ReadyPlanet.com
dot
dot
แนะนำผู้เขียน
dot
bulletนายกสโมสรโรตารีสกลนคร ปีบริหาร 2556 - 2557
bulletสรรค์สนธิ บุณโยทยาน
dot
สากกะเบือยันเรือรบ กับปราสาทภูเพ็ก สกลนคร
dot
bulletปฏิบัติการวันสิ้นโลกภาค 2 ข้ามทวีป ปราสาทภูเพ็ก สกลนคร VS ปีรามิดเผ่ามายา เม็กซิโก
bulletพระพุทธรูปศิลปะขอมซ่อนอยู่ใต้โพรงหินที่ปราสาทภูเพ็ก.....สื่อถึงอะไร
bulletปฏิบัติการภูเพ็ก ดอนสวรรค์ พิสูจน์คำทำนายซินแส ฮวงจุ้ยเมืองสกล
bulletปฏิบัติการ "กาลิเลโอ" วัดความเร็วการหมุนของโลกที่ปราสาทภูเพ็ก
bulletภูเพ็ก....เมกกะโปรเจค นครที่สาปสูญ
bulletปฏิบัติการวันสิ้นโลก 2012 ท้าพิสูจน์ที่ปราสาทภูเพ็ก สกลนคร
bulletความเป็นมาของปราสาทภูเพ็ก
bulletตลึง ! พบ “ฝายหินพันปี” กลางป่าภูเพ็ก
bulletวัดโลกทั้งใบ ไทย กัมพูชา ปฏิบัติการ "อีราโตสทีเนส" ข้ามประเทศ
bulletครบรอบ 10 ปี การค้นพบ "สุริยะปฏิทินพันปี" ปราสาทภูเพ็ก
bulletปรากฏการณ์ดาราศาสตร์ "เหมายัน" 21 -22 ธันวาคม ที่ปราสาทภูเพ็ก
bulletเผยเทคนิคการออกแบบก่อสร้างปราสาทภูเพ็ก
bulletความเป็นมาของสุริยปฏิทิน
bulletพิสูจน์สุริยะวิถี กับปฏิทินมหาศักราชที่ปราสาทภูเพ็ก
bulletรับพลัง "สุริยันจันทรา" ประชันดาวหางแพนสตาร์
dot
เปิดโลกวิทยาศาสตร์
dot
bulletวิเคราะห์ฤกษ์รัตนโกสินทร์ในมุมวิทยาศาสตร์
bulletOperation Rahu VI for STEMS Education
bulletปฏิบัติการพิมาย ชาตินี้มีครั้งเดียว Operation Phimai Once or Never
bulletนาฬิกาแดดโรงเรียนวิถีธรรม ม.ราชภัฏสกลนคร
bulletทำไมชาวมายาในเม็กซิโกจึงมีรูปร่างหน้าเหมือนคนเอเซีย
bulletปฏิบัติการชูหลี (Operation Chou Li) ยืนยันมุมเอียงโลก 23.5 องศา
bulletปรากฏการณ์ดวงอาทิตย์ตรงศรีษะ (sun overhead)
bulletOperation Rahu 5 วัดระยะทางโลก - ดวงอาทิตย์
bulletOperation Rahu 4 วัดระยะทางโลก - ดวงจันทร์
bulletเกาะติดไปกับยาน New Horizons เผยความลับพลูโต "ดาวเคราะห์ลูกเมียน้อย"
bulletทำนาน้ำน้อยแต่ผลผลิตสูง เป็นไปได้หรือไม่ ?
bulletปฏิบัติการเวกัส 2558 "อีราโต้สทีเน้ส " ภาค 2 วัดโลกทั้งใบด้วยไม้แท่งเดียว
bullet21-22 มิถุนายน ปรากฏการณ์ดาราศาสตร์ "ครีษมายัน" Summer Solstice กลางวันยาวที่สุดในรอบปี
bulletOperation Rahu Episode III 4 April 2015 วัดระยะทางโลกไปดวงจันทร์
bulletปฏิบัติการ "เจนัส" วัดมุมเอียงของโลก
bulletOperation Rahu Episode II สูตรใหม่คำนวณระยะทางโลกไปดวงจันทร์
bulletOperation Rahu Episode I measuring earth to moon วัดระยะทางจากโลกถึงดวงจันทร์ ในปรากฏการณ์จันทรุปราคาเต็มดวง
bulletดางหาง ISON ปรากฏการณ์ดาราศาสตร์ปิดท้ายปี 2556
bulletมองหมากเม่าผ่านมิติดาราศาสตร์
bulletดาราศาสตร์ที่เราเห็น.....ล้วนเป็นภาพลวงตา
bulletเข้าพรรษาปี 2555 ทำไมต้องเดือน 8-8 วิทยาศาสตร์มีคำตอบ
bulletประสบการณ์ตรงเรื่อง "ยูเอฟโอ" ผมคิดแบบวิทยาศาสตร์
bulletโลกล้านปีที่แอ่งสกลนคร
bulletวัดมุมเอียงของโลก...ด้วยไม้แท่งเดียว
bulletเกาะติดการค้นหาชีวิตบนดาวอังคาร กับยาน Curiosity
bulletหม้อหุงข้าวพลังแสงอาทิตย์ นวัตกรรมติดดิน
bulletนาฬิกาแดดต้นแบบมิติเวลาของมนุษยชาติ
bulletภาคปฏิบัติ....วัดโลกทั้งใบด้วยไม้แท่งเดียว
bulletการอบรมเชิงปฏิบัติการ "อีราโทสทีเนส"
bulletชวนครูไทย วัดโลกทั้งใบ ด้วยไม้แท่งเดียว
dot
จับประเด็นร้อน
dot
bulletฤาตำนานหนองหารล่ม.....จะกลายเป็นเรื่องจริง
bulletทำไมคนถึงอยากครอบครอง "ดอนสวรรค์" ในบึงหนองหาร สกลนคร
bulletกู้ "หนองหาร" ด้วยมือเรา.....เริ่มต้นที่บ้าน
bulletบทเรียนอันเจ็บปวดของเขื่อนในอเมริกา....ฤา จะสะท้อนสามแสนล้านบาทเพื่อจัดการน้ำของไทย
bulletโบราณวัตถุพันปีสกลนคร....อยู่ในภาวะเสี่ยงสูญหาย
bulletภัยมืดรุกชาวสกล...จากสาหร่ายพิษในหนองหาร
bulletกรมศิลปากรโยนหินถาม...เอกสารสิทธิ์ทับคูเมืองโบราณ จะออกทางไหน
bulletน้ำท่วม "ตัวเมืองสกล" บทเรียนที่น่าจะถึงเวลาสรุปเสียที
bulletพายุ "นกกระเตน" ทำเสียหายสวนยางเมืองสกล
bulletฤา...นโยบาย 300 บาท จะช่วยบรรเทาปัญหา “หัวดำออก หัวหงอกเลี้ยง”
dot
อินเดียน่าโจนส์ (ภาคสรรค์สนธิ)
dot
bulletThe Riddle of Ayutthaya
bulletOperation Bhishma 2016 ปฏิบัติการดาราศาสตร์ข้ามทวีป ..... การหมุนรอบตัวเองและวงโคจรของโลกยังคงปกติหรือไม่?
bulletทำไมวันปีใหม่ต้องเป็น 1 มกราคม? Why does the new year begin on January 1 ?
bulletผลการดูงานสหกรณ์การเกษตรประเทศไต้หวัน 23 - 26 สิงหาคม 2559
bulletSt.Peter's Fish โปรโมทการท่องเที่ยวและสร้างอาชีพใหม่....สกลนคร
bulletประกาศิตเทพเจ้ากูกูลข่าน The Return of God Kukulkan
bulletปฏิบัติการดาราศาสตร์ข้ามทวีป Operation Transcontinental Equinox 2016
bulletวางผังเมืองเชียงใหม่ด้วยวิธีดาราศาสตร์
bulletกุมภาพันธ์ ปี "อธิกสุรทิน" ทำไมต้อง 29 วัน
bulletมองผ่านประตูพระธาตุพนมในอีกมุม
bulletจับพิรุธรูปสลักหินอ่อน "กษัตริย์เดวิท" ที่เมืองฟอร์เรนซ์
bulletย้อนอดีตกรุงเก่าอยุธยา ถือฤกษ์ "รามนะวามิ"
bulletท่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ "โสมสูตร" ที่ปราสาทขอมในกัมพูชาหายไปไหนหมด
bulletอาทิตย์ตั้งฉากกับพุทธสถานชื่อดังในวันวิสาขบูชาโลก
bulletประตูเมืองโบราณสกลนครอยู่ตรงไหน
bulletTourism Gimmick
bulletปราสาทพิมายในมุมมองวิทยาศาสตร์
bulletมองปราสาทขอม ในแง่มุมดาราศาสตร์ การเมือง และความเชื่อ โดยนักรบออนไลน์ กับไกด์มืออาชีพ
bulletตรุษจีน ตรุษเวียต ตรุษไทสกล และบุญเบิกฟ้า
bulletปริศนา "ปราสาทบายน" ฤา.....มนุษยชาติจะผ่านพ้นความขัดแย้ง
bulletประสูติ ตรัสรู้ ปรินิพพาน ทำไมต้องใช้ชื่อว่า "วิสาขะ"
bulletราหู.....น้ำอมฤต.....สนามบินสุวรรณภูมิ
bulletอาณาจักร "ทวารวดี" ทำไมจึงล่มสลาย
bulletไขประตูสู่อดีตพระธาตุเชิงชุม ...... ในอีกมุมมอง
bullet"มาฆบูชา" ทำไมต้องใช้ชื่อนี้
bullet"ทัชมาฮาล" ในมุมมองดาราศาสตร์
bulletคำสอนพุทธองค์เปล่งประกายอีกครั้งในดินแดนภารตะ
bulletเมือง "สารนาท" ที่มาแห่งวันอาสาฬหบูชา
bulletพระธาตุดุม....ในอีกมุมมอง
bulletถอดจารึกขอม "ภูถ้ำพระ" ทำไมพระพุทธรูปไปอยู่ที่นั่น
bulletแกะรอย "สุริยะเทพ" ที่ปราสาทพนมบาเค็ง
bulletหนองหารหลวงเมืองหน้าด่าน ยันกับอาณาจักรจาม
bulletถอดความศิลาจารึกพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 พบ "ฤกษ์อโรคยาศาล"
bulletมุมมองใหม่ "สะพานขอม" ฝายทดน้ำชลประทาน
bulletปราสาทหินพิมาย กับสามเหลี่ยมพุทธมหายาน
bulletจากพระธาตุเชิงชุม ถึงพุทธคยา
bulletปราสาทขอมเมืองสกล.....เอาหินมาจากไหน ?
bulletไขความลับปราสาทนารายณ์เจงเวง
bulletถอดรหัสขอมพันปี 80 องศา พบราศีเมษ
bulletหลากมิติอารยธรรม 4 ยุค "บ้านท่าวัด" ริมหนองหาร สกลนคร
bulletไขปริศนาปราสาทพนมรุ้ง
bullet13 เมษายน 2551 วันสงกรานต์ จริงหรือ ?
bullet21 มี.ค. 51 ปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ของโลก
bulletตำนานวันปีใหม่ มิติแห่งกาลเวลาของมนุษยชาติ
bulletเข้าพรรษา ปี 2550 ทำไมต้องมีเดือนแปดสองหน
bulletมหาสงกรานต์ 13–15 เม.ย.
bulletDownload ภาคสรรค์สนธิ
bulletปฏิบัติการอีราโตสทีเนสวัดโลกทั้งใบ ด้วยไม้แท่งเดียว
dot
รายการการศึกษาที่น่าสนใจ
dot
bulletความรู้เรื่องพระไตรปิฎก
bulletวัดอภัยสมุทร
bulletสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน
dot
คอลัมน์กิตติมศักดิ์
dot
bulletบ่าวคำหอม ล่ะเบ๋อ
bulletอินเดียน่าโจนส์ (ภาคสรรค์สนธิ)
dot
เว็บที่เกี่ยวข้อง
dot
bulletจังหวัดสกลนคร
bulletเทศบาลเมืองสกลนคร
bulletม.ราชภัฏสกลนคร
bulletจดหมายเหตุเมืองสกลนคร
bulletเทศบาลเมืองนครพนม
bulletเทศบาลตำบลอากาศอำนวย
bulletศูนย์ประติมากรรมกรุงเทพ
bulletweb thaiNGO
bulletสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสกลนคร
dot
นานาสาระ
dot
bulletฝนหลวง
bulletรวมชีวประวัติ ปฏิปทา คติธรรมคำสอนพระกรรมฐาน
bulletฐานรากเศรษฐกิจพอเพียง
bulletบทความน่าสนใจ จากสื่อไทย
bulletรู้ไว้ใช่ว่า ใส่บ่าแบกหาม
bulletพจนานุกรมภาษาอีสาน
bulletข้อคิดดีๆจากภาพยนต์
dot
ข้อมูลเกี่ยวกับขยะ
dot
bulletพลังงานจากขยะ
bulletตัวอย่างโครงการคัดแยกขยะ
dot
ข่าวประชาสัมพันธ์
dot
bulletข่าวสาร บ้านเฮา
bulletข่าว เด่นประเทศเพื่อนบ้าน
bulletช่าว สด ข่าวเด่น
bulletแวดวง BCL.
bulletประมวลภาพ โรตารีสกลนคร ไปทัวร์ยูนนาน
bulletชมรมส่งเสริมคนดีเมืองสกล
bulletกลุ่มศิลป์เพื่อชีวิต
bulletกิจกรรมกลุ่ม young
dot
มุมสุนทรียภาพ
dot
bulletแวดวง ศิลปะ
bulletท่องเที่ยว
bulletแผนที่ทางดาวเทียม
bulletแผนที่ทางหลวง
bulletภาพเก่าๆ ของหัวใจใหม่ๆ
dot
ช่องทางส่งข้อมูล
dot
bulletทาง E-mail
bulletปฏิบัติการ "อีราโทสทีเนส" วัดเส้นรอบวงโลกด้วยไม้แท่งเดียว




อาณาจักร "ทวารวดี" ทำไมจึงล่มสลาย

 

อาณาจักร "ทวารวดี" ทำไมจึงล่มสลาย

          ผมเชื่อว่าทุกท่านที่สนใจเรื่องราวประวัติศาสตร์และโบราณคดีของแอ่งสกลนครคงจะเกิดข้อสงสัยว่า.......อาณาจักรทวารวดีที่จุดประกาย "อารยธรรม" แก่ดินแดนในแถบนี้.......และเจริญรุ่งเรืองด้วยวัฒนธรรมและศาสนาพุทธนิกายหินยาน ผู้คนล้วนใช้ชีวิตในคำสอนแห่งพุทธองค์.....จู่ๆก็มาล่มสลายเหลือเพียงซากปรักหักพัง กองอิฐกองปูน แท่งเสมาหินทราย และพระพุทธรูปศิลปะอินเดีย......และความทรงจำในหน้าประวัติศาสตร์

          อ่านเอกสารหลายเล่มก็ไม่พบการอธิบายอย่างชัดเจนว่าเกิดอะไรขึ้นกับอาณาจักรแห่งนี้ นักโบราณคดีและนักประวิติศาสตร์เพียงแต่กล่าวสั้นๆว่า อาณาจักรทวารวดีสิ้นสุดลงในพุทธศตวรรษที่ 16 ดังนั้นก็คงหนีไม้พ้นการค้นคว้าจากหลักฐานและวัตถุพยานที่ยังเหลืออยู่ ผมจะพาท่านที่เคารพเดินลอดอุโมงค์แห่งเวลาย้อนอดีตไปในช่วงพุทธศตวรรษที่ 12 - 16

 

           เริ่มต้นอาณาจักรทวารวดีในที่ราบภาคกลางของดินแดนแหลมทอง

           นักประวัติศาสตร์ให้ความเห็นว่าก่อนอารยธรรมทวารวดี ดินแดนแหลมทองเคยมีอาณาจักรโบราณเรียกว่า "สุวรรภูมิ" ต่อมาเป็น "โจฬะ" ส่งต่อมายัง "สุวรรณโคมคำ" และมาลงเอยที่ "ทวารวดี" ในพุทธศตวรรษที่ 12 แต่เรื่องราวของอาณาจักรโบราณเหล่านั้นไม่ค่อยมีรายละเอียดมากนักเพราะไม่ค่อยมีหลักฐานทางโบราณคดี จากการค้นพบโบราณสถาน โบราณวัตถุ พระพุทธรูป และจารึกภาษาสันสกฤต ทำให้สามารถยืนยันว่าอาณาจักร "ทวารวดี" ก่อกำเนิดขึ้นเพราะได้รับอารยธรรมจากอินเดียที่มาทางเรือ คำว่า "ทวารวดี" เกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อ ปี พ.ศ.2427 โดยนักโบราณคดีชาวอังกฤษชื่อแซมมวล บีล แปลงมาจากคำว่า "โปโลโปตี" ในบันทึกของภิกษุจีน "จิ้งฮง" เมื่อพุทธศตวรรษที่ 12 กล่าวว่า "โถโลโปตี" เป็นอาณาจักรที่ตั้งอยู่ระหว่าง "อาณาจักรศรีเกษตร" พม่าในปัจจุบัน กับ "อาณาจักรอิศานปุระ" กัมพูชาปัจจุบัน

 

นักวิชาการด้านประวัติศาสตร์และโบราณคดีฟันธงมานานแล้วว่า "อารยธรรมทวารวดี" จากดินแดนแม่ในประเทศอินเดีย เข้ามาตั้งถิ่นฐานยังแผ่นดินแหลมทองเมื่อครั้งพุทธศตวรรษที่ 12 (พ.ศ.1100 - 1199) และแผ่อิทธพลขึ้นมาที่ภาคอีสานในเวลาต่อมา มีศูนย์กลางอยู่ที่เมืองฟ้าแดดสงยาง ปัจจุบันคืออำเภอกมลาไสย จังหวัดกาฬสินธุ์ จากนั้นก็มาที่แอ่งสกลนคร

 

แผนที่แสดงเส้นทางการเดินเรือจากอินเดียมายังเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ในยุคก่อนทวารวดี และยุคทวารวดี ทำให้อารยธรรมจากอินเดียแพร่เข้ามาในดินแดนนี้

 

ผู้คนเหล่านี้ในยุคทวารวดี หน้าตาเหมือนพี่ไทยอย่างเราๆท่านๆไม้ละ

 

รูปปูนปั้นแสดงหน้าตาของผู้คนในยุคทวาราวดี ดูลักษณะทางพันธุกรรมศาสตร์แล้ว เป็น "ดีเอ็นเอ" มาจากอินตะละเดียร้อยเปอร์เซ็นต์ 

 

 

พูดกันแบบตรงไปตรงมาไม่มีใครรู้ "ชื่อที่แท้จริงของอาณาจักรนี้" แต่เมื่อมีการค้นพบเหรียนเงินที่นครปฐมมีคำจารึกภาษาสันสกฤตว่า "ศรีทวารวดี ศวรปุณยะ" ก็อนุมาณว่าเอาชื่อนี้แหละเพราะฟังแล้วดูดีอีกทั้งมีที่มาที่ไปเป็นลายลักษณ์อักษรไม่ไช่นั่งเทียนคิดเอาเอง

 

ที่บ้านคูบัว อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี มีโบราณสถานยุคทวารวดีสร้างด้วยอิฐเผา ก็แสดงว่าดินแดนแถบนครปฐม ราชบุรี และจังหวัดใกล้เคียง เป็นศูนย์กลางอาณาจักรทวารวดีแห่งแรกของดินแดนขวานทอง 

 

วัดเขาคลังใน เป็นสถูปใหญ่ที่สุดของทวารวดีในประเทศไทย อยู่ที่อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ เพชรบูรณ์

 

 สถูปขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทยที่วัดคลังใน อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ บ่งบอกถึงความเป็น "ทวารวดี" อันรุ่งเรือง

 

นักวิชาการด้านโบราณคดีหลายท่านชื่อว่าโบราณสถานดั่งเดิมที่อยู่ข้างในองค์พระปฐมเจดีย์ปัจจุบันสร้างในสมัยทวารวดี

 

ภาพวาดแสดงโบราณสถานยุคทวารวดีที่อยู่ภายในองค์พระปฐมเจดีย์ปัจจุบัน ซึ่งก่อสร้างในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4

 

พระพุทธรูปศิลปะทวารวดี และเสมาธรรมจักร ได้รับอิทธิพลจากอินเดียตั้งแต่ครั้งพระเจ้าอโศกมาหาราช

 

ต้นแบบ "พระธรรมจักร" ในยุคทวารวดี มีที่มาจากยุคพระเจ้าอโศกมหาราช เมื่อ พ.ศ. 270 - 232  

 

รูปปูนปั้นศิลปะทวารวดีที่บ้านคูบัว จังหวัดราชบุรี

 

          กำเนิดอาณาจักรทวารวดีในดินแดนอีสาน และแอ่งสกลนคร

          ผมเชื่อว่าช่วงกลางถึงปลายพุทธศตวรรษที่ 12 อาณาจักรทวารวดีแผ่อิทธิพลเข้ามายังดินแดนที่ราบสูงแอ่งโคราชและแอ่งสกลนคร โดยตั้งศูนย์กลางอยู่ที่ "เมืองฟ้าแดดสงยาง" อำเภอกมลาไสย จังหวัดกาฬสินธ์ุ และขยายเขตมายังดินแดนแอ่งสกลนคร

 

 

 แผนที่เส้นทางคมนาคมสายหลักๆในอาณาจักรทวารวดีจากที่ราบภาคกลางสู่ที่ราบสูงแอ่งโคราช และเชื่อมต่อไปยังแอ่งสกลนคร

 

แผนที่ภาพถ่ายทางดาวเทียมแสดงที่ตั้งเมืองฟ้าแดดสงยาง อำเภอกมลาไสย จังหวัดกาฬสินธ์ุ ศูนย์กลางทวาราวดีในภาคอีสาน

 

เจดีย์โบราณในยุคทวารวดี ที่เมืองฟ้าแดดสงยาง 

 

 

แท่งเสมาจากยุคทวารวดี ในบริเวณเดียวกันกับเจดีย์ฟ้าแดดสงยาง 

 

 

คูเมืองรอบเมืองฟ้าแดดสงยาง ปัจจุบันกลายเป็นสระเลี้ยงปลาในโครงการเศรษฐกิจพอเพียงของ อบต.

 

 

แอ่งสกลนครผลักตัวเองเข้าสู่ยุคประวัติศาสตร์ด้วยอารยธรรม "ทวารวดี" ราวปลายพุทธศตวรรษที่ 12

 

หลักฐานวัตถุพยานที่สำคัญของอารยธรรมทวารวดีก็คือ "แท่งเสมา" เป็นเสมือนหลักเขตของพุทธสถาน แท่งเสมากระจัดกระจายอยู่ทั่วไปในอำเภอต่างๆของจังหวัดสกลนคร และภาคอีสาน

 

 เปรียบเทียบแท่งเสมาระหว่างเมืองฟ้าแดดสงยาง อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธ์ุ กับแท่งเสมาของบ้านพันนา อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร

 

 

พระพุทธรูปศิลปะทวารวดีที่วัดบ้านท่าวัด ริมหนองหาร

 

 

เปรียบเทียบระหว่างพระพุทธรูปศิลปะทวารวดี กับพระพุทธรูปศิลปะขอม ที่บ้านท่าวัด ต.เหล่าปอแดง อ.เมือง จังหวัดสกลนคร 

 

 เสมาที่มีรูปคนแต่งกายแบบขอม แสดงว่าเป็นศิลปะผสมระหว่างยุคทวารวดีเชื่อมต่อกับยุคขอม

 ทวารวดีเป็นอาณาจักรที่ผู้คนล้วนใช้ชีวิตอยู่กับคำสอนของพุทธองค์ ไม่มีเรื่องของการสู้รบ ไม่มีกองกำลังติดอาวุธ

 

ภาพสลักในแท่งเสมา หรือภาพสลักในแท่งหินทรายล้วนแต่เป็นเรื่องของพุทธคุณ

 

กิจกรรมจำนวนมากก็วนเวียนอยู่กับการละเล่น การแสดงดนตรี ไม่มีภาพใดเลยที่แสดงถึงอาวุธยุธท์โทปกรณ์

 

          อาณาจักรทวารวดีอยู่เย็นเป็นสุขกับคำสอนพุทธองค์ และความสงบ.......จวบจนพุทธศตวรรษที่ 16 ......ก็มีกองทัพขอมอันทรงพลังแผ่อิทธิพลเข้ามาแบบไม่ได้รับเชิญ.......อะไรจะเกิดขึ้น

          ผมเชื่อโดยส่วนตัวว่ากองทัพดังกล่าวน่าจะเป็นการขยายพระราชอาณาจักรโดยพระเจ้าสุริยะวรมันที่ 1 ครองอำนาจในช่วงพุทธศตวรรษที่ 16 ระหว่าง พ.ศ.1553 - 1593 และตามติดมาด้วยพระเจ้าอุทัยอาทิตย์วรมันที่ 2 ครองราชระหว่าง พ.ศ.1593 - 1609 ทั้งสองพระองค์มีกองทัพที่แข็งแกร่งและกระตือรือล้นในการขยายดินแดน ดังนั้นเมื่ออาณาจักรทวารวดีต้องเผชิญกับกองทัพขอมอันทรงพลังคงไม่ต้องอธิบายว่าใครจะอยู่ใครจะไป ผมเปรียบเปรยให้เห็นภาพ.....นักมวยโนเนมน้ำหนักไม่เกิน 170 ปอนด์ ไปเจอกับนักชกบันลือโลกอย่างไมค์ ไทสัน ผลก็คือ "นกกระจอกคงไม่ทันกินน้ำ"

           อีกประการหนึ่ง อาณาจักรทวารวดีไม่ได้เป็นปึกแผ่นโดยมีกษัตริย์ที่เข้มแข็งเป็นศูนย์อำนาจ แต่เป็นการอยู่แบบ "บ้านใครบ้านมัน" ไม่มีใครเป็นหัวหน้าใคร ไม่มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ระบุพระนามกษัตริย์ ไม่มีชื่อเมืองหลวง ไม่มีกองกำลังทหาร ไม่มีการสร้างเมืองแบบป้อมค่ายเชิงยุทธศาสตร์สงคราม โบราณวัตถุที่ยังคงอยู่ให้เห็นก็มีแต่เสมาธรรมจักรจารึกเรื่องราวแห่งศาสนาพุทธ ภาพปูนปั้นตามผนังโบราณสถานก็เป็นรูปพิธีกรรมต่างๆ  

          ปรากฏการณ์ทำนองเดียวกันนี้เกิดขึ้นเมื่อ พ.ศ.1736 อาณาจักรพุทธศาสนาที่ยิ่งใหญ่ ชื่อว่า "มหาวิทยาลัยนาลันทา" ที่แคว้นมคธ ประเทศอินเดีย ปัจจุบันอยู่ใกลๆกับเมืองปัทน่า รัฐพิหาร ถูกกองทัพอันเกรียงไกรจากดินแดนตุรกีบุกเข้าทำลายจนหมดสิ้น พระภิกษุนับหมื่นรูปถูกสังหารแบบไม่มีทางต่อสู้

 

ภาพถ่ายทางอากาศแสดงซากปรักหักพังของมหาวิทยาลัยนาลันทา ที่เมืองปัทน่า รัฐพิหาร อินเดีย เป็นผลจากการถูกทำลายอย่างย่อยยัพโดยกองทัพจากตุรกี

 

 มหาวิทยาลัยนาลันทาประกอบด้วยสถูปขนาดใหญ่

 

ผมไปเยือนที่นั่นเมื่อเดือนมกราคมปี 2552 เห็นภาพอย่างชัดเจนว่านี่คือมหาวิทยาลัยแห่งแรกของโลกที่ปัจจุบันเหลือเพียงกองอิฐและฐานราก

 

          ภาพสลักจำนวนมากของปราสาทขอมล้วนแต่เรื่องราวของการต่อสู้ แย่งชิงอำนาจ การเดินทัพด้วยอาวุธนานาชนิด มีทั้งกองทัพช้าง กองทัพม้า เป็นการสะท้อนให้เห็นการแสดงอำนาจบาทใหญ่ และกระหายสงคราม ผิดกับภาพสลักของ "ทวารวดี" ที่มีแต่ภาพแห่งความสงบเสงี่ยม และบูชาพุทธคุณ เรียกว่ามีแต่กิจกรรมธรรมะธรรมโม สลับกับการเฉลิมฉลองอย่างรื่นเริงด้วยการเล่นดนตรีและฟ้อนรำ 

 

 

 

 สามภาพข้างบนนี้เป็นการเล่าเรื่อง "สงครามมหาภารตะ" อยู่ที่ระเบียงคตด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้ของปราสาทนครวัด

 

 

ภาพการเดินทัพของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ที่ปราสาทบายน ในยครธม 

 

          หากท่านไปที่พระธาตุนารายณ์เจงเวง หลังตลาดบ้านธาตุใกล้ๆกับมหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร จะเห็นภาพสลักที่ทับหลังด้านทิศใต้เป็นภาพกองกำลังติดอาวุธในศิลปะ "ขอมปาปวน" ตรงกับยุคของพระเจ้าอุทัยอาทิตย์วรมันที่ 2

  

 

ภาพสลักที่ทับหลังด้านทิศเหนือของพระธาตุนารายณ์เจงเวง แสดงการเดินทัพของทหาร

 

 

ใกล้ๆกับองค์พระธาตุมีกองหินที่เหลือจากการบูรณะองค์พระธาตุ ภาพหนึ่งแสดงนักรบถืออาวุธประจำกาย 

 

 ผู้คนในอาณาจักรทวารวดีไม่มีกองกำลังติดอาวุธเพราะวันๆมีแต่กิจกรรมประเภท "ธรรมะธรรมโม" เมื่อต้องมาเผชิญหน้ากับกองทัพอันทรงพลังของอาณาจักรขอมที่มีทั้งอาวุธหนักนานาชนิด พระเดชพระคุณท่านลองหลับตานึกภาพเอาเองว่าทวารวดีจะเอาอะไรไปสู้ ถ้าเป็นภาษาหมัดมวยเขาเรียกว่า "นกกระจอกไม่ทันกินน้ำ"

 

 

 

รูปสลักที่เห็นอาวุธก็มีอยู่เพียงการต่อสู้ระหว่างบุคคลด้วยกันเอง แต่ไม่ใช่เป็นการยกกองทัพออกสงครามเหมือนกองทัพขอม

 

ตัวอย่างการเปลี่ยนมือจาก "ทวารวดี" ไปเป็น "อารยธรรมขอม"

          หลักฐานทางโบราณคดีที่อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นตัวอย่างที่เห็นได้ชัดที่สุดว่าศาสนาพุทธนิกายเถรวาทของอารยธรรมทวารวดีถูกกลืนโดยศาสนาฮินดูของอาณาจักรขอม แต่ก็ยังดีที่ฐานรากสถูปและโบราณวัตถุจำนวนมากที่แสดงถึงอารยธรรมทวารวดียังคงมีอยู่ให้เห็น ผมได้รับภาพสวยงามจำนวนมากจากมัคคุเทศก์อาชีพ Prapaporn Matda หรือไกด์นก เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2558 ต้องขอบคุณมากครับ วันดังกล่าวผมอยู่ที่บ้าน Broken Arrow Oklahoma USA ไกด์นกส่งภาพและเรื่องราวมาทาง Facebook ผมจึงนำมา update ข้อมูลต่างๆของบทความนี้ 

          อย่างไรก็ตามท่านที่สนใจทางโบราณคดีและคุ้นเคยกับเรื่องราวของอาณาจักรขอม อาจจะตั้งคำถามว่าปราสาทขอมหลายแห่งมีคำจารึกและภาพสลักแสดงการสู้รบระหว่างกองทัพขอมกับกองทัพจาม แต่ทำไมไม่มีคำจารึกหรือภาพสลักการยกกองทัพไปยึดครองอาณาจักรทวารวดีแม้แต่ภาพเดียว ผมเชื่อว่าที่เป็นเช่นนี้เพราะกองทัพขอมรุกไล่ฝ่ายเดียวไม่มีการต่อสู้ขัดขวางจากทวารวดี เรียกง่ายๆว่า "นกกระจอกไม่ทันกินน้ำ" ฝ่ายนั้นถูกฆ่าและจับไปเป็นทาสอย่างง่ายดาย จึงไม่จำเป็นต้องมีการจารึกเนื่องจากนักรบและกษัตริย์ขอมก็ไม่ได้แสดงฝีมืออะไรเลย ขืนจารึกไปก็เสียชื่อนักรบเปล่าๆ ไม่เหมือนการรบกับกองทัพจามซึ่งถือว่าเป็นมวยถูกคู่ผลัดกันแพ้ผลัดกันชนะทั้งคู่มีหมัดเด็ดพอๆกัน จึงสมควรจารึกให้ลูกหลานได้ชื่นชมในความเป็นนักรบ    

 

สถูปทวารวดี และปรางค์ขอมที่อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพเป็นหลักฐานยืนยันว่าแผ่นดินนี้เปลี่ยนมือจากพุทธนิกายเถรวาทไปเป็นฮินดู

 

ภาพปูนปั้นที่ฐานสถูปอันเป็นลักษณะเด่นของอารยธรรมทวารวดี เปรียบเทียบกับภาพแกะสลักหินทรายในยุคขอมเรืองอำนาจเป็นภาพพระศิวะอุ้มพระนางอุมาและทรงนั่งบนหลังโคนันทิ 

 

ไกด์นก (Prapaporn Matda) ยืนเป็นพรีเซนเตอร์ที่หน้าประตูปรางค์ขอม

 

ปรางค์ขอมก่อสร้างด้วยอิฐเผาเหมือนกับปราสาทขอมในยุคต้นๆที่โลเล่ย เมือง Siem Reap Cambodia เช่น ปราสาทพระโค และปราสาทโลเล่ย 

 

สัญลักษณ์ของศาสนาพุทธนิกายเถรวาท เปรียบเทียบกับศิวะลึงค์และโยนี

 

 บทสรุป

          ผมเชื่อว่าชุมชนทวาราวดีน่าจะย่อยยับไปหมดสิ้นในพุทธศตวรรษที่ 16 เหลือเพียงซากปรักหักพังที่ทำด้วยอิฐเผาและรูปปูนปั้น กับแท่งเสมาที่จมอยู่ใต้ดิน พร้อมกับ "ดีเอ็นเอ" เชื้อสายอินเดียก็สาปสูญไปหมดสิ้น กล่าวแบบภาษานักเลง "ตีงูต้องตีให้ตาย"  ผมอยากให้ผู้เชี่ยวชาญประวัติศาสตร์และโบราณคดีลองค้นคว้าเรื่องราวแบบนี้ดูว่า.......เกิดขึ้นจริงๆหรือไม่.......อาณาจักรทวารวดีสาปสูญเพราะเหตุอันใด อนึ่งผมกล้าที่จะเขียนเรื่องนี้เพราะอิงความน่าจะเป็นตามหลักวิชา "ตรรกวิทยา" ผมรู้ดีว่า 90% ของเรื่องราวในประวัติศาสตร์แห่งมนุษยชาติคือ "สงคราม และการแย่งชิง" มันเป็นพฤติกรรมที่ฝังอยู่ใน ดีเอ็นเอ ของเราๆท่านๆ คงไม่มีใครกล้าปฏิเสธถ้าผมจะพูดว่า "สิ่งมีชีวิตที่โหดเหี้ยมมากที่สุด ก็คือพวกเรานี่แหละ" ศาสนาพุทธเกิดขึ้นมาบนโลกก็เพราะพุทธองค์หวังจะใช้ธรรมะล้างพฤติกรรมเหล่านี้ แต่พระองค์ประสบความสำเร็จเพียงเสี้ยงหนึ่งเท่านั้น

          อย่างไรก็ตามคำพระที่ว่าให้ทุกข์แก่ท่านทุกข์นั้นถึงตัวเป็นกรรมที่เกิดขึ้นจริงๆ อาณาจักรขอมที่ยิ่งใหญ่คับฟ้าเมื่อมาถึงพุทธศตวรรษที่ 19 ก็ประสบกับชะตากรรมแบบเดียวกันกับทวารวดี กองทัพจากกรุงศรีอยุธยาบุกเข้าโจมตีเมืองหลวงที่ตั้งนครวัด นครธม จนราบคาบและต้องย้ายหนีลงไปทางใต้ ก็ไม่วายถูกกองทัพสยามในยุคต่อๆมาบุกเข้ายึดครองจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรสยาม ปิดฉากอันเรืองรองของอาณาจักรขอมไว้ในหน้าหนึ่งของประวัติศาสตร์ เข้าตำราใดๆในโลกล้วนอนิจจัง.....สาธุ

 

                     บุทดัง สาระนัง คะฉามิ 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 







Copyright © 2010 All Rights Reserved.
มูลนิธิเพื่อการพัฒนาผู้นำธุรกิจและชุมชน
The Foundation for Business and Community Leadership Development
โดย
นายอารีย์ ภู่สมบูญ
ประธานกรรมการมูลนิธิฯ