดอภัยสมุทร
bulletสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน
dot
คอลัมน์กิตติมศักดิ์
dot
bulletบ่าวคำหอม ล่ะเบ๋อ
bulletอินเดียน่าโจนส์ (ภาคสรรค์สนธิ)
dot
เว็บที่เกี่ยวข้อง
dot
bulletจังหวัดสกลนคร
bulletเทศบาลเมืองสกลนคร
bulletม.ราชภัฏสกลนคร
bulletจดหมายเหตุเมืองสกลนคร
bulletเทศบาลเมืองนครพนม
bulletเทศบาลตำบลอากาศอำนวย
bulletศูนย์ประติมากรรมกรุงเทพ
bulletweb thaiNGO
bulletสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสกลนคร
dot
นานาสาระ
dot
bulletฝนหลวง
bulletรวมชีวประวัติ ปฏิปทา คติธรรมคำสอนพระกรรมฐาน
bulletฐานรากเศรษฐกิจพอเพียง
bulletบทความน่าสนใจ จากสื่อไทย
bulletรู้ไว้ใช่ว่า ใส่บ่าแบกหาม
bulletพจนานุกรมภาษาอีสาน
bulletข้อคิดดีๆจากภาพยนต์
dot
ข้อมูลเกี่ยวกับขยะ
dot
bulletพลังงานจากขยะ
bulletตัวอย่างโครงการคัดแยกขยะ
dot
ข่าวประชาสัมพันธ์
dot
bulletข่าวสาร บ้านเฮา
bulletข่าว เด่นประเทศเพื่อนบ้าน
bulletช่าว สด ข่าวเด่น
bulletแวดวง BCL.
bulletประมวลภาพ โรตารีสกลนคร ไปทัวร์ยูนนาน
bulletชมรมส่งเสริมคนดีเมืองสกล
bulletกลุ่มศิลป์เพื่อชีวิต
bulletกิจกรรมกลุ่ม young
dot
มุมสุนทรียภาพ
dot
bulletแวดวง ศิลปะ
bulletท่องเที่ยว
bulletแผนที่ทางดาวเทียม
bulletแผนที่ทางหลวง
bulletภาพเก่าๆ ของหัวใจใหม่ๆ
dot
ช่องทางส่งข้อมูล
dot
bulletทาง E-mail
bulletปฏิบัติการ "อีราโทสทีเนส" วัดเส้นรอบวงโลกด้วยไม้แท่งเดียว




มองผ่านประตูพระธาตุพนมในอีกมุม

                      มองผ่านประตูพระธาตุพนมในอีกมุม

           เชื่อว่าหลายท่านที่สนใจศึกษาเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ โบราณคดี ศาสนา และอารยธรรม คงจะเคยอ่านเรื่องราวของพระธาตุพนมจากเอกสารและเว้ปไซด์ต่างๆ แต่ครั้งนี้ใคร่ขอเสนอ "พระธาตุพนมในแง่มุมใหม่" ตามหลักฐานที่ค้นคว้าด้วยตนเองบวกกับการประมวลเอกสารของกรมศิลปากร และข้อเขียนของนักวิชาการโบราณคดี ............. ลองตามดูซิครับว่ามุมมองของผมเป็นอย่างไร

 

 

 
                    เริ่มแกะรอยจากปรากฏการณ์ "ศารทวิษุวัต" ปี 2546

           ต้นปี 2545 ผมย้ายไปดำรงตำแหน่งเกษตรและสหกรณ์จังหวัดนครพนมจึงมีโอกาศใกล้ชิดกับพระธาตุพนม จึงเริ่มต้นจากการใช้เข็มทิศตรวจสอบแปลนของพระธาตุและพบว่า "หันหน้าทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือเล็กน้อย" ที่มุมกวาดประมาณ 87 องศา (Azimuth 87) และเพื่อยืนยันความถูกต้องจึงไปถ่ายภาพดวงอาทิตย์ในปรากฏการณ์ "ศารทวิษุวัต" (autumnal equinox) 22 กันยายน 2546 พบว่าดวงอาทิตย์ยามเช้าอยู่ที่ริมประตูด้านขวามือหรือทิศตะวันออกเฉียงใต้ของพระธาตุ ก็แสดงว่าองค์พระธาตุหันหน้าไปทาง "ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ" เหมือนกับโบราณสถานของศาสนาพราหมณ์หรือฮินดูหลายแห่ง จึงตั้งข้อสงสัยว่าข้างในองค์พระธาตุอาจจะมีโบราณสถานดั้งเดิมซึ่งถูกออกแบบให้หันหน้าไปที่ "ราศีเมษ" และน่าจะสร้างโดยกลุ่มคนที่นับถือศาสนาพราหมณ์หรือฮินดู อย่างไรก็ตามข้อมูลนี้ขัดแย้งกับความเชื่อและตำนานของพระธาตุพนมที่กล่าวว่าพระธาตุแห่งนี้สร้างเมื่อ พ.ศ.ที่ 8 โดยเจ้าเมืองที่นับถือศาสนาพุทธ ...... ก็ต้องพิสูจน์กันต่อไปด้วยหลักฐานที่น่าเชื่อถือ

 

 

    

ภาพดวงอาทิตย์ยามเช้าในวันศารทวิษุวัต 22 กันยายน 2546 (Autumnal equinox 2003) แสดงว่าพระธาตุพนมหันหน้าไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือเล็กน้อย

 

ผังแปลนพระธาตุพนมหันหน้าไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือที่มุมกวาดประมาณ 87 องศา (azimuth 87) ชวนให้น่าสงสัยว่าต้องมีส่วนสัมพันธ์กับศาสนาสถานพราหมณ์หรือฮินดู

 

ตรวจสอบด้วยภาพถ่าย Google Earth พบว่าหันหน้าไปที่มุมกวาด 87.5 องศา (azimuth 87.5)

 

     มีปราสาทอยู่ข้างในองค์พระธาตุพนม?         

                  ประสบการณ์ที่พระธาตุเชิงชุมจังหวัดสกลนครยืนยันว่ามีปราสาทขอมอยู่ข้างใน แต่ถูกก่อสร้างเพิ่มเติมในยุคอาณาจักรล้านช้างให้มีรูปลักษณ์เป็น "พระธาตุ" จึงน่าสงสัยว่าพระธาตุพนมก็อาจเป็นเช่นนั้นเหมือนกัน

          หลังจากที่เห็นภาพดวงอาทิตย์ในตำแหน่งดังกล่าวผมจึงรีบเข้าไปกราบนมัสการท่านเจ้าอาวาสวัดพระธาตุพนมคือท่าน ดร.พระมหาสม ซึ่งทราบดีว่าท่านจบการศึกษาจากประเทศอินเดียและผมเองก็จบการศึกษาจากประเทศอินเดียเช่นเดียวกัน จึงคิดว่าถ้าสนทนากับท่านในฐานะศิษย์เก่าจากมหาวิทยาลัยอินเดียคงจะเข้าใจกันได้ไม่ยาก ผมถามท่านเจ้าอาวาสแบบไม่อ้อมค้อมว่า ........ พระธาตุพนมองค์ดั้งเดิมเป็นศาสนสถานของศาสนาพราหมณ์หรือฮินดูใช่หรือไม่ครับ? ...... ท่านไม่ตอบตรงๆแต่หยิบหนังสือเล่มหนึ่งให้ผมดูในนั้นมีภาพ "ท่อโสมสูตร" ที่กรมศิลปากรพบเมื่อคราวที่เข้าไปขุดฐานรากขององค์พระธาตุเพื่อเตรียมก่อสร้างพระธาตุองค์ใหม่ทดแทนองค์เดิมที่ล้มเมื่อเดือนสิงหาคม 2518 ท่านให้ผมดูภาพโดยไม่พูดสักคำเพราะเชื่อว่านักเรียนเก่าจากอินเดียอย่างผมย่อมเข้าใจดีว่า "ท่อโสมสูตร" มีความเกี่ยวข้องกับศาสนาอะไร 

 

 

ผมได้สนทนาและขอถ่ายภาพท่านเจ้าอาวาสวัดพระธาตุพนม ท่าน ดร.พระมหาสม หลังจากถ่ายภาพดวงอาทิตย์เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2546

 

ตามหลักฐานทางดาราศาสตร์ผมเชื่อว่าข้างในองค์พระธาตุพนมมีปราสาทโบราณซ่อนอยู่ข้างใน

 

ศาสนสถานดั้งเดิมที่ซ่อนอยู่ข้างในองค์พระธาตุเชิงชุมอาจจะมีรูปร่างแบบนี้

 

พระธาตุพนมล้มเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม พ.ศ.2518 กรมศิลปากรได้ว่าจ้างบริษัทอีตัลไทยให้เข้าไปเคลียร์พื้นที่เพื่อก่อสร้างพระธาตุพนมองค์ใหม่

 

ขณะเคลียร์ฐานรากของพระธาตุพนมได้พบว่ามีสิ่งก่อสร้างเดิมอยู่ข้างในและด้านผนังทิศเหนือมีแท่งหินทราย

 

กรมศิลปากรบันทึกว่าแท่งหินทรายที่พบเป็นท่อน้ำที่ใช้ในการประกอบพิธีกรรมทางพราหมณ์และพุทธในคติมหายาน

 

ท่อ "โสมสูตร" ทำด้วยหินทราย ถูกพบโดยคนงานของบริษัทอีตัลไทยซึ่งเป็นผู้รับเหมาของกรมศิลปากร (ภาพถ่ายจากหนังสือของท่านเจ้าอาวาท)

 

หนังสือที่ท่านเจ้าอาวาทให้ผมดูและถ่ายภาพ เป็นจดหมายเหตุการบูรณะปฏิสังขรณ์องค์พระธาตุพนม จัดพิมพ์โดยกรมศิลปากรเมื่อ พ.ศ.2522 แต่หลังจากที่ท่านมรณะภาพหนังสือดังกล่าวหายไป ผมมาได้อีกครั้งจาก ดร.สพสันติ์ เพชรคำ ม.ราชภัฏสกลนคร  

 

ข้อความที่กรมศิลปากรระบุว่า "พบแท่งหินทรายแท่งยาวทำเป็นสองส่วนเซาะร่องตรงกลางประกบกันเกิดเป็นรูตรงกลางเป็นท่อน้ำ ....... ท่อน้ำแบบนี้พบในปรางค์ขอมทั่วไป ทั้งลัทธิพราหมณ์ และศาสนาพุทธในคติมหายาน ......." พูดง่ายๆว่านี่คือท่อ "โสมสูตร" 

 

พระธาตุพนมองค์เดิม (ซ้ายมือ) และพระธาตุพนมองค์ปัจจุบัน (ขวามือ)

 

 

      ถ้าพระธาตุพนมองค์ดั้งเดิมเป็นปราสาทในศาสนาพราหมณ์หรือฮินดู ..... ก็ต้องมีความสัมพันธ์กับ "สุริยะเทพ"

        เดือนกันยายนปีต่อมา 2547 ผมคำนวณวันที่ดวงอาทิตย์น่าจะขึ้นตรงกลางประตูของพระธาตุและพบว่าตรงกับวันที่ 14 กันยายน จึงได้ภาพถ่ายเป็นหลักฐาน (เป็นผลงานของ "น้องแป้ง" เจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดนครพนม ซึ่งบ้านอยู่ที่ อ.ธาตุพนม)  

 

 

 

 

 

สามภาพข้างบนนี้ยืนยันว่าพระธาตุพนมหันหน้าไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือที่มุมกวาด 87.5 องศา (Azimuth 87.5) ภาพสวยงามเหล่านี้เป็นฝีมือของ "น้องแป้ง" ชื่อ Facebook Panadda Promkhoonthong เป็นเจ้าหน้าที่ของสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดนครพนม 

 

 

 ภาพถ่ายจากดาวเทียม Google Earth  ก็ยืนยันว่าพระธาตุพนมหันหน้าไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ที่มุมกวาด 87.5 องศา

 

โปรแกรมคอมพิวเตอร์ดาราศาสตร์ยืนยันตำแหน่งดวงอาทิตย์ที่พระธาตุพนมเช้าวันที่ 14 กันยายน 2547 อยู่ที่มุมกวาด 87.5 องศา

       

         คำถาม........ทำไมต้องหันหน้าไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือที่ตำแหน่งมุมกวาด 87.5 องศา?

           พยายามค้นหาเอกสารหลายเล่มเพื่อหาคำตอบแต่จนแล้วจนรอดก็ไม่พบ จึงจำเป็นต้องใช้ดุลพินิจของตนเองประกอบกับหลักฐานอ้างอิงทางดาราศาสตร์บวกกับความเชื่อทางศาสนาพราหมณ์และฮินดู ผมให้ความเห็นว่าพระธาตุพนมก็เหมือนกับโบราณสถานหลายแห่งของศาสนาพราหมณ์และฮินดูที่นิยมหันหน้าไปที่ "ราศีเมษ" (Aries) เพราะราศีนี้เป็นวันศักดิ์สิทธิ์และเป็นเป็นจุดเริ่มต้นของปีมหาศักราช เมื่อครั้งสองพันกว่าปีที่แล้วราศีเมษตรงกับตำแหน่งดวงอาทิตย์ในปรากฏการณ์ "วสันตวิษุวัต" (vernal equinox) ซึ่ง "กลางวันกับกลางคืนเท่ากัน" และดวงอาทิตย์ขึ้น ณ ตำแหน่ง "ทิศตะวันออกแท้" ที่มุมกวาด 90 องศา แต่เนื่องจากแกนโลกแกว่งทำให้วันวสันตวิษุวัตถอยห่างออกจากราศีเมษ 72 ปี ต่อ 1 องศา เมื่อกินเวลาถึง 2,160 ปี ก็ปาเข้าไป 30 องศา ทำให้ดวงอาทิตย์ในวันวสันตวิษุวัตถอยมาอยู่ที่ "ราศีมีน" (Pisces) ภาษาวิชาการเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า Precession of vernal equinox ถ้าจะให้ราศีเมษกลับมาตรงกับวันวสันตวิษุวัตอีกครั้งก็ต้องรอนานถึง 26,000 ปี 

           อย่างไรก็ตามตำราวิชา "โหราศาสตร์" ยังคงยึดถือว่า "ราศีเมษ" กับ "วสันตวิษุวัติ" ยังคงอยู่ด้วยกัน โดยไม่สนใจหลักฐานทางดาราศาสตร์เรียกง่ายๆว่า "ทางใครทางมัน"

          ผมใช้ตัวเลขดวงอาทิตย์ที่ตำแหน่งมุมกวาด 87.5 องศา เข้าไปคำนวณในโปรแกรมดาราศาสตร์ The Starry Night พบว่าตรงกับช่วง 700 AD และเป็นปรากฏการณ์ที่ดวงอาทิตย์กำลังเคลื่อนออกจาก "ราศีมีน" (Pisces) เข้าสู่ "ราศีเมษ" (Aries) ซึ่งอินเดียโบราณถือว่าเป็น "วันศักดิ์สิทธิ์" ในชื่อว่า "มหาสงกรานต์" ความเชื่อนี้ตกทอดมายังอาณาจักรต่างๆในภูมิภาคอินโดจีน กระทั่งปัจจุบันคนไทย คนลาว คนกัมพูชา เรียกปรากฏการณ์นี้ว่า "วันสงกรานต์" หรือ "วันปีใหม่" บรรพชนในยุคนั้นจึงสร้างศาสนสถานให้หันหน้าตรงกับตำแหน่งดวงอาทิตย์ในปรากฏการณ์ "มหาสงกรานต์"

 

 

 

 

           ปรากฏการณ์ Precession of vernal equinox สร้างความกระอักกระอ่วนใจแก่ท่านโหราจารย์ในยุคนั้นเป็นอย่างมาก เพราะบีบให้ท่านต้องเลือกเอาระหว่าง "ราศีเมษ" หรือ "วสันตวิษุวัต" ทำให้ศาสนสถานจำนวนหนึ่งยังคงยึดมั่นอยู่ที่ "วสันตวิษุวัต" และอีกจำนวนหนึ่งหันไปจับที่ "ราศีเมษ" ดังตัวอย่างปราสาทพนมรุ้ง เราๆท่านๆจึงเห็นโบราณสถานทั้งสองแบบในอุทยานประวัติศาตร์สุโขทัย และสถานที่ต่างๆของประเทศไทยและกัมพูชา จังหวัดสกลนครของผมก็มีโบราณสถานทั้งสองแบบ ได้แก่ ปราสาทภูเพ็ก และปราสาทนารายณ์เจงเวง เป็น "วสันตวิษุวัต" ส่วนพระธาตุเชิงชุม กับพระธาตุดุม เป็นราศีเมษ

 

ใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ดาราศาสตร์คำนวณย้อนหลังไปในช่วง 700 - 800 AD พบว่า "ดวงอาทิตย์กำลังเคลื่อนออกจากราศีมีนเข้าสู่ราศีเมษ" ที่ตำแหน่งมุมกวาด 87.5 องศา ข้อมูลตรงนี้น่าสนใจครับ ....... เพราะ 700 - 800 AD เป็นช่วงของอาณาจักรจามซึ่งนับถือศาสนาฮินดู

 

       พระธาตุพนมกับอิทธิพลของอาณาจักรจาม หรือจามปา

           ผมสงสัยประเด็นนี้มานานแล้วตั้งแต่เห็นโบราณวัตถุบางชิ้น เช่น รูปสลักสิงห์หมอบ ซึ่งคล้ายกับตัวที่อยู่พระธาตุอิงฮัง เมืองสะหวันนะเขต สปป.ลาว และก็ทราบดีว่าอาณาจักรจามในยุคนั้นนับถือศาสนาฮินดู ต่อมาเมื่อได้อ่านเอกสาร "เมืองหนองหารหลวง และ ภูพานมหาวนาสี" ประกอบกับหนังสือ "ประวัติอำเภอธาตุพนม" จัดพิมพ์โดย อบจ.นครพนม พบว่าผู้เชี่ยวชาญโบราณคดีก็ยืนยันในข้อสงสัยนี้ บวกกับข้อมูลดาราศาสตร์ที่ระบุคริตศักราช 700 - 800 AD ซึ่งเป็นยุครุ่งเรืองของอาณาจักรจาม

 

เว้ปไซด์การท่องเที่ยวของ สปป.ลาว ระบุว่าเมืองสะหวันนะเขตเคยอยู่ใต้อิทธิพลอาณาจักรจามระหว่างคริตศวรรษที่ 7 - 10 ซึ่งสอดคล้องกับโปรแกรมคอมพิวเตอร์ดาราศาสตร์ที่บ่งชี้ปรากฏการณ์ "ราศีเมษ" ระหว่าง 700 - 800 AD

 

อาณาจักรจาม หรือจามปา กำเนิดขึ้นในคริตศวรรษที่ 2 โดยรับอารยธรรมจากอินเดีย อาณาจักรนี้เจริญรุ่งเรืองอยู่เป็นพันปีและที่สุดก็ล่มสลายอย่างสิ้นเชิงในคริตศวรรษที่ 17 ถูกผนวกเป็นส่วนหนึ่งของประเทศเวียดนาม ปัจจุบันชาวจามดั้งเดิมกลายเป็นชนเผ่าส่วนน้อยและหันมานับถือศาสนาอิสลาม

 

โบราณสถานของอาณาจักรจามกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวของประเทศเวียดนาม

 

เป็นที่น่าสังเกตว่าสิ่งก่อสร้างของอาณาจักรจามก่อสร้างด้วย "อิฐเผา" และใช้หินทรายเป็นส่วนประกอบเช่นขอบประตูและทับหลัง

 

ผมไปชมพิพิธภัณฑ์จามที่เมืองดานัง ประเทศเวียดนามเมื่อปี พ.ศ.2547 

 

ศิวะลึงค์และฐานโยนีเป็นรูปเคารพที่สำคัญของชาวจาม

 

 

รูปสลักสิงห์หมอบที่พระธาตุพนมกับที่พระธาตุอิงฮัง ที่เมืองสะหวันนะเขต สปป.ลาว มีความคล้ายคลึงกันมากจนทำให้ผมคิดว่าต้องมีความเกี่ยวข้องกัน

 

     

รูปแปลนของพระธาตุอิงฮัง ที่เมืองสะหวันนะเขต สปป.ลาว ก็หันไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ที่มุมกวาด 84 - 85 องศา (Azimuth 84 - 85) คล้ายกับพระธาตุพนม 

 

โบราณวัตถุชิ้นนี้ก็น่าสงสัยว่าเป็นศิลปะจาม เปรียบเทียบกับศิลปะที่พระธาตุอิงฮัง แขวงสุวรรณเขต สปป.ลาว

 

 

หนังสือเล่มนี้เขียนโดยมูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์ ซึ่งหนึ่งในผู้เขียนเป็นนักโบราณคดีชื่อดังคือท่านอาจารย์ศรีศักร วัลลิโภดม มีข้อมูลที่สนับสนุนว่าพบศิลปะจามในองค์พระธาตุพนม  

 

ภาพโบราณวัตถุศิลปะจามที่พบในองค์พระธาตุพนม

 

 

บราณวัตถุศิลปะจามพบที่เซบั้งไฟ ฝั่งตรงข้ามกับพระธาตุพนม

 

 

 

หลักฐานที่แสดงว่าอิทธิพลวัฒนธรรมจามได้แผ่เข้ามาถึงพระธาตุพนม

 

แม่น้ำเซบั้งไฟเป็นเส้นทางคมนาคมจากอาณาจักรจาม (ในประเทศเวียดนาม) มายังพระธาตุพนมริมแม่น้ำโขง

 

พระธาตุพนมมองจากปากแม่น้ำเซบั้งไฟ (สปป.ลาว) เชื่อมกับแม่น้ำโขง

 

ภาพถ่ายท่อโสมสูตรและตัวโบราณสถานดั้งเดิมเห็นชัดว่า "สร้างด้วยอิฐเผา" ซึ่งตรงกับการก่อสร้างปราสาทต่างๆในยุคอาณาจักรจาม 

 

 

ขอขอบคุณภาพจาก alamy stock photo แสดงให้เห็นชัดเจนว่าปราสาทของอาณาจักรจามสร้างด้วย "อิฐเผา"

 

        สรุป

           มุมมองของผมซึ่งคิดแบบผสมผสานระหว่างดาราศาสตร์กับความเชื่อ ศาสนา และหลักฐานทางโบราณคดี ทำให้ได้ข้อสรุปว่าโบราณสถานดั้งเดิมที่อยู่ภายในองค์พระธาตุพนม มีเรื่องราว ดังนี้

          1.สร้างในสมัยอิทธิพลของอาณาจักรจาม ระหว่าง ค.ศ.700 - 800 ซึ่งแผ่อำนาจมาจากเมืองหลวงในประเทศเวียดนามปัจจุบันโดยอาศัยแม่น้ำเซบั้งไฟเป็นเส้นทางเดินเรือมาเชื่อมกับแม่น้ำโขง ตามหลักฐานโบราณวัตถุศิลปะจามในองค์พระธาตุพนมและที่เซบั้งไฟ สปป.ลาว (ฝั่งตรงข้ามกับพระธาตุพนม) ประกอบกับภาพถ่ายของกรมศิลปากรที่แสดงให้เห็นสิ่งก่อสร้างดั้งเดิมทำด้วย "อิฐเผา" เหมือนกับปราสาทต่างๆในอาณาจักรจาม (ปัจจุบันเป็นเวียดนาม)  

           2.หันหน้าเข้าหา "ราศีเมษ" ตามความเชื่อในเรื่องวันศักดิ์สิทธิ์ของศาสนาพราหมณ์และฮินดู กำหนดให้ปรากฏการณ์ดวงอาทิตย์เคลื่อนออกจาก "ราศีมีน" เข้าสู่ "ราศีเมษ" เป็นจุดเริ่มต้นของปีใหม่

          อย่างไรก็ตามการศึกษาและค้นคว้าครั้งนี้อาจจะไม่เหมือนกับข้อมูลที่หลายท่านได้รับทราบในเชิงตำนาน นิทาน หรือประวัติศาสตร์ ผมถือว่าเป็นอีกหนึ่งมุมมองที่ทางวิชาการเรียกว่า "เปิดมิติใหม่" อนึ่ง ตามตำนานเล่าว่าพระธาตุพนมสร้างเมื่อ พ.ศ.8 มีความเป็นได้ว่าอาจจะมีที่มาจากตัวเลข ค.ศ.800

       แต่ที่แน่นอนและยืนยันได้ชัดเจนก็คือโบราณสถานแห่งนี้เป็นสถานที่ "ศักดิ์สิทธิ์" มาแต่ครั้งเริ่มแรกราว ค.ศ.700 - 800 แม้ว่าจะเปลี่ยนผ่านจากพราหมณ์และฮินดูจนถึงศาสนาพุทธในปัจจุบัน

 

 







Copyright © 2010 All Rights Reserved.
มูลนิธิเพื่อการพัฒนาผู้นำธุรกิจและชุมชน
The Foundation for Business and Community Leadership Development
โดย
นายอารีย์ ภู่สมบูญ
ประธานกรรมการมูลนิธิฯ