ReadyPlanet.com
dot
dot
แนะนำผู้เขียน
dot
bulletนายกสโมสรโรตารีสกลนคร ปีบริหาร 2556 - 2557
bulletสรรค์สนธิ บุณโยทยาน
dot
สากกะเบือยันเรือรบ กับปราสาทภูเพ็ก สกลนคร
dot
bulletปฏิบัติการวันสิ้นโลกภาค 2 ข้ามทวีป ปราสาทภูเพ็ก สกลนคร VS ปีรามิดเผ่ามายา เม็กซิโก
bulletพระพุทธรูปศิลปะขอมซ่อนอยู่ใต้โพรงหินที่ปราสาทภูเพ็ก.....สื่อถึงอะไร
bulletปฏิบัติการภูเพ็ก ดอนสวรรค์ พิสูจน์คำทำนายซินแส ฮวงจุ้ยเมืองสกล
bulletปฏิบัติการ "กาลิเลโอ" วัดความเร็วการหมุนของโลกที่ปราสาทภูเพ็ก
bulletภูเพ็ก....เมกกะโปรเจค นครที่สาปสูญ
bulletปฏิบัติการวันสิ้นโลก 2012 ท้าพิสูจน์ที่ปราสาทภูเพ็ก สกลนคร
bulletความเป็นมาของปราสาทภูเพ็ก
bulletตลึง ! พบ “ฝายหินพันปี” กลางป่าภูเพ็ก
bulletวัดโลกทั้งใบ ไทย กัมพูชา ปฏิบัติการ "อีราโตสทีเนส" ข้ามประเทศ
bulletครบรอบ 10 ปี การค้นพบ "สุริยะปฏิทินพันปี" ปราสาทภูเพ็ก
bulletปรากฏการณ์ดาราศาสตร์ "เหมายัน" 21 -22 ธันวาคม ที่ปราสาทภูเพ็ก
bulletเผยเทคนิคการออกแบบก่อสร้างปราสาทภูเพ็ก
bulletความเป็นมาของสุริยปฏิทิน
bulletพิสูจน์สุริยะวิถี กับปฏิทินมหาศักราชที่ปราสาทภูเพ็ก
bulletรับพลัง "สุริยันจันทรา" ประชันดาวหางแพนสตาร์
dot
เปิดโลกวิทยาศาสตร์
dot
bulletEarth and Space Class
bulletOperation Chou Li Episode II (Measuring Earth's Tilt)
bulletOperation Rahu VII How far and how big is the sun
bulletวิเคราะห์ฤกษ์รัตนโกสินทร์ในมุมวิทยาศาสตร์
bulletOperation Rahu Episode VI How far and how big is the Moon
bulletปฏิบัติการพิมาย ชาตินี้มีครั้งเดียว Operation Phimai Once or Never
bulletนาฬิกาแดดโรงเรียนวิถีธรรม ม.ราชภัฏสกลนคร
bulletทำไมชาวมายาในเม็กซิโกจึงมีรูปร่างหน้าเหมือนคนเอเซีย
bulletปฏิบัติการชูหลี (Operation Chou Li) ยืนยันมุมเอียงโลก 23.5 องศา
bulletปรากฏการณ์ดวงอาทิตย์ตรงศรีษะ (sun overhead)
bulletOperation Rahu 5 วัดระยะทางโลก - ดวงอาทิตย์
bulletOperation Rahu 4 วัดระยะทางโลก - ดวงจันทร์
bulletเกาะติดไปกับยาน New Horizons เผยความลับพลูโต "ดาวเคราะห์ลูกเมียน้อย"
bulletทำนาน้ำน้อยแต่ผลผลิตสูง เป็นไปได้หรือไม่ More Rice With Less Water?
bulletปฏิบัติการเวกัส 2558 "อีราโต้สทีเน้ส " ภาค 2 วัดโลกทั้งใบด้วยไม้แท่งเดียว
bullet21-22 มิถุนายน ปรากฏการณ์ดาราศาสตร์ "ครีษมายัน" Summer Solstice กลางวันยาวที่สุดในรอบปี
bulletOperation Rahu Episode III 4 April 2015 วัดระยะทางโลกไปดวงจันทร์
bulletปฏิบัติการ "เจนัส" วัดมุมเอียงของโลก
bulletOperation Rahu Episode II สูตรใหม่คำนวณระยะทางโลกไปดวงจันทร์
bulletOperation Rahu Episode I measuring earth to moon วัดระยะทางจากโลกถึงดวงจันทร์ ในปรากฏการณ์จันทรุปราคาเต็มดวง
bulletดางหาง ISON ปรากฏการณ์ดาราศาสตร์ปิดท้ายปี 2556
bulletมองหมากเม่าผ่านมิติดาราศาสตร์
bulletดาราศาสตร์ที่เราเห็น.....ล้วนเป็นภาพลวงตา
bulletเข้าพรรษาบางปีทำไมต้องเดือน 8-8
bulletประสบการณ์ตรงเรื่อง "ยูเอฟโอ" ผมคิดแบบวิทยาศาสตร์
bulletโลกล้านปีที่แอ่งสกลนคร
bulletวัดมุมเอียงของโลก...ด้วยไม้แท่งเดียว
bulletเกาะติดการค้นหาชีวิตบนดาวอังคาร กับยาน Curiosity
bulletหม้อหุงข้าวพลังแสงอาทิตย์ นวัตกรรมติดดิน
bulletนาฬิกาแดดต้นแบบมิติเวลาของมนุษยชาติ
bulletภาคปฏิบัติ....วัดโลกทั้งใบด้วยไม้แท่งเดียว
bulletการอบรมเชิงปฏิบัติการ "อีราโทสทีเนส"
bulletชวนครูไทย วัดโลกทั้งใบ ด้วยไม้แท่งเดียว
dot
จับประเด็นร้อน
dot
bulletฤาตำนานหนองหารล่ม.....จะกลายเป็นเรื่องจริง
bulletทำไมคนถึงอยากครอบครอง "ดอนสวรรค์" ในบึงหนองหาร สกลนคร
bulletกู้ "หนองหาร" ด้วยมือเรา.....เริ่มต้นที่บ้าน
bulletบทเรียนอันเจ็บปวดของเขื่อนในอเมริกา....ฤา จะสะท้อนสามแสนล้านบาทเพื่อจัดการน้ำของไทย
bulletโบราณวัตถุพันปีสกลนคร....อยู่ในภาวะเสี่ยงสูญหาย
bulletภัยมืดรุกชาวสกล...จากสาหร่ายพิษในหนองหาร
bulletกรมศิลปากรโยนหินถาม...เอกสารสิทธิ์ทับคูเมืองโบราณ จะออกทางไหน
bulletน้ำท่วม "ตัวเมืองสกล" บทเรียนที่น่าจะถึงเวลาสรุปเสียที
bulletพายุ "นกกระเตน" ทำเสียหายสวนยางเมืองสกล
bulletฤา...นโยบาย 300 บาท จะช่วยบรรเทาปัญหา “หัวดำออก หัวหงอกเลี้ยง”
dot
อินเดียน่าโจนส์ (ภาคสรรค์สนธิ)
dot
bulletAdventure Tourism (Search-Found-Selfie) ลุยป่าค้นหาขอมพันปี
bulletBig Project Tourism SNO
bulletTourism Project Proposal
bulletยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวเส้นทาง "ราชมรรคา"
bulletThe Riddle of Ayutthaya
bulletOperation Bhishma 2016 ปฏิบัติการดาราศาสตร์ข้ามทวีป ..... การหมุนรอบตัวเองและวงโคจรของโลกยังคงปกติหรือไม่?
bulletทำไมวันปีใหม่ต้องเป็น 1 มกราคม? Why does the new year begin on January 1 ?
bulletผลการดูงานสหกรณ์การเกษตรประเทศไต้หวัน 23 - 26 สิงหาคม 2559
bulletSt.Peter's Fish โปรโมทการท่องเที่ยวและสร้างอาชีพใหม่....สกลนคร
bulletประกาศิตเทพเจ้ากูกูลข่าน The Return of God Kukulkan
bulletปฏิบัติการดาราศาสตร์ข้ามทวีป Operation Transcontinental Equinox 2016
bulletวางผังเมืองเชียงใหม่ด้วยวิธีดาราศาสตร์
bulletกุมภาพันธ์ ปี "อธิกสุรทิน" ทำไมต้อง 29 วัน
bulletมองผ่านประตูพระธาตุพนมในอีกมุม
bulletจับพิรุธรูปสลักหินอ่อน "กษัตริย์เดวิท" ที่เมืองฟอร์เรนซ์
bulletย้อนอดีตกรุงเก่าอยุธยา ถือฤกษ์ "รามนะวามิ"
bulletท่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ "โสมสูตร" ที่ปราสาทขอมในกัมพูชาหายไปไหนหมด
bulletอาทิตย์ตั้งฉากกับพุทธสถานชื่อดังในวันวิสาขบูชาโลก
bulletประตูเมืองโบราณสกลนครอยู่ตรงไหน
bulletTourism Gimmick
bulletปราสาทพิมายในมุมมองวิทยาศาสตร์
bulletมองปราสาทขอม ในแง่มุมดาราศาสตร์ การเมือง และความเชื่อ โดยนักรบออนไลน์ กับไกด์มืออาชีพ
bulletตรุษจีน ตรุษเวียต ตรุษไทสกล และบุญเบิกฟ้า
bulletปริศนา "ปราสาทบายน" ฤา.....มนุษยชาติจะผ่านพ้นความขัดแย้ง
bulletประสูติ ตรัสรู้ ปรินิพพาน ทำไมต้องใช้ชื่อว่า "วิสาขะ"
bulletราหู.....น้ำอมฤต.....สนามบินสุวรรณภูมิ
bulletอาณาจักร "ทวารวดี" ทำไมจึงล่มสลาย
bulletไขประตูสู่อดีตพระธาตุเชิงชุม ...... ในอีกมุมมอง
bullet"มาฆบูชา" ทำไมต้องใช้ชื่อนี้
bullet"ทัชมาฮาล" ในมุมมองดาราศาสตร์
bulletคำสอนพุทธองค์เปล่งประกายอีกครั้งในดินแดนภารตะ
bulletเมือง "สารนาท" ที่มาแห่งวันอาสาฬหบูชา
bulletพระธาตุดุม....ในอีกมุมมอง
bulletถอดจารึกขอม "ภูถ้ำพระ" ทำไมพระพุทธรูปไปอยู่ที่นั่น
bulletแกะรอย "สุริยะเทพ" ที่ปราสาทพนมบาเค็ง
bulletหนองหารหลวงเมืองหน้าด่าน ยันกับอาณาจักรจาม
bulletถอดความศิลาจารึกพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 พบ "ฤกษ์อโรคยาศาล"
bulletมุมมองใหม่ "สะพานขอม" ฝายทดน้ำชลประทาน
bulletปราสาทหินพิมาย กับสามเหลี่ยมพุทธมหายาน
bulletจากพระธาตุเชิงชุม ถึงพุทธคยา
bulletปราสาทขอมเมืองสกล.....เอาหินมาจากไหน ?
bulletไขความลับปราสาทนารายณ์เจงเวง
bulletถอดรหัสขอมพันปี 80 องศา พบราศีเมษ
bulletหลากมิติอารยธรรม 4 ยุค "บ้านท่าวัด" ริมหนองหาร สกลนคร
bulletไขปริศนาปราสาทพนมรุ้ง
bullet13 เมษายน 2551 วันสงกรานต์ จริงหรือ ?
bullet21 มี.ค. 51 ปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ของโลก
bulletตำนานวันปีใหม่ มิติแห่งกาลเวลาของมนุษยชาติ
bulletเข้าพรรษา ปี 2550 ทำไมต้องมีเดือนแปดสองหน
bulletมหาสงกรานต์ 13–15 เม.ย.
bulletDownload ภาคสรรค์สนธิ
bulletปฏิบัติการอีราโตสทีเนสวัดโลกทั้งใบ ด้วยไม้แท่งเดียว
dot
รายการการศึกษาที่น่าสนใจ
dot
bulletความรู้เรื่องพระไตรปิฎก
bulletวัดอภัยสมุทร
bulletสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน
dot
คอลัมน์กิตติมศักดิ์
dot
bulletบ่าวคำหอม ล่ะเบ๋อ
bulletอินเดียน่าโจนส์ (ภาคสรรค์สนธิ)
dot
เว็บที่เกี่ยวข้อง
dot
bulletจังหวัดสกลนคร
bulletเทศบาลเมืองสกลนคร
bulletม.ราชภัฏสกลนคร
bulletจดหมายเหตุเมืองสกลนคร
bulletเทศบาลเมืองนครพนม
bulletเทศบาลตำบลอากาศอำนวย
bulletศูนย์ประติมากรรมกรุงเทพ
bulletweb thaiNGO
bulletสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสกลนคร
dot
นานาสาระ
dot
bulletฝนหลวง
bulletรวมชีวประวัติ ปฏิปทา คติธรรมคำสอนพระกรรมฐาน
bulletฐานรากเศรษฐกิจพอเพียง
bulletบทความน่าสนใจ จากสื่อไทย
bulletรู้ไว้ใช่ว่า ใส่บ่าแบกหาม
bulletพจนานุกรมภาษาอีสาน
bulletข้อคิดดีๆจากภาพยนต์
dot
ข้อมูลเกี่ยวกับขยะ
dot
bulletพลังงานจากขยะ
bulletตัวอย่างโครงการคัดแยกขยะ
dot
ข่าวประชาสัมพันธ์
dot
bulletข่าวสาร บ้านเฮา
bulletข่าว เด่นประเทศเพื่อนบ้าน
bulletช่าว สด ข่าวเด่น
bulletแวดวง BCL.
bulletประมวลภาพ โรตารีสกลนคร ไปทัวร์ยูนนาน
bulletชมรมส่งเสริมคนดีเมืองสกล
bulletกลุ่มศิลป์เพื่อชีวิต
bulletกิจกรรมกลุ่ม young
dot
มุมสุนทรียภาพ
dot
bulletแวดวง ศิลปะ
bulletท่องเที่ยว
bulletแผนที่ทางดาวเทียม
bulletแผนที่ทางหลวง
bulletภาพเก่าๆ ของหัวใจใหม่ๆ
dot
ช่องทางส่งข้อมูล
dot
bulletทาง E-mail
bulletปฏิบัติการ "อีราโทสทีเนส" วัดเส้นรอบวงโลกด้วยไม้แท่งเดียว




ประตูเมืองโบราณสกลนครอยู่ตรงไหน

 

ประตูเมืองโบราณสกลนครอยู่ตรงไหน ..... รูปร่างหน้าตาเป็นอย่างไร

           ผมสงสัยมานานแล้วว่าประตูเมืองสกลนครในยุคขอมเรืองอำนาจอยู่ตรงส่วนไหนของคูเมือง อ่านหนังสือของกรมศิลปากรและเอกสารต่างๆที่เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของเมืองนี้ก็ไม่พบข้อมูล ค้นหาในบันทึกของนักโบราณคดีชาวฝรั่งเศส แอนเตียน อะมอนิเยร์ เคยมาที่สกลนครในปี พ.ศ.2447 ก็ไม่ได้กล่าวถึงเรื่องนี้ ค้นหารูปและบันทึกของกรมพระยาดำรงราชานุภาพเมื่อครั้งเสด็จมาที่สกลนครเมื่อเดือนมกราคม พ.ศ.2449 ก็ไม่พบภาพถ่ายและข้อความ พูดคุยกับนักโบราณคดีหลายท่านก็ยังไม่ได้คำตอบ คุยกับคุณครูเก่าของเมืองสกลท่านหนึ่งพอได้ความว่าชาวบ้านรื้อเอาหินไปทำฐานเสาบ้าน แต่ก็ไม่มีหลักและภาพถ่ายฐานยืนยัน ........ ก็เลยจำเป็นต้องใช้ความรู้และข้อมูลของตนเองเท่าที่จะหาได้บวกกับจินตนาการ และข้อมูลอ้างอิงจากเมืองโบราณต่างๆในยุคขอมเรืองอำนาจ เช่น พิมายและนครอังกอร์ที่กัมพูชา

          อย่างไรก็ตามผมมั่นใจว่าต้องมีประตูเมืองอยู่ที่ใดที่หนึ่งอย่างแน่นอนเพราะ "เป็นไปไม่ได้ที่เมืองนี้ ไม่มีประตู" ดูจากภาพถ่ายทางอากาศเมื่อ พ.ศ. 2497 เห็นชัดเจนว่ามีคูเมืองเป็นรูปสี่เหลี่ยมขนาดประมาณ 1,700 เมตร x 1,800 เมตร คิดเป็นเนื้อที่ตัวเมืองเกือบ 2,000 ไร่ ถือว่าเป็นเมืองขนาดใหญ่ของอาณาจักรขอมในดินแดนเกือบเหนือสุดของอาณาเขต และมีโบราณสถานศิลปะขอมมากที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับเมืองต่างๆที่ตั้งอยู่ในภาคอีสานตอนบน ได้แก่ อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ นครพนม มุกดาหาร และกาฬสินธ์ุ กรมศิลปากรระบุว่าเมืองนี้น่าจะมีอายุราวพุทธศตวรรษที่ 15 - 16 อย่างไรก็ตามในช่วงพุทธศตวรรษที่ 17 มีกษัตริย์ขอมที่เป็นนักก่อสร้างและมีพระราชอำนาจมากที่สุด คือ พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 มรดกของพระองค์ในจังหวัดสกลนครที่กรมศิลปากรยืนยันอย่างน้อย 2 แห่ง ได้แก่สะพานขอม และอโรคยาศาล

          เมื่อเป็นเช่นนี้แล้วประตูเมืองก็น่าจะมีความอลังการพอสมควรให้สมกับเป็นเมืองใหญ่ แต่คำถาม ...... ทำไมหายไปจนหมดไม่เหลือซากแม้แต่น้อย ในความเห็นส่วนตัวเชื่อว่าถูกรื้อเอาหินไปก่อสร้างวัดหรือสิ่งก่อสร้างอย่างอื่นภายหลังจากขอมเสื่อมอำนาจและเข้าสู่ยุคอาณาจักรล้านช้างต่อเนื่องกับอาณาจักรรัตนโกสินทร์      

 

ภาพถ่ายทางอากาศเมื่อ พ.ศ.2497 มองเห็นคูเมืองรูปสี่เหลี่ยมชัดเจน รวมทั้งอ่างเก็นน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่เรียกว่า "บาราย" ในภาพจะเห็นว่าคูเมืองด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนืออยู่ในน้ำหนองหาร นั่นเป็นเพราะมีการสร้างประตูน้ำที่ปากลำน้ำก่ำในสมัยรัฐบาลจอมพล ป.พิบูลสงคราม ราวๆ พ.ศ.2490 ทำให้ระดับน้ำในหนองหารสูงขึ้นจนท่วมคูเมืองโบราณ 

 

พิจารณาภาพถ่ายทางอากาศเมื่อปี 2497 เห็นได้ชัดเจนว่าเขตคูเมืองโบราณยุคขอมเรืองอำนาจน่าจะเป็นพื้นที่แห้งไม่มีน้ำท่วมขัง เพราะบรรพชนเหล่านั้นคงไม่สร้างเมืองในพื้นที่น้ำท่วมถึงพวกเขาต้องรู้ดีว่าระดับน้ำสูงสุดมาถึงบริเวณไหน

 

ภาพถ่ายดาวเทียมแสดงชัดเจนว่าราชธานีของอาณาจักรขอมที่ชื่อ Angkor ตั้งอยู่ริมทะเลสาปขนาดใหญ่แต่ก็อยู่พ้นจากเขตน้ำท่วมถึงในฤดูน้ำหลาก พิจารณาจากแผนที่ Google Earth พบว่าบริเวณที่ตั้งเมืองนี้สูงกว่าระดับน้ำในทะเลสาปมากกว่า 10 เมตร ประกอบกับบันทึกของฑูตจีนชื่อ จูต้ากวน ที่มาประจำนครอังกอร์ในราชสำนักของพระเจ้าอินทรวรมันที่ 3 ระหว่าง ค.ศ.1296 - 1297 อธิบายถึงระดับน้ำในทะเลสาปสูงขึ้นมากถึงยอดต้นไม้ในฤดูน้ำหลากแต่ไม่มีกล่าวถึงน้ำท่วมตัวเมือง

 

ผมเคยไปนั่งเรือชมทะเลสาปแห่งนี้หลายครั้งและมองเห็นระดับน้ำเปรียบเทียบกับพื้นที่ตัวเมือง Angkor มีความสูงต่างกันและอยู่ห่างกันพอสมควร ประกอบกับทะเลสาปแห่งนี้ไม่มีประตูน้ำเหมือนกับหนองหารสกลนคร

 

 

ช่วงที่ทำงานร่วมกับองค์กรระหว่างประเทศ เช่น IUCN และ MRC มีโอกาศไปประชุมและสัมมนาเกี่ยวกับเรื่องการจัดการน้ำที่ Siem Reap หลายครั้ง ก็ไม่เคยได้ยินว่าเมือง Angkor (ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น Siem Reap) ถูกน้ำท่วม อย่างเก่งก็ท่วมเป็นแห่งๆตามที่ลุ่ม เช่น บริเวณที่เป็น "บารายขนาดใหญ่"  

 

   

ปราสาท Neak Pean เป็นโบราณสถานที่อยู่ตรงกลางบารายขนาดใหญ่จึงมักมีน้ำท่วมขังหลายครั้งจากน้ำฝนในพื้นที่ แต่ก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกับระดับน้ำในทะเลสาป

  

          ผมพยายามค้นหาหลักฐานเอกสารต่างๆที่สามารถระบุตำแหน่งประตูเมืองจนทุกวันนี้ก็ยังไม่พบข้อมูลแม้แต่นิดเดียว ก็เลยจำเป็นต้องใช้จินตนาการบวกกับข้อมูลอ้างอิงของเมืองพิมาย และเมืองนครธม ที่ประเทศกัมพูชา ทำให้เกิดภาพจำลองว่าประตูเมืองน่าจะอยู่ที่ศูนย์กลางของคูเมืองทั้งสี่ด้านโดยมีถนนเชื่อมเป็นรูปกากะบาดใกล้กับพระธาตุเชิงชุม (ปราสาทขอม) ซึ่งเป็นศูนย์กลางของเมือง คล้ายๆกับเมืองนครธม     

 

ตำแหน่งที่น่าจะเป็นประตูเมืองโบราณโดยมีถนนเชื่อมระหว่างกันเป็นรูปกากะบาด

 

ผังเมืองโบราณของตัวเมืองสกลนครมีพระะาตุเชิงชุม (ปราสาท) เป็นศูนย์กลาง

 

 

 

แปลนเมืองนครธมที่เอามาอ้างอิง มีปราสาทบายนเป็นศูนย์กลางและมีถนนตัดกันเป็นรูปกากะบาด

 

 

 ตัวเมืองพิมายมีประตูอยู่ตรงกลางของคูเมืองด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ ปัจจุบันประตูเมืองโบราณก็ยังปรากฏอยู่ชัดเจน

 

ประตูเมืองพิมายที่เป็นจุดเริ่มต้นของถนนที่เชื่อมไปถึงนครอังกอร์ในกัมพูชา กำลังจะโปรโมทให้เป็นส่วนหนึ่งของมรดกโลก

 

          ประตูเมืองโบราณสกลนครน่าจะเหมือนศิลปะขอมบายน            

          จากหลักฐานภาพถ่ายเก่าแก่ที่พอหาได้ของพระธาตุเชิงชุมเป็นภาพที่ถ่ายก่อนปี พ.ศ.2449 อย่างแน่นอนเพราะดูจากหลักฐานที่ยอดซุ้มประตูที่ยังมีรูปร่างคล้ายพระปรางค์ (อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมในบทความ แกะรอยอดีตพระธาตุเชิงชุม 4 ยุคอารยธรรม เว้ปไซด์เดียวกันนี้) ในภาพนี้ปรากฏซุ้มประตูของวัดที่มีรูปร่างเหมือนประตูเมืองนครธม ทำให้ผมเชื่อว่าน่าจะลอกแบบมาจากประตูเมืองโบราณซึ่งก่อสร้างในยุคขอมบายนราวพุทธศตวรรษที่ 16  

 

 

ภาพถ่ายเก่าแก่ของวัดพระธาตุเชิงชุมที่แต่เดิมเป็นปราสาทขอม มีซุ้มประตูคล้ายกับเมืองนครธม

 

 

 ประตูเมืองนครธมเป็นศิลปะขอมบายนสร้างในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 พุทธศตวรรษที่ 16 

 

ภาพขยายให้เห็นซุ้มประตูศิลปะบายน ด้านทิศตะวันตกของพระธาตุเชิงชุม

 

เปรียบเทียบซุ้มประตูพระธาตุเชิงชุมระหว่างภาพถ่ายเก่า (ก่อน พ.ศ.2494) กับภาพถ่ายปัจจุบัน

 

ภาพถ่ายปี 2494 เห็นซุ้มประตูทิศตะวันตกมีลักษณะคล้ายประตูเมืองนครธม (Angkor Thom) ที่ประเทศกัมพูชา 

 

 

เปรียบเทียบซุ้มประตูพระธาตุเชิงชุมกับซุ้มประตูเมืองนครธม

 

          จะค้นหาประตูโบราณได้อย่างไร ?

          ถ้ากรมศิลปากรเห็นด้วยกับแนวคิดของผมก็น่าจะลองขุดดินที่คูเมืองด้านทิศตะวันออกลงไปให้ถึงดินเดิม เชื่อว่าฐานรากที่เป็นหินน่าจะยังคงอยู่แม้ตัวประตูได้ถูกทำลายไปหมดแล้วเพราะการก่อสร้างประตูเมืองขนาดใหญ่ต้องมีการวางฐานรากที่มั่นคงด้วยวัสดุเช่นหินหรือไม้เน้ือแข็งที่เป็นท่อนซุงขนาดใหญ่ ถ้าสามารถพิสูจน์จนพบฐานรากประตูเมืองละก้อเราๆท่านๆเปิดประวัติศาสตร์เมืองสกลเพิ่มขึ้นอีกบทหนึ่งได้เลย ไหนๆกรมศิลปากรก็ได้กันเขตแนวคูเมืองไว้ส่วนหนึ่งแล้วโดยห้ามก่อสร้างทุกชนิดบนนั้นก็น่าจะทดลองค้นหาประตูเมืองซะเลยให้มันรู้แล้วรู้รอด

 

 

การสร้างซุ้มจำเป็นต้องมีฐานรากที่มั่นคงโดยใช้วัสดุที่แข็งแรง เช่น ศิลาแลง หินทราย และไม้เนื้อแข็ง 

 

          วิธีการค้นคว้าและค้นหาประตูเมืองโบราณ

          ผมยอมรับว่าไม่เคยเรียนวิชาโบราณคดีแต่ผมเรียนจบปริญญาวิทยาศาสตร์และสนใจศึกษาเรื่องนี้เป็นการส่วนตัวโดยใช้พื้นความรู้วิชาต่างๆที่เรียนมาตั้งแต่มัธยมเอามาผสมผสานกัน จนในที่สุดผมมาถึงบางอ้อว่าถ้าเราเข้าใจ "พฤติกรรมมนุษย์ในเชิงตรรกวิทยา" ก็ไม่ยากที่จะเรียนรู้เรื่องโบรารคดีและประวัติศาสตร์ เพราะสิ่งเหล่านั้นเกิดจากฝีมือมนุษย์ตาดำๆอย่างเราๆท่านๆนี่แหละ จากการศึกษาเรื่องราวอารยธรรมย้อนหลังไปหลายพันปีเริ่มตั้งแต่ยุคเมโสโปเตเมียจวบจนปัจจุบัน ผมค้นพบว่า "พฤติกรรมของมนุษย์ยังคงเหมือนเดิม" เปลี่ยนไปเพียงวิธีการที่จะบรรลุถึงสิ่งที่ต้องการ เช่น สมัยโบราณมนุษย์ต้องการขึ้นสู่อำนาจก็ใช้พละกำลังที่เหนือกว่าผู้อื่น มาถึงยุคเทคโนโลยีก็ใช้อาวุธที่เหนือกว่า

          ดังนั้น ในการค้นคว้าเรื่อง "ประตูเมืองโบราณ" ผมจึงใช้วิธีการ

          1. จากภาพถ่ายทางอากาศที่เห็นชัดว่าเมืองโบราณสกลนครเป็นสไตล์ "ขอมเรืองอำนาจ" ผมจึงใช้หลักตรรกวิทยาระบุว่า "เมืองนี้ต้องมีประตู" ซึ่งรูปแบบของประตู และถนน ก็น่าจะลอกเรียนมาจากต้นแบบที่นครอังกอร์ เพราะการปกครองของอาณาจักรขอมเป็นระบอบ "อำนาจส่วนกลาง" ไม่ต่างกับประเทศไทยปัจจุบันที่ศูนย์อำนาจอยู่ที่กรุงเทพ ผู้ว่าราชการจังหวัดก็ต้องมาจากการแต่งตั้งโดยคำสั่งกระทรวงมหาดไทย แบบแปลนอาคารศาลากลางจังหวัดต้องมาจากกรมโยธาธิการ งบประมาณก็โอนมาจากกรมบัญชีกลาง ข้าราชการจะขอย้ายก็ต้องไปวิ่งเต้นกับอธิบดีหรือปลัดกระทรวงที่กรุงเทพ แม้กระทั่งผู้รับเหมาจะยื่นซองประมูลก็ยังต้องไปคารวะท่านผู้มีอำนาจที่กรุงเทพ ดังนั้น รูปแบบของการก่อสร้างประตูเมืองและการจัดวางผังตัวเมืองก็น่าจะไม่ต่างจากนครอังกอร์ โดยมีตัวอย่างที่ประตูเมืองพิมาย

          2. จากหลักฐานภาพถ่ายของ "ซุ้มประตู" ที่พระธาตุเชิงชุม (ปราสาทขอม) มีรูปร่างคล้ายซุ้มประตูของ "เมืองนครธม" ที่นครอังกอร์ และจากประสบการณ์ตรงของผมที่คุ้นเคยกับเมืองนั้นอยู่แล้วทำให้ทราบว่าซุ้มประตูของปราสาทในยุคขอมบายนกับซุ้มประตูเมืองใช้ศิลปะเดียวกัน

 

 

 

ภาพ (บนซ้ายมือ) เป็นซุ้มประตูเมืองนครธม ส่วนภาพอื่นๆเป็นซุ้มประตูของปราสาทพระขันฑ์ ปราสาทบันเตยกะเดย ปราสาทตาพรม ทั้งหมดนี้มีรูปร่างของศิลปะขอมบายน เป็นการยืนยันว่าซุ้มประตูปราสาทต่างๆในยุคพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 (ขอมบายน) มีลักษณะเหมือนกับประตูเมืองนครธม 

 

 เปรียบเทียบภาพถ่ายซุ้มประตูพระธาตุเชิงชุมกับซุ้มประตูเมืองนครธมมีส่วนคล้ายกันมาก จึงพออนุมานตามหลักตรรกวิทยาได้ว่า "ประตูเมืองโบราณสกลนคร" ก็น่าจะมีรูปร่างแบบนี้  

 

          3. เป็นที่ทราบทั่วไปว่า "คูเมืองที่ยังคงเหลืออยู่" ก็คือแนวคันดินทิศตะวันออกตรงบริเวณที่ใช้ในการแข่งเรือ และทราบอีกว่ามีการถมดินให้สูงขึ้นในสมัยนายกเทศมนตรีท่านหนึ่งราวๆสามสิบกว่าปีที่แล้ว ดังนั้นผมจึงมีความคิดว่าให้ขออนุญาตกรมศิลปากรเพื่อใช้เครื่องเจาะดินลงไปให้ถึงระดับดินเดิมและเอาตัวอย่างขึ้นมาดูว่ามีวัสดุ "ศิลาแลง หินทราย ไม้เนื้อแข็ง" หรือไม่ ถ้าพบวัสดุดังกล่าวก็ให้กรมศิลปากรทำโครงการขุดสำรวจโดยองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นน่าจะเป็นนายทุนอุดหนุนงบประมาณ ถ้าเราสามารถค้นพบฐานรากประตูเมืองได้จริงๆรับรองประวัติศาสตร์เมืองสกลเปิดหน้าใหม่ได้อีกฉากหนึ่ง

 

 

แถวๆตรงนี้แหละที่น่าจะมีการเจาะสำรวจหาฐานรากประตูเมืองโบราณ 

 

ภาพจินตนาการของเมืองสกลนครโบราณในยุคขอมเรืองอำนาจ น่าจะมีรูปร่างหน้าตาเป็นโครงสร้างหลักๆดังที่เห็น

 

 

 

ภาพที่วาด "เมืองสกลโบราณ" ผมเจตนาให้ตรงกับปรากฏการณ์ดวงอาทิตย์ขึ้นที่ Alignment ของตัวเมืองที่ตำแหน่ง Azimuth 80 องศา ปัจจุบันตรงกับวันที่ 15-16 เมษายน และ 25 สิงหาคม 

 

        เทคโนโลยีใหม่ล่าสุดในการค้นหาประตูเมืองโบราณ           

           จากการศึกษาเทคโนโลยีล่าสุดที่ใช้กับแหล่งโบราณคดีพบว่ามีระบบ Scan พื้นที่ด้วย Laser ที่เรียกว่า Light Detection and Ranging : LiDAR สามารถเจาะทะลุลงไปใต้ดินและมองเห็นร่องรอยของสิ่งก่อสร้างที่แฝงตัวอยู่ ผลงานล่าสุดคือการค้นพบสิ่งก่อสร้างมากมายที่ปราสาทนครวัด และเมืองนครธม ประเทศกัมพูชา อุปกรณ์กล้องถ่ายภาพชนิดพิเศษนี้สามารถติดตั้งกับ Drone ซึ่งน่าจะมีขายในท้องตลาด หากองค์การบริหารส่วนจังหวัดสกลนครจับมือกับกรมศิลปากรก็น่าจะพัฒนาวิธีการไฮเทคได้ไม่ยากนัก หรือไม่ก็เอางบประมาณใส่มืออาจารย์ ม.ราชภัฏสกลนครที่จบปริญญาเอกด้านวิทยาศาสตร์ให้ทำหน้าที่ technical consultant ในโครงการสำรวจครั้งนี้ เชื่อว่าอาจารย์ที่จบ PhD Science คงจะเล่นไม่ยาก  

 

 

ภาพถ่าย LiDAR ที่ปราสาทนครวัดแสดงให้เห็นร่องรอยสิ่งก่อสร้างมากมายแฝงตัวอยู่ใต้ดิน

 

เมื่อนำผลภาพถ่าย LiDAR มาสร้างภาพจำลองจะเห็นสวยงามแบบนี้ 

 

 

ภาพถ่าย LiDAR ของเมืองนครธมก็พบร่องรอยสิ่งก่อสร้างมากมาย

 

 

อุปกรณ์ LiDAR สามารถติดตั้งกับ Drone 

 

 

 หลักการทำงานของ LiDAR ในการ Scan พื้นที่

 

 

          ผมเชื่อว่าถ้าเราสามารถค้นหาร่องรอยประตูเมืองสกลนครโบราณที่แฝงตัวอยู่ใต้ดิน ....... ก็เท่ากับเราสร้างแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่มี Story Behind ดีไม่ดีเราอาจพบโบราณสถานอื่นๆอีกหลายแห่งที่ยืนยันว่า ....... นครหนองหารหลวงไม่ได้มีเพียงแค่สิ่งก่อสร้างที่เห็นในปัจจุบัน ...... ถึงเวลาแล้วครับต้องเล่นกับเทคโนโลยีไฮเทคให้มันสมกับยุคไทยแลนด์ 4.0

 

 

 

 

 







Copyright © 2010 All Rights Reserved.
มูลนิธิเพื่อการพัฒนาผู้นำธุรกิจและชุมชน
The Foundation for Business and Community Leadership Development
โดย
นายอารีย์ ภู่สมบูญ
ประธานกรรมการมูลนิธิฯ