ReadyPlanet.com
dot
dot
แนะนำผู้เขียน
dot
bulletนายกสโมสรโรตารีสกลนคร ปีบริหาร 2556 - 2557
bulletสรรค์สนธิ บุณโยทยาน
dot
สากกะเบือยันเรือรบ กับปราสาทภูเพ็ก สกลนคร
dot
bulletปฏิบัติการวันสิ้นโลกภาค 2 ข้ามทวีป ปราสาทภูเพ็ก สกลนคร VS ปีรามิดเผ่ามายา เม็กซิโก
bulletพระพุทธรูปศิลปะขอมซ่อนอยู่ใต้โพรงหินที่ปราสาทภูเพ็ก.....สื่อถึงอะไร
bulletปฏิบัติการภูเพ็ก ดอนสวรรค์ พิสูจน์คำทำนายซินแส ฮวงจุ้ยเมืองสกล
bulletปฏิบัติการ "กาลิเลโอ" วัดความเร็วการหมุนของโลกที่ปราสาทภูเพ็ก
bulletภูเพ็ก....เมกกะโปรเจค นครที่สาปสูญ
bulletปฏิบัติการวันสิ้นโลก 2012 ท้าพิสูจน์ที่ปราสาทภูเพ็ก สกลนคร
bulletความเป็นมาของปราสาทภูเพ็ก
bulletตลึง ! พบ “ฝายหินพันปี” กลางป่าภูเพ็ก
bulletวัดโลกทั้งใบ ไทย กัมพูชา ปฏิบัติการ "อีราโตสทีเนส" ข้ามประเทศ
bulletครบรอบ 10 ปี การค้นพบ "สุริยะปฏิทินพันปี" ปราสาทภูเพ็ก
bulletปรากฏการณ์ดาราศาสตร์ "เหมายัน" 21 -22 ธันวาคม ที่ปราสาทภูเพ็ก
bulletเผยเทคนิคการออกแบบก่อสร้างปราสาทภูเพ็ก
bulletความเป็นมาของสุริยปฏิทิน
bulletพิสูจน์สุริยะวิถี กับปฏิทินมหาศักราชที่ปราสาทภูเพ็ก
bulletรับพลัง "สุริยันจันทรา" ประชันดาวหางแพนสตาร์
dot
เปิดโลกวิทยาศาสตร์
dot
bulletEarth and Space Class
bulletOperation Chou Li Episode II (Measuring Earth's Tilt)
bulletOperation Rahu VII How far and how big is the sun
bulletวิเคราะห์ฤกษ์รัตนโกสินทร์ในมุมวิทยาศาสตร์
bulletOperation Rahu Episode VI How far and how big is the Moon
bulletปฏิบัติการพิมาย ชาตินี้มีครั้งเดียว Operation Phimai Once or Never
bulletนาฬิกาแดดโรงเรียนวิถีธรรม ม.ราชภัฏสกลนคร
bulletทำไมชาวมายาในเม็กซิโกจึงมีรูปร่างหน้าเหมือนคนเอเซีย
bulletปฏิบัติการชูหลี (Operation Chou Li) ยืนยันมุมเอียงโลก 23.5 องศา
bulletปรากฏการณ์ดวงอาทิตย์ตรงศรีษะ (sun overhead)
bulletOperation Rahu 5 วัดระยะทางโลก - ดวงอาทิตย์
bulletOperation Rahu 4 วัดระยะทางโลก - ดวงจันทร์
bulletเกาะติดไปกับยาน New Horizons เผยความลับพลูโต "ดาวเคราะห์ลูกเมียน้อย"
bulletทำนาน้ำน้อยแต่ผลผลิตสูง เป็นไปได้หรือไม่ More Rice With Less Water?
bulletปฏิบัติการเวกัส 2558 "อีราโต้สทีเน้ส " ภาค 2 วัดโลกทั้งใบด้วยไม้แท่งเดียว
bullet21-22 มิถุนายน ปรากฏการณ์ดาราศาสตร์ "ครีษมายัน" Summer Solstice กลางวันยาวที่สุดในรอบปี
bulletOperation Rahu Episode III 4 April 2015 วัดระยะทางโลกไปดวงจันทร์
bulletปฏิบัติการ "เจนัส" วัดมุมเอียงของโลก
bulletOperation Rahu Episode II สูตรใหม่คำนวณระยะทางโลกไปดวงจันทร์
bulletOperation Rahu Episode I measuring earth to moon วัดระยะทางจากโลกถึงดวงจันทร์ ในปรากฏการณ์จันทรุปราคาเต็มดวง
bulletดางหาง ISON ปรากฏการณ์ดาราศาสตร์ปิดท้ายปี 2556
bulletมองหมากเม่าผ่านมิติดาราศาสตร์
bulletดาราศาสตร์ที่เราเห็น.....ล้วนเป็นภาพลวงตา
bulletเข้าพรรษาบางปีทำไมต้องเดือน 8-8
bulletประสบการณ์ตรงเรื่อง "ยูเอฟโอ" ผมคิดแบบวิทยาศาสตร์
bulletโลกล้านปีที่แอ่งสกลนคร
bulletวัดมุมเอียงของโลก...ด้วยไม้แท่งเดียว
bulletเกาะติดการค้นหาชีวิตบนดาวอังคาร กับยาน Curiosity
bulletหม้อหุงข้าวพลังแสงอาทิตย์ นวัตกรรมติดดิน
bulletนาฬิกาแดดต้นแบบมิติเวลาของมนุษยชาติ
bulletภาคปฏิบัติ....วัดโลกทั้งใบด้วยไม้แท่งเดียว
bulletการอบรมเชิงปฏิบัติการ "อีราโทสทีเนส"
bulletชวนครูไทย วัดโลกทั้งใบ ด้วยไม้แท่งเดียว
dot
จับประเด็นร้อน
dot
bulletฤาตำนานหนองหารล่ม.....จะกลายเป็นเรื่องจริง
bulletทำไมคนถึงอยากครอบครอง "ดอนสวรรค์" ในบึงหนองหาร สกลนคร
bulletกู้ "หนองหาร" ด้วยมือเรา.....เริ่มต้นที่บ้าน
bulletบทเรียนอันเจ็บปวดของเขื่อนในอเมริกา....ฤา จะสะท้อนสามแสนล้านบาทเพื่อจัดการน้ำของไทย
bulletโบราณวัตถุพันปีสกลนคร....อยู่ในภาวะเสี่ยงสูญหาย
bulletภัยมืดรุกชาวสกล...จากสาหร่ายพิษในหนองหาร
bulletกรมศิลปากรโยนหินถาม...เอกสารสิทธิ์ทับคูเมืองโบราณ จะออกทางไหน
bulletน้ำท่วม "ตัวเมืองสกล" บทเรียนที่น่าจะถึงเวลาสรุปเสียที
bulletพายุ "นกกระเตน" ทำเสียหายสวนยางเมืองสกล
bulletฤา...นโยบาย 300 บาท จะช่วยบรรเทาปัญหา “หัวดำออก หัวหงอกเลี้ยง”
dot
อินเดียน่าโจนส์ (ภาคสรรค์สนธิ)
dot
bulletAdventure Tourism (Search-Found-Selfie) ลุยป่าค้นหาขอมพันปี
bulletBig Project Tourism SNO
bulletTourism Project Proposal
bulletยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวเส้นทาง "ราชมรรคา"
bulletThe Riddle of Ayutthaya
bulletOperation Bhishma 2016 ปฏิบัติการดาราศาสตร์ข้ามทวีป ..... การหมุนรอบตัวเองและวงโคจรของโลกยังคงปกติหรือไม่?
bulletทำไมวันปีใหม่ต้องเป็น 1 มกราคม? Why does the new year begin on January 1 ?
bulletผลการดูงานสหกรณ์การเกษตรประเทศไต้หวัน 23 - 26 สิงหาคม 2559
bulletSt.Peter's Fish โปรโมทการท่องเที่ยวและสร้างอาชีพใหม่....สกลนคร
bulletประกาศิตเทพเจ้ากูกูลข่าน The Return of God Kukulkan
bulletปฏิบัติการดาราศาสตร์ข้ามทวีป Operation Transcontinental Equinox 2016
bulletวางผังเมืองเชียงใหม่ด้วยวิธีดาราศาสตร์
bulletกุมภาพันธ์ ปี "อธิกสุรทิน" ทำไมต้อง 29 วัน
bulletมองผ่านประตูพระธาตุพนมในอีกมุม
bulletจับพิรุธรูปสลักหินอ่อน "กษัตริย์เดวิท" ที่เมืองฟอร์เรนซ์
bulletย้อนอดีตกรุงเก่าอยุธยา ถือฤกษ์ "รามนะวามิ"
bulletท่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ "โสมสูตร" ที่ปราสาทขอมในกัมพูชาหายไปไหนหมด
bulletอาทิตย์ตั้งฉากกับพุทธสถานชื่อดังในวันวิสาขบูชาโลก
bulletประตูเมืองโบราณสกลนครอยู่ตรงไหน
bulletTourism Gimmick
bulletปราสาทพิมายในมุมมองวิทยาศาสตร์
bulletมองปราสาทขอม ในแง่มุมดาราศาสตร์ การเมือง และความเชื่อ โดยนักรบออนไลน์ กับไกด์มืออาชีพ
bulletตรุษจีน ตรุษเวียต ตรุษไทสกล และบุญเบิกฟ้า
bulletปริศนา "ปราสาทบายน" ฤา.....มนุษยชาติจะผ่านพ้นความขัดแย้ง
bulletประสูติ ตรัสรู้ ปรินิพพาน ทำไมต้องใช้ชื่อว่า "วิสาขะ"
bulletราหู.....น้ำอมฤต.....สนามบินสุวรรณภูมิ
bulletอาณาจักร "ทวารวดี" ทำไมจึงล่มสลาย
bulletไขประตูสู่อดีตพระธาตุเชิงชุม ...... ในอีกมุมมอง
bullet"มาฆบูชา" ทำไมต้องใช้ชื่อนี้
bullet"ทัชมาฮาล" ในมุมมองดาราศาสตร์
bulletคำสอนพุทธองค์เปล่งประกายอีกครั้งในดินแดนภารตะ
bulletเมือง "สารนาท" ที่มาแห่งวันอาสาฬหบูชา
bulletพระธาตุดุม....ในอีกมุมมอง
bulletถอดจารึกขอม "ภูถ้ำพระ" ทำไมพระพุทธรูปไปอยู่ที่นั่น
bulletแกะรอย "สุริยะเทพ" ที่ปราสาทพนมบาเค็ง
bulletหนองหารหลวงเมืองหน้าด่าน ยันกับอาณาจักรจาม
bulletถอดความศิลาจารึกพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 พบ "ฤกษ์อโรคยาศาล"
bulletมุมมองใหม่ "สะพานขอม" ฝายทดน้ำชลประทาน
bulletปราสาทหินพิมาย กับสามเหลี่ยมพุทธมหายาน
bulletจากพระธาตุเชิงชุม ถึงพุทธคยา
bulletปราสาทขอมเมืองสกล.....เอาหินมาจากไหน ?
bulletไขความลับปราสาทนารายณ์เจงเวง
bulletถอดรหัสขอมพันปี 80 องศา พบราศีเมษ
bulletหลากมิติอารยธรรม 4 ยุค "บ้านท่าวัด" ริมหนองหาร สกลนคร
bulletไขปริศนาปราสาทพนมรุ้ง
bullet13 เมษายน 2551 วันสงกรานต์ จริงหรือ ?
bullet21 มี.ค. 51 ปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ของโลก
bulletตำนานวันปีใหม่ มิติแห่งกาลเวลาของมนุษยชาติ
bulletเข้าพรรษา ปี 2550 ทำไมต้องมีเดือนแปดสองหน
bulletมหาสงกรานต์ 13–15 เม.ย.
bulletDownload ภาคสรรค์สนธิ
bulletปฏิบัติการอีราโตสทีเนสวัดโลกทั้งใบ ด้วยไม้แท่งเดียว
dot
รายการการศึกษาที่น่าสนใจ
dot
bulletความรู้เรื่องพระไตรปิฎก
bulletวัดอภัยสมุทร
bulletสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน
dot
คอลัมน์กิตติมศักดิ์
dot
bulletบ่าวคำหอม ล่ะเบ๋อ
bulletอินเดียน่าโจนส์ (ภาคสรรค์สนธิ)
dot
เว็บที่เกี่ยวข้อง
dot
bulletจังหวัดสกลนคร
bulletเทศบาลเมืองสกลนคร
bulletม.ราชภัฏสกลนคร
bulletจดหมายเหตุเมืองสกลนคร
bulletเทศบาลเมืองนครพนม
bulletเทศบาลตำบลอากาศอำนวย
bulletศูนย์ประติมากรรมกรุงเทพ
bulletweb thaiNGO
bulletสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสกลนคร
dot
นานาสาระ
dot
bulletฝนหลวง
bulletรวมชีวประวัติ ปฏิปทา คติธรรมคำสอนพระกรรมฐาน
bulletฐานรากเศรษฐกิจพอเพียง
bulletบทความน่าสนใจ จากสื่อไทย
bulletรู้ไว้ใช่ว่า ใส่บ่าแบกหาม
bulletพจนานุกรมภาษาอีสาน
bulletข้อคิดดีๆจากภาพยนต์
dot
ข้อมูลเกี่ยวกับขยะ
dot
bulletพลังงานจากขยะ
bulletตัวอย่างโครงการคัดแยกขยะ
dot
ข่าวประชาสัมพันธ์
dot
bulletข่าวสาร บ้านเฮา
bulletข่าว เด่นประเทศเพื่อนบ้าน
bulletช่าว สด ข่าวเด่น
bulletแวดวง BCL.
bulletประมวลภาพ โรตารีสกลนคร ไปทัวร์ยูนนาน
bulletชมรมส่งเสริมคนดีเมืองสกล
bulletกลุ่มศิลป์เพื่อชีวิต
bulletกิจกรรมกลุ่ม young
dot
มุมสุนทรียภาพ
dot
bulletแวดวง ศิลปะ
bulletท่องเที่ยว
bulletแผนที่ทางดาวเทียม
bulletแผนที่ทางหลวง
bulletภาพเก่าๆ ของหัวใจใหม่ๆ
dot
ช่องทางส่งข้อมูล
dot
bulletทาง E-mail
bulletปฏิบัติการ "อีราโทสทีเนส" วัดเส้นรอบวงโลกด้วยไม้แท่งเดียว




ทำนาน้ำน้อยแต่ผลผลิตสูง เป็นไปได้หรือไม่ More Rice With Less Water?

 

ทำนาน้ำน้อย........ แต่ผลผลิตสูงเป็นไปได้หรือไม่ ?

 

 

          พี่ไทยอย่างเราๆท่านๆเคยชินกับคำกล่าวที่ว่า "ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว" มานานร่วมพันปี เพราะเราอยู่ในเขตภูมิอากาศแบบ "มรสุม" มีปริมาณน้ำฝนค่อนข้างมากเฉลี่ยปีละ 1,500 - 1,800 มม. นาข้าวของเราจึงอุดมไปด้วย "น้ำขัง" เป็นสภาพปกติเห็นกันทั่วประเทศ........เรายังไม่ค่อยคุ้นกับศัพท์ทางวิชาการ "เอลนิงโย่" (El Nino) ที่หมายถึงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจากฝนตกตามฤดูกาลไปเป็น "ฝนทิ้งในระยะเวลานาน" อนึ่งนาข้าวหลายล้านไร่พึ่งพาระบบชลประทานจากเขื่อนน้อยใหญ่แต่ไม่ได้ฉงนว่า "เขื่อนก็ไม่ต่างกับโอ่ง" ถ้าไม่มีน้ำฝนมาเติมเขื่อนจะเอาน้ำมาจากไหน

           ภัยแล้งและวิกฤตน้ำปี 2558 เป็นเพียงหมัดแย้ปของธรรมชาติเตือนให้ตระหนักว่า.......น่าจะถึงเวลาทบทวนวิธีการทำนาจากใช้น้ำมากแบบท่วมขัง......เป็นใช้น้ำน้อยแต่ให้ผลผลิตสูง หลายท่านคงถามว่า "จริงหรือ....เป็นไปได้หรือ" ในฐานะที่ผมคุ้นเคยอยู่กับโครงการเกษตรชลประทานมาตั้งแต่ปี 2522 และช่วงหนึ่งไปร่วมประชุมการจัดการทรัพยากรน้ำแห่งเอเซียอาคเนย์ ครั้งที่ 2 เมื่อปลายเดือนสิงหาคม 2548 ที่เกาะบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย โดยการสนับสนุนของสหภาพสากลว่าด้วยการอนุรักษ์ (IUCN) ได้พบกับนักวิชาการเกษตรที่นั่นได้ชมการบรรยายและดูงานในพื้นที่โครงการส่งเสริมการทำนาแบบใช้น้ำน้อย (System of Rice Intensification: SRI) เขาใช้สโลแกนแบบท้าทายว่า ผลผลิตสูง แต่ใช้น้ำน้อย (More Rice with Less Water) ตอนนั้นผมยังทำราชการในตำแหน่งเกษตรและสหกรณ์จังหวัดนครพนม และย้ายมาที่จังหวัดสกลนครจนเกษียณในปี 2552 ผมได้พยายามพูดคุยกับเพื่อนข้าราชการกระทรวงเกษตรโดยเฉพาะอย่างยิ่งเจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยข้าวสกลนคร แต่ตอนนั้นเรายังไม่มีปัญหาภัยแล้งทุกท่านก็ยังไม่ตื่นเต้นอะไรกับเรื่องนี้ เข้าทำนองยังไม่เห็นโลงศพก็ยังไม่หลั่งน้ำตา........มาถึงวันนี้ 2558 ภัยแล้งกลายเป็นปัญหาใหญ่มากถึงมากที่สุด ผมจึงใคร่ขอเสนอแนวคิดการทำนาแบบใช้น้ำน้อยเพื่อเป็นทางเลือกหนึ่งของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  

 

 

          คำพูดจากชาวนาที่เกาะบาหลี "ใช้น้ำน้อย แต่ผลผลิตสูง" More Rice with Less Water 

          ฟังเผินๆไม่น่าจะเป็นไปได้อะไรจะดีขนาดนั้นเชียวรึ ? แต่เมื่อมาพิจารณาถึงหลักวิชาการเกษตรที่แท้จริง ตั้งแต่ครั้งเป็นนักศึกษาที่มหาวิทยาลัยเกษตรแห่งรัฐปันจาบ ประเทศอินเดีย (2513 - 2517) อาจารย์ที่สอนวิชาพืชไร่นา (Agronomy) บอกว่า "ข้าวเป็นพืชที่ปรับตัวได้เก่งที่สุดเมื่อเทียบกับพืชชนิดอื่นๆ" ตอนนั้นผมยังเป็นวัยรุ่นไม่มีโลกทัศน์มากนักก็ไม่ได้คิดอะไร จบปริญญาตรีวิทยาศาสตร์สาขาเกษตรสัตวบาล (BSc.Agriculture and Animal Husbandry) กลับมาทำงานกับกระทรวงมหาดไทยในตำแหน่งพัฒนากรตรีที่อำเภอละงู จังหวัดสตูล ก็เห็นพี่น้องทำนาแบบน้ำเจิ่งนอง โอนมาอยู่สำนักงานจัดรูปที่ดินกลาง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เมื่อ 2526 ประจำอยู่ที่โครงการชลประทานน้ำอูน จังหวัดสกลนคร ก็เห็นทุ่งนาเต็มไปด้วยน้ำ เป็นเกษตรและสหกรณ์จังหวัดนครพนมและสกลนคร 2545 - 2552 ก็ยังเห็นทุ่งนามีน้ำเจิ่งนอง เกษียณเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2552 และได้รับเชิญให้เป็นอาจารย์พิเศษสอนวิชา "การให้น้ำชลประทานกับพืช" ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติจังหวัดสกลนคร ...... มาถึงตอนนี้ผมต้องศึกษาข้อมูลย้อนหลังเพื่อใช้ในการสอนนิสิตเกษตรปี 3 และปี 4 ต้องหยิบเรื่องการทำนาแบบใช้น้ำน้อย System of Rice Intensification :SRI ขึ้นมาปัดฝุ่น จึงรู้ว่า "ข้าวไม่ได้ต้องการน้ำมากถึงขนาดท่วมขังตลอดเวลา" ถ้าเราสามารถปรับให้น้ำและอากาศในดินเข้าสู่จุดสมดุลจะทำให้ระบบรากเจริญเติบโตได้มาก การดูดกินสารอาหารก็จะมีประสิทธิภาพยังผลให้ได้ผลผลิตสูงตามศักยภาพของสายพันธ์ุนั้นๆ

 

  

   

 

         การปลูกข้าวแบบใช้น้ำน้อยแต่ผลผลิตสูง (System of Rice Intensification: SRI) คืออะไร

          การประชุมที่เกาะบาหลีครั้งนั้นทำให้ผมมีโอกาสพบปะพูดคุยกับนักวิชาการเกษตรที่นั่น และได้เรียนรู้เทคนิคการทำนาแบบ SRI พร้อมทั้งดูงานในพื้นที่จริง พบว่าวิธีการปลูกข้าวแบบนี้มีขั้นตอน

          1. เตรียมดินให้ละเอียดกำจัดวัชพืชให้หมดจด

          2. ตกกล้าเพียง 7 - 10 วัน และปักดำเพียง "ต้นเดียว" ที่ระยะ 30 ซม. x 30 ซม. 

          3. ให้น้ำในระยะแรกเพียงปริ่มๆเพื่อให้ข้าวตั้งตัวได้ และเมื่อข้าวเริ่มแตกกอสักระยะอาจจะมีการพรวนดินโดยใช้อุปกรณ์ขนาดเล็ก เหมือนการพรวนดินในพืชไร่

          4. จากนั้นก็ทะยอยรักษาระดับน้ำให้เพียงชุ่มๆ ไม่ต้องท่วมขัง ดูแล้วทำให้นึกถึงคำว่า "ความชื้นสนาม" (Field capacity) 

          5. ต้องมีการกำจัดและควบคุมแมลงศัตรูพืชด้วยวิธีการที่เหมาะสมกับพื้นที่นั้นๆ

 

ระบบการชลประทานแบบ "กระจายน้ำในระดับแปลงนา"  (On-farm Water Distribution) ที่เกาะบาหลี อินโดนีเซีย

 

 

การเตรียมดินอย่างละเอียดเพื่อกำจัดวัชพืชให้หมดจด และตีตารางเป็นเครื่องหมายในการปักดำต้นกล้า

 

เพาะกล้าขนาดเล็กเพียง 7 - 10 วัน เท่านั้น

 

 

ปักดำแบบ "กล้าต้นเดียว" 

 

 

 

เมื่อข้าวเริ่มแตกกอได้ระหนึ่ง ก็มีการพรวนดินเพื่อกำจัดวัชพืชอีกครั้ง

 

 

 

ให้น้ำพอดินชื้นๆไม่ต้องท่วมขัง

 

 

กล้าเพียงต้นเดียวสามารถแตกกอได้มากเพราะระบบรากได้รับอากาศและน้ำในอัตราที่สมดุล

 

 

 

เปรียบเทียบผลผลิตระหว่างการทำนาแบบน้ำน้อย SRI กับการทำนาแบบเดิม

 

 

จุดสำคัญของการทำนาแบบ SRI อยู่ที่การเจริญของระบบรากเพราะได้รับน้ำและอากาศในอัตราที่สมดุล ทำให้สามารถเพิ่มผลผลิตได้เท่าตัว

 

สถาบันวิจัยการเกษตรที่ประเทศอินเดียมีการทดลองปลูกข้าวด้วยระบบน้ำหยด โดยใช้คำพูดอย่างท้าทายว่า .......ท่านจะเชื่อไม้?

 

ชาวนาปลูกข้าวด้วยระบบน้ำหยดจากรัฐ Tamil Nadu India ได้รับรางวัลเกษตรกรดีเด่นปี 2015

 

เกษตรกรดีเด่นปลูกข้าวด้วยระบบน้ำหยดได้ผลผลิต 1.4 ตัน / ไร่ ได้รับรางวัลจากสถาบันวิจัยข้าวแห่งชาติอินเดีย (Indian Institute of Rice Research: IIRR) โดยใช้วาทะกรรมเฉียบคมว่า "ความคิดเล็กๆ คือการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่" 

 

ปี พ.ศ.2526 ไปดูงานการชลประทานกับการปลูกข้าวที่รัฐ California USA เห็นการให้น้ำชลประทานในนาข้าวแบบปล่อยน้ำขัง (Flooded Irrigation) 

 

มาถึง พ.ศ.2557 รัฐ California มีปัญหาภัยแล้งอย่างต่อเนื่องจนไม่มีน้ำชลประทานเพียงพอต่อการทำนาแบบดั้งเดิม ท่านผู้ว่าราชการรัฐ Mr Jerry Brown ได้ขอความช่วยเหลือจากรัฐบาลอิสราเอล ท่านนายกรัฐมนตรี Benjamin Netanyahu เดินทางไปลงนามในความร่วมมือทางวิชาการ 

 

รัฐบาลอิสราเอลส่งผู้เชี่ยวชาญการจัดการน้ำจากมหาวิทยาลัยเบนกูเรี่ยน และบริษัทเนต้าฟีม ไปทำแปลงระบบน้ำหยดที่รัฐแคลิปฟอร์เนีย

 

 

ความแห้งแล้งที่รัฐแคลิปฟอร์เนีย It Never Rains in Sounthern California ...... Rang True Sure Ranf True

 

          ทางเลือกของชาวนาอีสาน

           ผมทราบว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีนโยบาย "ห้ามทำนาปรัง" และให้ปลูกพืชไร่ชนิดต่างๆเป็นการทดแทนด้วยเหตุผล "น้ำชลประทานเหลือน้อย" ในความเห็นส่วนตัวของผมถ้าชาวนายังต้องการปลูกข้าวนาปรังต่อไปก็น่าจะให้ใช้เทคโนโลยี "นาข้าวใช้น้ำน้อย เท่ากับพืชไร่" และปรับเปลี่ยนจากพันธ์ุข้าวดั้งเดิมให้เป็นพันธุ์ที่มีคุณภาพสูง อาทิ ข้าวไรซ์เบอรี่ โดยให้ศูนย์วิจัยข้าวสกลนครเป็นผู้ริเริ่มทำแปลงทดสอบในสถานี และแปลงทดสอบในนาเกษตรกรอาสาสมัคร เพื่อให้เห็นความเป็นไปได้ของระบบ SRI 

                  ในเมื่อเพื่อนบ้านในกลุ่มประชาคมอาเซี่ยนอย่าง "พี่น้องชาวอิเหนา" ได้ออกตัวเทคนิคการทำนาแบบน้ำน้อยแต่ผลผลิตสูง และดูแล้วก็ไม่ได้มีอะไรลึกลับซับซ้อนจนถึงขั้นต้องใช้นักวิชาการระดับโปเฟสเซ่อร์ ภาษาอีสานอาจพูดว่า "บักหำและอีนางบ้านได๋ก็เฮ็ดได้" กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็น่าจะสั่งการให้กรมการข้าวทดลองริเริ่มดู ถ้ายังไม่สะใจก็ขออนุญาตเป็นกรณีพิเศษพาเจ้าหน้าที่ไปดูงานที่เกาะบาหลี ผมว่ามันคงถึงเวลาแล้วครับเราต้องมาช่วยกันพัฒนารูปแบบการปลูกข้าวโดยใช้หลักการ More Rice with Less Water 

 

         สาขาวิชาพืชศาสตร์ คณะเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร เริ่มการทดลองปลูกข้าวใช้น้ำน้อยแบบ SRI เพื่อพิสูจน์ว่า More Rice With Less Water เป็นไปได้หรือไม่?

           ในฐานะกรรมการสภามหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนครได้ประสานกับอาจารย์ ดร.พิจิกา ทิมสุกใส ประธานสาขาวิชาพืชศาสตร์ ให้เป็นหัวหน้าทีมในการทดลองครั้งนี้ เริ่มในเดือนมิถุนายน 2559 และนี่คือผลการทดลองเป็นครั้งแรก 

 

ภาพเปรียบเทียบการทำนาแบบปักดำต้นเดียวกับการปักดำทั่วๆไป

 

อาจารย์ญัฐพงษ์ วงษ์มา ดำเนินการเพาะกล้าแบบ "ต้นเดียว" โดยใช้ข้าวสองพันธ์ุคือ หอมมะลิ 105 กับ หอมนิล 

 

        

กล้าต้นเดียวที่พร้อมปักดำใช้เมล็ดพันธ์ุเพียงไม่เกิน 3 ขีด ต่อไร่ หรือ 1 กิโลกรัมปลูกได้ 3 ไร่ ขณะที่นาดำทั่วๆไปใช้เมล็ดพันธ์ุ 5 - 7 กิโลกรัม ต่อไร่

 

แบ่งการทดลองออกเป็น 2 ระบบ คือแปลงให้น้ำและสารอาหารแบบ fertigation กับแปลงปลูกแบบธรรมดา

 

การให้สารอาหารชนิดปุ่ยอินทรีย์น้ำโดยจ่ายพร้อมกับระบบน้ำหยด เรียกว่า Fertigation (Fertilization + Irrigation)

 

อุปกรณ์การให้น้ำและสารอาหารปุ๋ยอินทรีย์น้ำแบบ Fertigation ผลิตจากใส้เดือนโดยอาจารย์วรางรัตน์ เสนาสิงห์ 

 

บ่อเลี้ยงใส้เดือนเพื่อผลิตปุ๋ยอินทรีย์ โดยอาจารย์วรางรัตน์ เสนาสิงห์

 

ปุ๋ยอินทรีย์ผงจากการเลี้ยงใส้เดือน

 

 

 

น้ำและปุ๋ยอินทรีย์น้ำจากการเลี้ยงใส้เดือนผ่านระบบ Fertigation

 

การทดลองอีกแปลงเป็นการปล่อยน้ำเพื่อกำจัดวัชชพืชในระยะปักดำ

 

ลดระดับน้ำให้เหลือเพียงชุ่มที่หน้าผิวดิน หลังจากกำจัดวัชพืชเรียบร้อยแล้ว

 

วัชพืชถูกกำจัดด้วยน้ำและถูกต้นข้าวแตกกอปกคลุมดินป้องกันไม่ให้วัชพืชได้รับแสงแดด

 

ข้าวที่ปักดำเพียงต้นเดียวกำลังเริ่มแตกกอ

 

เปรียบเทียบกล้าต้นเดียวกับการแตกกอ

 

จากกล้าเพียงต้นเดียวแตกกอได้มาก

 

ข้าวหอมนิลออกดอกก่อนข้าวหอมมะลิ 30 วัน

 

 นักศึกษากำลังเก็บเกี่ยวข้าวหอมนิล

 

 ข้าวหอมมะลิเติบโตได้อย่างดีโดยไม่ต้องมีน้ำขังในแปลง

 

 ข้าวหอมมะลิแปลงที่ใช้ปุ๋ยเคมีจะมีลำต้นสูง

 

 แปลงข้าวหอมมะลิที่ใช้ปุ๋ยอินทรีย์จะมีความสูงไม่มากเท่ากับแปลงที่ใช้ปุ๋ยเคมี

 

ข้าวหอมมะลิใช้ปุ๋ยอินทรีย์ใกล้ที่จะเก็บเกี่ยว

 

เป้าหมายผลผลิตอยู่ที่ระดับ 1,280 กก / ไร่ หรือทำนา 1 ไร่ให้ได้ผลผลิตเท่ากับ 4 ไร่ ของนาทั่วๆไป โดยตั้งสูตรไว้ที่ ปักดำ 1 ต้นกล้าที่ระยะ 50 cm x 50 cm (จำนวน population 6,400 กอ) ในแต่ละกอจะได้ข้าว 40 รวงๆละ 200 เมล็ด (น้ำหนัก 5 กรัม / รวง ที่ความชื้น 14%)  

 

ผลผลิตที่ได้จากแปลงทดลองปีแรก 2559

 

ตารางเปรียบเทียบระหว่าง ผลผลิตข้าวหอมมะลิ  VS ค่าความเสียหาย เช่น ถ้าค่าความเสียหาย = 15% จะได้ผลผลิต 1,088 Kg / Rai  

 

เป็นที่น่าสังเกตว่าการใช้ปุ๋ยอินทรีย์มีผลต่อ "น้ำหนักเมล็ด"

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 







Copyright © 2010 All Rights Reserved.
มูลนิธิเพื่อการพัฒนาผู้นำธุรกิจและชุมชน
The Foundation for Business and Community Leadership Development
โดย
นายอารีย์ ภู่สมบูญ
ประธานกรรมการมูลนิธิฯ