ReadyPlanet.com
dot
dot
แนะนำผู้เขียน
dot
bulletนายกสโมสรโรตารีสกลนคร ปีบริหาร 2556 - 2557
bulletสรรค์สนธิ บุณโยทยาน
dot
สากกะเบือยันเรือรบ กับปราสาทภูเพ็ก สกลนคร
dot
bulletปฏิบัติการวันสิ้นโลกภาค 2 ข้ามทวีป ปราสาทภูเพ็ก สกลนคร VS ปีรามิดเผ่ามายา เม็กซิโก
bulletพระพุทธรูปศิลปะขอมซ่อนอยู่ใต้โพรงหินที่ปราสาทภูเพ็ก.....สื่อถึงอะไร
bulletปฏิบัติการภูเพ็ก ดอนสวรรค์ พิสูจน์คำทำนายซินแส ฮวงจุ้ยเมืองสกล
bulletปฏิบัติการ "กาลิเลโอ" วัดความเร็วการหมุนของโลกที่ปราสาทภูเพ็ก
bulletภูเพ็ก....เมกกะโปรเจค นครที่สาปสูญ
bulletปฏิบัติการวันสิ้นโลก 2012 ท้าพิสูจน์ที่ปราสาทภูเพ็ก สกลนคร
bulletความเป็นมาของปราสาทภูเพ็ก
bulletตลึง ! พบ “ฝายหินพันปี” กลางป่าภูเพ็ก
bulletวัดโลกทั้งใบ ไทย กัมพูชา ปฏิบัติการ "อีราโตสทีเนส" ข้ามประเทศ
bulletครบรอบ 10 ปี การค้นพบ "สุริยะปฏิทินพันปี" ปราสาทภูเพ็ก
bulletปรากฏการณ์ดาราศาสตร์ "เหมายัน" 21 -22 ธันวาคม ที่ปราสาทภูเพ็ก
bulletเผยเทคนิคการออกแบบก่อสร้างปราสาทภูเพ็ก
bulletความเป็นมาของสุริยปฏิทิน
bulletพิสูจน์สุริยะวิถี กับปฏิทินมหาศักราชที่ปราสาทภูเพ็ก
bulletรับพลัง "สุริยันจันทรา" ประชันดาวหางแพนสตาร์
dot
เปิดโลกวิทยาศาสตร์
dot
bulletวิเคราะห์ฤกษ์รัตนโกสินทร์ในมุมวิทยาศาสตร์
bulletOperation Rahu for STEMS Education
bulletปฏิบัติการพิมาย ชาตินี้มีครั้งเดียว Operation Phimai Once or Never
bulletนาฬิกาแดดโรงเรียนวิถีธรรม ม.ราชภัฏสกลนคร
bulletทำไมชาวมายาในเม็กซิโกจึงมีรูปร่างหน้าเหมือนคนเอเซีย
bulletปฏิบัติการชูหลี (Operation Chou Li) ยืนยันมุมเอียงโลก 23.5 องศา
bulletปรากฏการณ์ดวงอาทิตย์ตรงศรีษะ (sun overhead)
bulletOperation Rahu 5 วัดระยะทางโลก - ดวงอาทิตย์
bulletOperation Rahu 4 วัดระยะทางโลก - ดวงจันทร์
bulletเกาะติดไปกับยาน New Horizons เผยความลับพลูโต "ดาวเคราะห์ลูกเมียน้อย"
bulletทำนาน้ำน้อยแต่ผลผลิตสูง เป็นไปได้หรือไม่ ?
bulletปฏิบัติการเวกัส 2558 "อีราโต้สทีเน้ส " ภาค 2 วัดโลกทั้งใบด้วยไม้แท่งเดียว
bullet21-22 มิถุนายน ปรากฏการณ์ดาราศาสตร์ "ครีษมายัน" Summer Solstice กลางวันยาวที่สุดในรอบปี
bulletOperation Rahu Episode III 4 April 2015 วัดระยะทางโลกไปดวงจันทร์
bulletปฏิบัติการ "เจนัส" วัดมุมเอียงของโลก
bulletOperation Rahu Episode II สูตรใหม่คำนวณระยะทางโลกไปดวงจันทร์
bulletOperation Rahu Episode I measuring earth to moon วัดระยะทางจากโลกถึงดวงจันทร์ ในปรากฏการณ์จันทรุปราคาเต็มดวง
bulletดางหาง ISON ปรากฏการณ์ดาราศาสตร์ปิดท้ายปี 2556
bulletมองหมากเม่าผ่านมิติดาราศาสตร์
bulletดาราศาสตร์ที่เราเห็น.....ล้วนเป็นภาพลวงตา
bulletเข้าพรรษาปี 2555 ทำไมต้องเดือน 8-8 วิทยาศาสตร์มีคำตอบ
bulletประสบการณ์ตรงเรื่อง "ยูเอฟโอ" ผมคิดแบบวิทยาศาสตร์
bulletโลกล้านปีที่แอ่งสกลนคร
bulletวัดมุมเอียงของโลก...ด้วยไม้แท่งเดียว
bulletเกาะติดการค้นหาชีวิตบนดาวอังคาร กับยาน Curiosity
bulletหม้อหุงข้าวพลังแสงอาทิตย์ นวัตกรรมติดดิน
bulletนาฬิกาแดดต้นแบบมิติเวลาของมนุษยชาติ
bulletภาคปฏิบัติ....วัดโลกทั้งใบด้วยไม้แท่งเดียว
bulletการอบรมเชิงปฏิบัติการ "อีราโทสทีเนส"
bulletชวนครูไทย วัดโลกทั้งใบ ด้วยไม้แท่งเดียว
dot
จับประเด็นร้อน
dot
bulletฤาตำนานหนองหารล่ม.....จะกลายเป็นเรื่องจริง
bulletทำไมคนถึงอยากครอบครอง "ดอนสวรรค์" ในบึงหนองหาร สกลนคร
bulletกู้ "หนองหาร" ด้วยมือเรา.....เริ่มต้นที่บ้าน
bulletบทเรียนอันเจ็บปวดของเขื่อนในอเมริกา....ฤา จะสะท้อนสามแสนล้านบาทเพื่อจัดการน้ำของไทย
bulletโบราณวัตถุพันปีสกลนคร....อยู่ในภาวะเสี่ยงสูญหาย
bulletภัยมืดรุกชาวสกล...จากสาหร่ายพิษในหนองหาร
bulletกรมศิลปากรโยนหินถาม...เอกสารสิทธิ์ทับคูเมืองโบราณ จะออกทางไหน
bulletน้ำท่วม "ตัวเมืองสกล" บทเรียนที่น่าจะถึงเวลาสรุปเสียที
bulletพายุ "นกกระเตน" ทำเสียหายสวนยางเมืองสกล
bulletฤา...นโยบาย 300 บาท จะช่วยบรรเทาปัญหา “หัวดำออก หัวหงอกเลี้ยง”
dot
อินเดียน่าโจนส์ (ภาคสรรค์สนธิ)
dot
bulletOperation Bhishma 2016 ปฏิบัติการดาราศาสตร์ข้ามทวีป ..... การหมุนรอบตัวเองและวงโคจรของโลกยังคงปกติหรือไม่?
bulletทำไมวันปีใหม่ต้องเป็น 1 มกราคม? Why does the new year begin on January 1 ?
bulletผลการดูงานสหกรณ์การเกษตรประเทศไต้หวัน 23 - 26 สิงหาคม 2559
bulletSt.Peter's Fish โปรโมทการท่องเที่ยวและสร้างอาชีพใหม่....สกลนคร
bulletประกาศิตเทพเจ้ากูกูลข่าน The Return of God Kukulkan
bulletปฏิบัติการดาราศาสตร์ข้ามทวีป Operation Transcontinental Equinox 2016
bulletวางผังเมืองเชียงใหม่ด้วยวิธีดาราศาสตร์
bulletกุมภาพันธ์ ปี "อธิกสุรทิน" ทำไมต้อง 29 วัน
bulletมองผ่านประตูพระธาตุพนมในอีกมุม
bulletจับพิรุธรูปสลักหินอ่อน "กษัตริย์เดวิท" ที่เมืองฟอร์เรนซ์
bulletย้อนอดีตกรุงเก่าอยุธยา ถือฤกษ์ "รามนะวามิ"
bulletท่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ "โสมสูตร" ที่ปราสาทขอมในกัมพูชาหายไปไหนหมด
bulletอาทิตย์ตั้งฉากกับพุทธสถานชื่อดังในวันวิสาขบูชาโลก
bulletประตูเมืองโบราณสกลนครอยู่ตรงไหน
bulletTourism Gimmick
bulletปราสาทพิมายในมุมมองวิทยาศาสตร์
bulletมองปราสาทขอม ในแง่มุมดาราศาสตร์ การเมือง และความเชื่อ โดยนักรบออนไลน์ กับไกด์มืออาชีพ
bulletตรุษจีน ตรุษเวียต ตรุษไทสกล และบุญเบิกฟ้า
bulletปริศนา "ปราสาทบายน" ฤา.....มนุษยชาติจะผ่านพ้นความขัดแย้ง
bulletประสูติ ตรัสรู้ ปรินิพพาน ทำไมต้องใช้ชื่อว่า "วิสาขะ"
bulletราหู.....น้ำอมฤต.....สนามบินสุวรรณภูมิ
bulletอาณาจักร "ทวารวดี" ทำไมจึงล่มสลาย
bulletไขประตูสู่อดีตพระธาตุเชิงชุม ...... ในอีกมุมมอง
bullet"มาฆบูชา" ทำไมต้องใช้ชื่อนี้
bullet"ทัชมาฮาล" ในมุมมองดาราศาสตร์
bulletคำสอนพุทธองค์เปล่งประกายอีกครั้งในดินแดนภารตะ
bulletเมือง "สารนาท" ที่มาแห่งวันอาสาฬหบูชา
bulletพระธาตุดุม....ในอีกมุมมอง
bulletถอดจารึกขอม "ภูถ้ำพระ" ทำไมพระพุทธรูปไปอยู่ที่นั่น
bulletแกะรอย "สุริยะเทพ" ที่ปราสาทพนมบาเค็ง
bulletหนองหารหลวงเมืองหน้าด่าน ยันกับอาณาจักรจาม
bulletถอดความศิลาจารึกพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 พบ "ฤกษ์อโรคยาศาล"
bulletมุมมองใหม่ "สะพานขอม" ฝายทดน้ำชลประทาน
bulletปราสาทหินพิมาย กับสามเหลี่ยมพุทธมหายาน
bulletจากพระธาตุเชิงชุม ถึงพุทธคยา
bulletปราสาทขอมเมืองสกล.....เอาหินมาจากไหน ?
bulletไขความลับปราสาทนารายณ์เจงเวง
bulletถอดรหัสขอมพันปี 80 องศา พบราศีเมษ
bulletหลากมิติอารยธรรม 4 ยุค "บ้านท่าวัด" ริมหนองหาร สกลนคร
bulletไขปริศนาปราสาทพนมรุ้ง
bullet13 เมษายน 2551 วันสงกรานต์ จริงหรือ ?
bullet21 มี.ค. 51 ปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ของโลก
bulletตำนานวันปีใหม่ มิติแห่งกาลเวลาของมนุษยชาติ
bulletเข้าพรรษา ปี 2550 ทำไมต้องมีเดือนแปดสองหน
bulletมหาสงกรานต์ 13–15 เม.ย.
bulletDownload ภาคสรรค์สนธิ
bulletปฏิบัติการอีราโตสทีเนสวัดโลกทั้งใบ ด้วยไม้แท่งเดียว
dot
รายการการศึกษาที่น่าสนใจ
dot
bulletความรู้เรื่องพระไตรปิฎก
bulletวัดอภัยสมุทร
bulletสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน
dot
คอลัมน์กิตติมศักดิ์
dot
bulletบ่าวคำหอม ล่ะเบ๋อ
bulletอินเดียน่าโจนส์ (ภาคสรรค์สนธิ)
dot
เว็บที่เกี่ยวข้อง
dot
bulletจังหวัดสกลนคร
bulletเทศบาลเมืองสกลนคร
bulletม.ราชภัฏสกลนคร
bulletจดหมายเหตุเมืองสกลนคร
bulletเทศบาลเมืองนครพนม
bulletเทศบาลตำบลอากาศอำนวย
bulletศูนย์ประติมากรรมกรุงเทพ
bulletweb thaiNGO
bulletสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสกลนคร
dot
นานาสาระ
dot
bulletฝนหลวง
bulletรวมชีวประวัติ ปฏิปทา คติธรรมคำสอนพระกรรมฐาน
bulletฐานรากเศรษฐกิจพอเพียง
bulletบทความน่าสนใจ จากสื่อไทย
bulletรู้ไว้ใช่ว่า ใส่บ่าแบกหาม
bulletพจนานุกรมภาษาอีสาน
bulletข้อคิดดีๆจากภาพยนต์
dot
ข้อมูลเกี่ยวกับขยะ
dot
bulletพลังงานจากขยะ
bulletตัวอย่างโครงการคัดแยกขยะ
dot
ข่าวประชาสัมพันธ์
dot
bulletข่าวสาร บ้านเฮา
bulletข่าว เด่นประเทศเพื่อนบ้าน
bulletช่าว สด ข่าวเด่น
bulletแวดวง BCL.
bulletประมวลภาพ โรตารีสกลนคร ไปทัวร์ยูนนาน
bulletชมรมส่งเสริมคนดีเมืองสกล
bulletกลุ่มศิลป์เพื่อชีวิต
bulletกิจกรรมกลุ่ม young
dot
มุมสุนทรียภาพ
dot
bulletแวดวง ศิลปะ
bulletท่องเที่ยว
bulletแผนที่ทางดาวเทียม
bulletแผนที่ทางหลวง
bulletภาพเก่าๆ ของหัวใจใหม่ๆ
dot
ช่องทางส่งข้อมูล
dot
bulletทาง E-mail
bulletปฏิบัติการ "อีราโทสทีเนส" วัดเส้นรอบวงโลกด้วยไม้แท่งเดียว




ฤาตำนานหนองหารล่ม.....จะกลายเป็นเรื่องจริง

 

ฤาตำนานหนองหารล่ม.......จะกลายเป็นเรื่องจริง

         ความเป็นมาของหนองหาร

         หนองหารหลวง เป็นชื่อเก่าของเมืองสกลนครจากตำนานที่กล่าวถึงการต่อสู้ระหว่างเจ้าเมืองชื่อ พระยาสุระอุทก กับพญานาคธนมูล และตอนจบเหล่าพญานาคสำแดงเดชถล่มเมืองหนองหารจมธรณีกลายเป็นบึงขนาดใหญ่ ชื่อว่า “หนองหาร” ในทางวิทยาศาสตร์หนองหารเกิดจากปรากฏการณ์ธรณีวิทยาที่เรียกว่า “หลุมยุบ” เนื่องจากการทรุดตัวของบ่อหินเกลือขนาดใหญ่ที่อยู่ใต้ดินกลายเป็นแหล่งน้ำจืดธรรมชาติขนาดใหญ่ที่สุด ในภาคอีสานมีเนื้อที่ 123 ตารางกิโลเมตร หรือ 76,875 ไร่ เป็นที่สองรองจากบึงบรเพ็ด หนองหารได้รับน้ำ จากลำธาร 21 สาย แต่ที่สำคัญที่สุดคือลำน้ำพุงซึ่งมีต้นกำเนิดจากภูเขาภูพาน น้ำในหนองหาร ไหลลงแม่น้ำโขง โดยลำน้ำก่ำ ที่นี่เป็นแหล่งน้ำและอาหารอันอุดมสมบูรณ์ จึงพบว่ามีการตั้งถิ่นฐานเป็นชุมชนตั้งแต่ครั้งยุคสมัย ก่อนประวัติศาสตรฺ์ภายใต้ชื่อ “วัฒนธรรมบ้านเชียง” ราว 3000 ปีที่แล้ว และเปิดประตูเข้าสู่ยุคประวัติศาสตร์ด้วย อารยธรรมทวาราวดีในพุทธศตวรรษที่ 11 ต่อเนื่องด้วยยุคขอมเรืองอำนาจราวพุทธศตวรรษที่15 เปลี่ยนผ่านเป็น อานาจักรล้านช้างเมื่อพุทธศตวรรษที่ 19 และเข้าสู่ยุครัตนโกสินทร์ในพุทธศตวรรษ์ที่ 24 จวบจนปัจจุบัน อาจกล่าวได้ว่าหนองหารทำหน้าที่หล่อเลี้ยงมวลมนุษย์ทุกยุคทุกสมัยอย่างต่อเนื่องมานานกว่าสามพันปี

 

เมืองหนองหารหลวงสร้างขึ้นโดย "ขุนขอม" จากนครอินทรปัท 

ขุนขอมมีบุตรชายชื่อ "พระยาสุระอุทก" ได้ครองเมืองหนองหารหลวงต่อจากบิดา

พระยาสุระอุทกเดินทางไปตรวจราชการตามชายแดนที่บริเวณแม่น้ำมูล ได้พบกับพญานาคชื่อ "ธนมูล" และเกิดการต่อสู้กัน ไม่มีใครแพ้ใครชนะเพราะต่างก็มีฤทธิ์เดชพอๆกัน

 

พญานาคธนมูลผูกใจเจ็บจึงพาพรรคพวกแอบตามมาที่เมืองหนองหารหลวงโดยแปลงกายเป็นเก้งเผือก พระยาสุระอุทกได้ข่าวมามีเก้งเผือกมาป้วนเปี้ยนอยู่ที่ชานเมืองก็สั่งให้นายพรานออกไปล่าจนในที่สุดเก้งเผือกก็ถูกยิงตาย ชาวเมืองต่างพากันเอาเนื้อเก้งไปแบ่งกันกิน นาคธนมูลจึงถอนร่างตนเองออกจากเก้งเผือกที่ตาย และสั่งให้พรรคพวกโจมตีเมืองหนองหารหลวงในคำ่คืนนั้น

เมืองหนองหารหลวงและพระยาสุระอุทกถูกพญานาคโจมตีแบบไม่รู้ตัว และถูกรัดด้วยบ่วงนาคราชจนเสียชีวิตลากเอาศพไปทิ้งลงแม่น้ำโขง ทางที่ลากศพไปกลายเป็นร่องน้ำชื่อว่า "น้ำกรรม" ต่อมาเพี้ยนเป็น "น้ำก่ำ" เมืองหนองหารหลวงล่มจมธรณีกลายเป็นบึงขนาดใหญ่  

 หนองหารในปัจจุบันมีเนื้อที่ 123 ตารางกิโลเมตร เป็นแหล่งน้ำดิบของการประปาภูมิภาคหล่อเลี้ยงเทศบาลนครสกลนคร และเป็นแหล่งน้ำแห่งเดียวของชุมชนรอบๆหนองหาร

      หนองหารในความทรงจำของชาวบ้าน        

        ย้อนอดีตราว 70 ปีที่แล้วเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำลักษณะน้ำท่วมขังบริเวณกว้างช่วงฤดูฝน และเมื่อถึงฤดูแล้งน้ำลด จนเกือบแห้งเหลือเพียงบางส่วนในที่ต่ำ ทำหน้าที่หล่อเลี้ยงชาวเมืองสกลนครและชุมชนต่างๆที่อาศัยอยู่รอบๆ เพราะอุดมไปด้วยสัตว์น้ำนานาชนิด และเป็นแหล่งน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคโดยตรงไม่ต้องผ่านระบบประปา จากคำบอกเล่าของ นายสำ บุรเนตร อายุ 77 ปี ชาวบ้านบึงศาลา หมู่ที่ 8 ตำบลนาตงวัฒนา อำเภอโพนนาแก้ว ยืนยันว่าเคยจับปลาเสือหนักถึง 8 กิโลกรัม และปลาดุกขนาดตัวเกือบเท่าขา รวมทั้งปลาอีกหลายชนิด น้ำในหนองหารใสสะอาดดื่มได้ เช่นเดียวกันกับนางกองมณี พรหมดิเรก อายุ 84 ปี ชาวชุมชนในเขตเทศบาล นครสกลนครให้การยืนยันว่าเมื่อครั้งเป็นสาวๆได้ไปช่วยพ่อแม่หาปลาในหนองหาร และดื่มกินน้ำหนองหารอย่าง สนิทใจ อีกทั้งจากหลักฐานภาพถ่ายเก่าๆของหนองหารเมื่อครั้งที่กรมพระยาดำรงราชานุภาพเสด็จมาตรวจราชการ ที่เมืองสกลนครในปี พ.ศ.2449 ก็ยืนยันบ่งชี้ความอุดมสมบูรณ์

หนองหารในอดีตเมื่อยังไม่มีการปิดกั้นประตูน้ำ มีสภาพธรรมชาติที่สวยงามน้ำสะอาด จนมีคำกล่าวว่า "น้ำใสไหลเย็น เห็นตัวปลา" 

ในสมัยนั้นน้ำในหนองหารไม่ลึกนักสามารถเดินไป หรือนั่งเกวียน และขับรถจี๊บไปถึงเกาะดอนสวรรค์ได้ แต่พอมีการปิดกั้นประตูน้ำเมื่อ ปี 2496 ระดับน้ำยกตัวสูงขึ้นจนท่วมแนวคูเมืองด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือ (ภาพถ่ายปี 2497) 

คุณยายกองมณี พรหมดิเรก อายุ 84 ปี กำลังบรรยายสภาพของหนองหารสมัยเมื่อคุณยายยังเป็นวัยรุ่น ในเวที "โสเหล่กันวันเสาร์" จัดโดยชมรมส่งเสริมคนดีเมืองสกล ร่วมกับเทศบาลนครสกลนคร เมื่อวันเสาร์ที่ 7 กันยายน 2556 

สายน้ำเริ่มเปลี่ยนไป  

         ราว 40 – 50 ปี ที่ผ่านมาเริ่มเห็นการเสื่อมโทรมของหนองหาร เพราะมีการสร้างประตูน้ำแห่งแรกเมื่อปี 2496 ตามด้วยประตูน้ำแห่งที่สองใน ปี 2535 ทำให้น้ำนิ่งไม่สามารถถ่ายเทผ่านลำน้ำก่ำไปลงแม่น้ำโขง เมื่อน้ำที่เสื่อมคุณภาพสะสมนานๆเข้าก็เกิดวัชพืช เช่น ผักตบชวา และสาหร่ายหลายชนิดขยายพันธุ์อย่างรวดเร็วจนเกิดการตื้นเขินและปิดกั้นการออกเรือของชาวบ้าน ปัจจุบันวัชพืชเหล่านี้ กินพื้นที่บริเวณขอบๆหนองหารอย่างมาก อีกทั้งรวมตัวกันเป็นแพขนาดใหญ่เรียกว่า “สนุ่น” ลอยไปลอยมา หนักๆเข้าก็กลายเป็นเกาะขนาดใหญ่ จากการที่มีประตูกั้นน้ำเป็นสาเหตุให้ปลาจากแม่น้ำโขงไม่สามารถเข้ามาวางใข่และขยายพันธุ์ตามธรรมชาติของระบบนิเวศน์ที่มีมาแต่ดั่งเดิม แม้ว่าทางราชการจะสร้าง “บันไดปลาโจน” แต่ก็ไม่สามารถเรียกความหลากหลายของพันธุ์ปลากลับคืนมาได้เหมือนเดิม อาจจะเป็นเพราะปลาส่วนหนึ่งไม่สามารถผ่านบันไดดังกล่าว ประกอบกับมีการลักลอบจับปลาในบริเวณหน้าบันไดปลาโจนในขณะที่ปลามารวมตัวกัน

 

ประตูกั้นน้ำแห่งแรกชื่อว่า ประตูน้ำก่ำ หรือ ประตูแววพยัคฆ์คัน สร้างเสร็จในปี 2496

ประตูน้ำแห่งที่สอง สร้างในปี 2535 โดยกรมประมง ใช้เงินกู้จากกองทุนร่วมมือด้านเศรษฐกิจโพ้นทะเล (Overseas Economic Coorperation Fund :OECF) ของประเทศญี่ปุ่น มีการตั้งชื่อว่า "ประตูระบายน้ำสุรัสวดี" เป็นนามสกุลของนายปลอดประสพ สุรัสวดี อธิบดีกรมประมงในขณะนั้น แต่ปัจจุบันไทสกลเริ่มมีเสียงเรียกร้องขอเปลี่ยนชื่อเป็น "ประตูสุระอุทก" เพื่อให้สอดคล้องกับตำนาน "หนองหารหลวง" อีกทั้งเงินงบประมาณที่ใช้ก่อสร้างก็ไม่ใด้มาจากเงินบริจาคส่วนตัวของนายปลอดประสพ แต่เป็นเงินกู้ที่ต้องใช้งบประมาณแผ่นดินที่มาจากภาษีของประชาชนไปใช้หนี้รัฐบาลญี่ปุ่น

 

สภาพน้ำเน่าเสียและวัชพืชเริ่มปรากฏในปี 2516 โดยเปรียบเทียบกับภาพถ่าย ปี 2497       

 

ภาพเปรียบเทียบหนองหารในอดีต 2497 กับปัจจุบัน เห็นได้ชัดเจนว่าสภาพน้ำเสื่อโทรมไปมาก มีวัชพืชและสาหร่ายหนาแน่นในบริเวณริมฝั่ง เนื่องจากมีอินทรีย์วัตถุและน้ำเสียจากตัวเมือง ประกอบกับเป็นน้ำนิ่งไม่สามารถถ่ายเทได้

บันไดปลาโจนที่สร้างคู่ขนานกับประตูน้ำเพื่ออำนวยความสะดวกให้ปลาจากแม่น้ำโขงที่ว่ายทวนน้ำมาทางลำน้ำก่ำสามารถเข้าไปวางใข่และเพาะเป็นตัวอ่อนในหนองหาร ซึ่งเดิมมีสภาพระบบนิเวศน์เรียกว่า "พื้นที่ชุ่มน้ำ" เหมาะแก่การขยายพันธ์ุปลาตามธรรมชาติ อย่างไรก็ตามมีข้อถกเถียงที่ยังหาข้อสรุปไม่ลงตัวว่า บันไดปลาโจนนี้ใช้ได้ผลจริงขนาดไหน 

สภาพวัชพืชที่หนาแน่น มีการจับตัวเป็นแพขนาดใหญ่เรียกว่า "สนุ่น" ลอยอยู่ทั่วไปในหนองหาร

 

        ทุกวันนี้ภาพพจน์ของหนองหารเปลี่ยนไปราวหน้ามือกับหลังมือ จากน้ำที่เคยดื่มกินได้อย่างสนิทใจแปรสภาพ เป็นแหล่งน้ำเน่าเสีย และมีการแพร่ระบาดของโรคพยาธิใบไม้ในตับจากการสำรวจของสำนักงานสาธารณสุขพบว่า ประชาชนที่อาศัยอยู่รอบหนองหารในรัศมี 3 กิโลเมตร เมื่อ ปี พ.ศ.2530 มีอัตราชุกชุมถึงร้อยละ 37.97 อีกทั้งชาวบ้านไม่กล้าที่จะลงไปเล่นน้ำเพราะมีอาการคันตามผิวหนัง เมื่อปี พ.ศ.2543 ผู้เขียนได้รับหน้าที่เก็บข้อมูลในนามของบริษัทที่ปรึกษาเพื่อประเมินผลโครงการก่อสร้างประตูน้ำก่ำที่ใช้เงินกู้จากกองทุนพัฒนาเศรษฐกิจโพ้นทะเลของประเทศญี่ปุ่น (OECF) พบว่าการหาปลาของชาวบ้านเป็นไปด้วยความลำบากเพราะถูกปลาปักเป้า แย่งกัดกินปลาที่ติดตาข่ายจนเหลือแต่หัว แสดงว่าประชากรปลาปักเป้ามากขึ้นอย่างผิดสังเกต ผู้เขียนตั้งประเด็น คำถามว่าปลาปักเป้าน่าจะเป็นตัวชี้วัดการเสื่อมโทรมของคุณภาพน้ำ นายจักพงษ์ วงกาฬสินธุ์ อายุ 64 ปีข้าราชการบำนาญที่ชอบตกปลาในหนองหารเป็นกิจกรรมอดิเรกกล่าวกับผู้เขียนว่า ดึงเบ็ดขึ้นมาสิบครั้งติดปลาปักเป้าขึ้นมาแปดครั้ง ถ้าท่านผู้อ่านได้ดูภาพถ่ายเปรียบเทียบหนองหารระหว่างอดีตกับปัจจุบัน จะเห็นได้ชัดเจนว่าสภาพน้ำเสื่อมโทรมอย่างมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณใกล้ฝั่งสีของน้ำจะออกโทนเขียวคล้ำเพราะประชากร ที่หนาแน่นของวัชพืชและสาหร่าย 

      การตื้นเขินจากตะกอน

         จากผลการสำรวจของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติจังหวัดสกลนคร พบว่าหลังจาก ที่มีการก่อสร้างประตูน้ำก่ำและเริ่มกักน้ำตั้งแต่ปี พ.ศ. 2496 จนถึงปัจจุบัน พ.ศ. 2556 รวมเวลา 60 ปี มีตะกอนสะสมในหนองหารมากกว่า 1.871 ล้าน ลบ.ม. และอีก 15 ปีข้างหน้า พ.ศ. 2571 จะมีตะกอนสะสมมากถึง 2.794 ล้าน ลบ.ม. หากเป็นเช่นนี้ความจุของหนองหารจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ และส่งผลโดยตรงต่อปัญหาน้ำท่วมตัวเมืองสกลนครเนื่องจากหนองหารเป็นเสมือนแก้มลิงขนาดใหญ่ที่รองรับน้ำฝนจากตัวเมืองและภูพาน ทั้งนี้ยังไม่รวมถึงปัญหาการตื้นเขินที่เกิดจากความหนาแน่นของสาหร่ายใต้น้ำซึ่งขยายตัวอย่างต่อเนื่อง เพราะมีปัจจัยที่เอื้อได้แก่แสงแดดและอินทรีย์วัตถุที่มาจากเขตเทศบาลและชุมชนรอบหนองหาร ยิ่งกว่านั้น ระบบการกำจัดน้ำเสีย และสิ่งปฏิกูลจากครัวเรือนได้เปลี่ยนไปจากเดิมเมื่อครั้งอดีตที่แต่ละครัวเรือนมีที่ดินว่างเปล่าที่เรียกว่า “บ่อขี้ซีก” ทำหน้าที่ดูดซับและกำจัดน้ำเสียโดยขบวนการธรรมชาติก่อนที่จะปล่อยไหล ลงหนองหาร แต่ปัจจุบันบรรดาบ้านเรือน และอาคารพาณิชย์ทั้งหมดได้เปลี่ยนระบบจากส้วมซึมและบ่อขี้ซีกเป็น “ถังแซ้ท” ดูเผินๆก็เป็นเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่น่าจะมีประสิทธิภาพสูง แต่ในความเป็นจริงกลายเป็นระบบเสมือนท่อต่อตรงให้สิ่งปฏิกูลไหลงลงทางระบายน้ำและสุดปลายทางที่หนองหาร เนื่องจากขนาดของถังไม่สอดคล้องกับจำนวนความถี่ของการใช้งาน และยังมีการใช้สารเคมีล้างทำความสะอาดห้องน้ำไปทำลายจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ต่อการย่อยสลายสิ่งปฏิกูล 

        การก่อสร้างของราชการรุกล้ำหนองหาร

        โครงการของส่วนราชการจำนวนมากรุกล้ำหนองหาร และขัดขวางการไหลเวียนของน้ำทำให้เกิดการสะสม วัชพืชและตะกอน เช่นโครงการก่อสร้างสวนสาธารณะที่ดอนลังกา โดยการถมดินกั้นทางไหลของน้ำเพื่อทำเป็นทางเชื่อมระหว่างที่ดินในฝั่งกับดอนลังกาที่อยู่ในน้ำ ทำให้วัชพืชจำนวนมากไปสะสมอยู่บริเวณนั้นจนทำให้น้ำเน่าเสีย และตื้นเขิน แม้ว่าทางราชการจะใช้เครื่องจักรลงไปกำจัดแต่ก็ไร้ผลเพราะทำได้เพียงจำนนวนจำกัดและไม่ต่อเนื่อง ปัจจุบันก่อยังมีการรุกล้ำหนองหารเพื่อก่อสร้างสถานที่ราชการอย่างต่อเนื่อง ทั้งๆที่น่าจะหาที่เหมาะสมบริเวณอื่น

โครงการก่อสร้างสวนสาธารณะโดยใช้งบประมาณเพื่อการท่องเที่ยว มีการถมดินเป็นถนนไปเชื่อมกับดอนลังกา ทำให้เกิดการสะสมของวัชพืชจำนวนมากและกลายเป็นน้ำเน่าเสีย                

สาหร่ายพิษภัยเงียบในน้ำหนองหาร

        ผลการศึกษาทางชีววิทยาในหนองหารโดย ดร.นพรัตน์ สิทธิวงศ์ แห่งคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร ได้พบว่าสาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงินชนิดหนึ่งมีสารพิษชื่อว่า “ไมโคซีสตีส” (Microcystis) ส่งผลต่อการเกิดโรคตับอักเสบและอาจนำไปสู่การเกิดมะเร็งในท่อน้ำดี ขณะเดียวกันนายแพทย์สมบูรณ์ จิระวัฒนาสมกุล กรรมการที่ปรึกษาศูนย์หนองหาร ได้ศึกษาสถิติการเกิดโรคมะเร็งในตับของประชาชนบริเวณ รอบๆหนองหาร ก็พบว่าประชาชนที่บ้านท่าแร่ซึ่งอยู่ริมหนองหารมีความถี่ของโรคมะเร็งสูงกว่าที่อื่นๆ ผู้เขียนมีความเห็นว่าควรทำการวิจัยเชิงลึกเกี่ยวกับปรากฏการณ์สาหร่ายพิษและสถิติการเกิดโรคมะเร็ง ให้รู้แน่ชัดว่ามีสาเหตุมาจากน้ำหนองหารหรือไม่ 

       ผมในฐานะนายกสโมสรโรตารีสกลนคร ได้ให้แนวคิดการวิจัยแก่นักเรียนมัธยมหกสายวิทยาศาสตร์ โรงเรียนสกลราชวิทยานุกูล ให้ทำวิจัยว่ามีประชากรสาหร่ายพิษที่ว่านี้มากน้อยแค่ไหนในหนองหาร โดยขอให้ ดร.นพรัตน์ สิทธิวงศ์ เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา ผลก็ปรากฏชัดเจนว่าพบสาหร่ายบ้านี่จริงๆ

 

 

จากงานวิจัยของ ดร.นพรัตน์ สิทธิวงศ์ แห่งคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร ยืนยันว่าพบสาหร่าย "ไมโครซีสตีน" ในบริเวณหนองหาร ซึ่งเป็นสาหร่ายที่มีสารพิษเป็นอันตรายต่อตับและท่อน้ำดี

 

ผลงานวิจัยของนักเรียนสายวิทยาศาสตร์ชั้นมัธยมหก โรงเรียนสกลราชวิทยานุกูล เกี่ยวกับสาหร่ายพิษ Microcystis เสนอในงานประชุมทางวิชาการด้านวิทยาศาสตร์ของกลุ่มโรงเรียนในภาคอีสานตอนบน เมื่อเดือนกรกฏาคม 2556

ดร.นพรัตน์ สิทธิวงศ์ กำลังติวเข้มลูกศิษย์ก่อนนำเสนอผลงาน ที่โรงเรียนสกลราชวิทยานุกูล

บรรยากาศขณะนักเรียนกำลังนำเสนอผลงานวิจัยสาหร่ายพิษไมโครซีสตีส

ผลการวิจัยแสดงว่ามีการพบจำนวนเซลของสาหร่ายไมโครซีสตีส ในที่ต่างๆของหนองหาร แต่ที่น่าเป็นห่วงคือพบมากที่สุดในบริเวณท่อสูบน้ำเข้าโรงผลิตประปาของเขตเทศบาลนครสกลนคร

 ผมในฐานะนายกสโมสรโรตารีสกลนคร เป็นผู้ให้แนวคิดในหัวข้อการวิจัยและเป็นสปอนเซ่อร์ส่วนหนึ่ง  ก็เลยต้องถ่ายรูปกับทีมงานเป็นที่ระลึก

          บทบาทของภาคประชาชน

        อย่างไรก็ตามผู้เขียนในฐานะ ที่ทำงานเป็นที่ปรึกษาผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรีภาคประชาชน ด้านสิ่งแวดล้อม ได้ริเริ่มโครงการชักชวน ให้ประชาชนหาวิธีกำจัดน้ำเสียและสิ่งปฏิกูลในระดับครัวเรือน เพื่อลดภาระของระบบบำบัดน้ำเสียของเทศบาลนครสกลนคร ที่สามารถรองรับได้เพียงครึ่งเดียวของปริมาณน้ำเสีย ในภาพรวม ด้วยการเขียนบทความ ”กู้หนองหารด้วยมือเรา” ในคอลั่มจับประเด็นร้อนของเว้ปไซด์ www.yclsakhon.com 

      ฤาตำนานหนองหารล่ม จะกลายเป็นเรื่องจริง

        ในท้องเรื่องของตำนานเมืองหนองหารหลวง พญานาคเป็นผู้ถล่มเมืองให้จมลงสู่ธรณีเพราะเหตุความขัดแย้ง ระหว่างพระยาสุระอุทกผู้เป็นเจ้าเมืองกับพระญานาคธนมูล แต่ในยุคปัจจุบันเมืองสกลนครอาจจะล่มสลาย ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าเพราะเงื้อมมือของพวกเราเอง ที่ร่วมกันสร้างมลพิษแก่หนองหารด้วยความจงใจ หรือรู้เท่า ไม่ถึงการ ดังนั้น ตำนานแห่งหนองหารหลวงจึงน่าจะถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นอุทาหรณ์ ให้เราๆท่านๆได้เกิด ความตระหนกและตระหนัก สลัดคราบแห่งความเป็น "ไทยเฉย" รีบเร่งหามาตรการแก้ไขอย่างเร่งด่วน มิฉะนั้น "พญานาคธนมูลเวอร์ชั่นใหม่" ในร่างของสิ่งแวดล้อมเป็นพิษ จะลุกขึ้นมาถล่มนครหนองหารหลวง เป็นครั้งที่สอง หรือจะเป็นครั้งสุดท้าย.....คราวนี้แหละตำนาน "หนองหารล่ม" จะกลายเป็นเรื่องจริงขึ้นมาในชาตินี้ของท่านและผม

 

         

 

 

 

 

 

 







Copyright © 2010 All Rights Reserved.
มูลนิธิเพื่อการพัฒนาผู้นำธุรกิจและชุมชน
The Foundation for Business and Community Leadership Development
โดย
นายอารีย์ ภู่สมบูญ
ประธานกรรมการมูลนิธิฯ