ReadyPlanet.com
dot
dot
แนะนำผู้เขียน
dot
bulletนายกสโมสรโรตารีสกลนคร ปีบริหาร 2556 - 2557
bulletสรรค์สนธิ บุณโยทยาน
dot
สากกะเบือยันเรือรบ กับปราสาทภูเพ็ก สกลนคร
dot
bulletปฏิบัติการภูเพ็ก ดอนสวรรค์ พิสูจน์คำทำนายซินแส ฮวงจุ้ยเมืองสกล
bulletปฏิบัติการ "กาลิเลโอ" วัดความเร็วการหมุนของโลกที่ปราสาทภูเพ็ก
bulletภูเพ็ก....เมกกะโปรเจค นครที่สาปสูญ
bulletปฏิบัติการวันสิ้นโลก 2012 ท้าพิสูจน์ที่ปราสาทภูเพ็ก สกลนคร
bulletความเป็นมาของปราสาทภูเพ็ก
bulletตลึง ! พบ “ฝายหินพันปี” กลางป่าภูเพ็ก
bulletวัดโลกทั้งใบ ไทย กัมพูชา ปฏิบัติการ "อีราโตสทีเนส" ข้ามประเทศ
bulletครบรอบ 10 ปี การค้นพบ "สุริยะปฏิทินพันปี" ปราสาทภูเพ็ก
bulletปรากฏการณ์ดาราศาสตร์ "เหมายัน" 21 -22 ธันวาคม ที่ปราสาทภูเพ็ก
bulletเผยเทคนิคการออกแบบก่อสร้างปราสาทภูเพ็ก
bulletความเป็นมาของสุริยปฏิทิน
bulletพิสูจน์สุริยะวิถี กับปฏิทินมหาศักราชที่ปราสาทภูเพ็ก
bulletรับพลัง "สุริยันจันทรา" ประชันดาวหางแพนสตาร์
dot
เปิดโลกวิทยาศาสตร์
dot
bulletOperation Rahu Episode II สูตรใหม่คำนวณระยะทางโลกไปดวงจันทร์
bulletOperation Rahu measuring earth to moon วัดระยะทางจากโลกถึงดวงจันทร์ ในปรากฏการณ์จันทรุปราคาเต็มดวง
bulletดางหาง ISON ปรากฏการณ์ดาราศาสตร์ปิดท้ายปี 2556
bulletมองหมากเม่าผ่านมิติดาราศาสตร์
bulletเมล็ดพันธ์ุแห่งชีวิต...หว่านลงมาจากต่างพิภพ
bulletดาราศาสตร์ที่เราเห็น.....ล้วนเป็นภาพลวงตา
bulletเข้าพรรษาปี 2555 ทำไมต้องเดือน 8-8 วิทยาศาสตร์มีคำตอบ
bulletสหรัฐ....โซเวียต หันมาจับมือป้องโลกจากต่างดาว
bulletประสบการณ์ตรงเรื่อง "ยูเอฟโอ" ผมคิดแบบวิทยาศาสตร์
bullet ยานอวกาศ "โฟบอส 2" เงียบหายที่ดาวอังคาร อุบัติเหตุ หรือโดนยิง ?
bulletภัยพายุสุริยะธันวาคม 2012 จะรับมืออย่างไร
bulletทำไมวันปีใหม่ต้องเป็น 1 มกราคม
bulletโลกล้านปีที่แอ่งสกลนคร
bulletวัดมุมเอียงของโลก...ด้วยไม้แท่งเดียว
bulletเกาะติดการค้นหาชีวิตบนดาวอังคาร กับยาน Curiosity
bulletหม้อหุงข้าวพลังแสงอาทิตย์ นวัตกรรมติดดิน
bulletนาฬิกาแดดต้นแบบมิติเวลาของมนุษยชาติ
bulletภาคปฏิบัติ....วัดโลกทั้งใบด้วยไม้แท่งเดียว
bulletการอบรมเชิงปฏิบัติการ "อีราโทสทีเนส"
bulletชวนครูไทย วัดโลกทั้งใบ ด้วยไม้แท่งเดียว
dot
จับประเด็นร้อน
dot
bulletฤาตำนานหนองหารล่ม.....จะกลายเป็นเรื่องจริง
bulletปิดฉากคดีแฮกเก้อร์ระดับโลก "ล้วงตับองค์การนาซ่า....แฉข้อมูลลับยูเอฟโอ"
bulletปลาดอลลี่....พี่ไทยโดนต้มจนสุก
bulletทำไมคนถึงอยากครอบครอง "ดอนสวรรค์" ในบึงหนองหาร สกลนคร
bulletกู้ "หนองหาร" ด้วยมือเรา.....ทำไมต้องรอภาครัฐ
bulletบทเรียนอันเจ็บปวดของเขื่อนในอเมริกา....ฤา จะสะท้อนสามแสนล้านบาทเพื่อจัดการน้ำของไทย
bullet2012 โลกาวินาศ หรือแผนการตลาดระดับโลก
bulletโบราณวัตถุพันปีสกลนคร....อยู่ในภาวะเสี่ยงสูญหาย
bulletภัยมืดรุกชาวสกล...จากสาหร่ายพิษในหนองหาร
bulletกรมศิลปากรโยนหินถาม...เอกสารสิทธิ์ทับคูเมืองโบราณ จะออกทางไหน
bulletน้ำท่วม "ตัวเมืองสกล" บทเรียนที่น่าจะถึงเวลาสรุปเสียที
bulletพายุ "นกกระเตน" ทำเสียหายสวนยางเมืองสกล
bulletฤา...นโยบาย 300 บาท จะช่วยบรรเทาปัญหา “หัวดำออก หัวหงอกเลี้ยง”
dot
อินเดียน่าโจนส์ (ภาคสรรค์สนธิ)
dot
bulletปริศนา "ปราสาทบายน" ฤา.....มนุษยชาติจะผ่านพ้นความขัดแย้ง
bulletประสูติ ตรัสรู้ ปรินิพพาน ทำไมต้องใช้ชื่อว่า "วิสาขะ"
bulletราหู.....น้ำอมฤต.....สนามบินสุวรรณภูมิ
bulletรากเหง้า "มหาสงกรานต์"
bulletอาณาจักร "ทวารวดี" ทำไมจึงล่มสลาย
bulletแกะรอยอดีต "พระธาตุเชิงชุม" 4 ยุคอารยธรรม
bullet"มาฆบูชา" ทำไมต้องใช้ชื่อนี้ ทำไมมาตรงกับ "วาเลนไทน์" 14 กพ. 2557
bullet"ทัชมาฮาล" ในมุมมองดาราศาสตร์
bulletคำสอนพุทธองค์เปล่งประกายอีกครั้งในดินแดนภารตะ
bulletเมือง "สารนาท" ที่มาแห่งวันอาสาฬหบูชา
bulletพระธาตุดุม....ในอีกมุมมอง
bulletถอดจารึกขอม "ภูถ้ำพระ" ทำไมพระพุทธรูปไปอยู่ที่นั่น
bulletแกะรอย "สุริยะเทพ" ที่ปราสาทพนมบาเค็ง
bulletหนองหารหลวงเมืองหน้าด่าน ยันกับอาณาจักรจาม
bulletเปิดจารึกอโรคยาศาล เจอ "ปฏิทินปีงบประมาณ"
bulletมุมมองใหม่ "สะพานขอม" ฝายทดน้ำชลประทาน
bulletปราสาทหินพิมาย กับสามเหลี่ยมพุทธมหายาน
bulletจากพระธาตุเชิงชุม ถึงพุทธคยา
bulletปราสาทขอมเมืองสกล.....เอาหินมาจากไหน ?
bulletไขความลับปราสาทนารายณ์เจงเวง
bulletถอดรหัสขอมพันปี 80 องศา พบราศีเมษ
bulletหลากมิติอารยธรรม 4 ยุค "บ้านท่าวัด" ริมหนองหาร สกลนคร
bulletแกะรอยบันทึกพระถังซำจั๋งค้นหาพระพุทธรูปขนาดยักษ์
bulletพระเจ้าอโศกมหาราช สิงห็สี่หน้าและพระธรรมจักร
bulletปฏิทิน 5 ปี ดวงอาทิตย์ตรงศรีษะในวัน "วิสาขบูชา"
bulletไขปริศนาปราสาทพนมรุ้ง
bullet13 เมษายน 2551 วันสงกรานต์ จริงหรือ ?
bullet21 มี.ค. 51 ปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ของโลก
bulletตำนานวันปีใหม่ มิติแห่งกาลเวลาของมนุษยชาติ
bulletแนะนำตัว
bulletจีวรมรดกจากอเล็กซานเดอร์
bulletเข้าพรรษา ปี 2550 ทำไมต้องมีเดือนแปดสองหน
bulletมหาสงกรานต์ 13–15 เม.ย.
bulletDownload ภาคสรรค์สนธิ
bulletปฏิบัติการอีราโตสทีเนสวัดโลกทั้งใบ ด้วยไม้แท่งเดียว
dot
รายการการศึกษาที่น่าสนใจ
dot
bulletความรู้เรื่องพระไตรปิฎก
bulletวัดอภัยสมุทร
bulletสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน
dot
คอลัมน์กิตติมศักดิ์
dot
bulletบ่าวคำหอม ล่ะเบ๋อ
bulletอินเดียน่าโจนส์ (ภาคสรรค์สนธิ)
dot
เว็บที่เกี่ยวข้อง
dot
bulletจังหวัดสกลนคร
bulletเทศบาลเมืองสกลนคร
bulletม.ราชภัฏสกลนคร
bulletจดหมายเหตุเมืองสกลนคร
bulletเทศบาลเมืองนครพนม
bulletเทศบาลตำบลอากาศอำนวย
bulletศูนย์ประติมากรรมกรุงเทพ
bulletweb thaiNGO
bulletสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสกลนคร
dot
นานาสาระ
dot
bulletฝนหลวง
bulletรวมชีวประวัติ ปฏิปทา คติธรรมคำสอนพระกรรมฐาน
bulletฐานรากเศรษฐกิจพอเพียง
bulletบทความน่าสนใจ จากสื่อไทย
bulletรู้ไว้ใช่ว่า ใส่บ่าแบกหาม
bulletพจนานุกรมภาษาอีสาน
bulletข้อคิดดีๆจากภาพยนต์
dot
ข้อมูลเกี่ยวกับขยะ
dot
bulletพลังงานจากขยะ
bulletตัวอย่างโครงการคัดแยกขยะ
dot
ข่าวประชาสัมพันธ์
dot
bulletข่าวสาร บ้านเฮา
bulletข่าว เด่นประเทศเพื่อนบ้าน
bulletช่าว สด ข่าวเด่น
bulletแวดวง BCL.
bulletประมวลภาพ โรตารีสกลนคร ไปทัวร์ยูนนาน
bulletชมรมส่งเสริมคนดีเมืองสกล
bulletกลุ่มศิลป์เพื่อชีวิต
bulletกิจกรรมกลุ่ม young
dot
มุมสุนทรียภาพ
dot
bulletแวดวง ศิลปะ
bulletท่องเที่ยว
bulletแผนที่ทางดาวเทียม
bulletแผนที่ทางหลวง
bulletภาพเก่าๆ ของหัวใจใหม่ๆ
dot
ช่องทางส่งข้อมูล
dot
bulletทาง E-mail
bulletปฏิบัติการ "อีราโทสทีเนส" วัดเส้นรอบวงโลกด้วยไม้แท่งเดียว




สหรัฐ....โซเวียต หันมาจับมือป้องโลกจากต่างดาว

 สหรัฐอเมริกา....สหภาพโซเวียต ยุติความเป็นศัตรู....หันมาจับมือป้องโลกจากภัยคุกคามต่างดาว

      ในที่สุดความเป็นปฏิปักษ์ระหว่างมหาอำนาจอเมริกากับโซเวียตก็ยุติลงด้วยเหตุผลง่ายๆ คือถ้าโลกถูกรุกรานจาก "ต่างดาว" มนุษยชาติต้องรวมตัวเป็นหนึ่งเดียวเพื่อปกป้องเผ่าพันธ์ุของเรา นี่คือข้อเสนอของท่านประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาโรนั่ล รีแกน ที่มีต่อประธานาธิบดีสหภาพโซเวียตมิกกาฮิล กอร์บาซอฟ    

ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา โรนั่ล รีแกน จับมือกับประธานาธิบดีมิกกาฮิล กอร์บาซอฟ ในการแถลงข่าวยุติสงครามเย็นระหว่างสองมหาอำนาจ ที่กรุงเจนีวา ปี พ.ศ.2528 โดยเริ่มต้นจากข้อตกลงลดอาวุธนิวเคลียส์ของทั้งสองฝ่าย

      จากผลการเจรจาเป็นการส่วนตัวระหว่างประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา โรนั่ล รีแกน กับประธานาธิบดีมิกกาฮิล กอร์บาซอฟ แห่งสหภาพโซเวียต ทั้งคู่แลกเปลี่ยนข้อมูลอย่างตรงไปตรงมาเกี่ยวกับภัยรุกรานที่โลกอาจต้องเผชิญจาก "ต่างดาว" จนในที่สุดลงเอยด้วยการยุติความขัดแย้งระหว่างชาติมหาอำนาจทั้งสอง และหันมาให้ความร่วมมือในฐานะ "มนุษยชาติ" ยังผลให้ กำแพงเบอร์ลินที่กั้นระหว่างกรุงเบอร์ลินตะวันตกกับตะวันออกถูกทุบทิ้ง การแข่งขันชิงดีชิงเด่นในเรื่องอวกาศเปลี่ยนเป็น "ความร่วมมือ" นักบินอวกาศสหรัฐกับโซเวียตขึ้นไปทำวิจัยด้วยกันอย่างเพื่อนบนสถานีอวกาศนานาชาติ (Internation Space Station : ISS) กระสวยอวกาศสหรัฐกับยานอวกาศโซยุดถูกออกแบบให้ปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือกันได้ หลายครั้งที่กระสวยอวกาศขององค์การนาซ่ายังไม่พร้อม ยานอวกาศโซยุดของโซเวียตก็ทำหน้าที่ส่งเสบียงให้สถานีอวกาศเป็นตัวตายตัวแทนกันได้ เรื่องนี้ต้องยกเครดิตให้ผู้นำทั้งสองท่าน ที่ตระหนักถึงคำว่า "มนุษยชาติ" อยู่เหนือการเมือง

ประธานาธิบดีโรนั่ล รีแกน (ซ้ายมือ) กับประธานาธิบดีมิกกาฮิล กอร์บาซอฟ (ขวามือ) เจรจากับแบบสองต่อสองชนิดเปิดอกโดยไม่ต้องใช้ล่าม ผมเดาว่าคงจะใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก  

ภาพประวัติศาสตร์ของการพบกันระหว่างผู้นำชาติมหาอำนาจที่มีความเชื่อในระบอบการปกครองต่างกันอย่างสิ้นเชิง แต่บรรยากาศในภาพเป็นการต้อนรับซึ่งกันและกันอย่างเข้าอกเข้าใจ

วารสารดังของอเมริกา TIME ตีข่าวการพบกันระหว่างสองบิ๊กมหาอำนาจ โดยใช้สำนวนสั้นๆว่า "เรามาคุยกันดีกว่า" 

พิธีลงนามความร่วมมืออย่างเป็นทางการระหว่างอเมริกากับสหภาพโซเวียตที่ไม่เคยมีมาก่อน

บรรยากาศการพบกันแบบส่วนตัวระหว่างผู้นำสองค่าย ดูการแต่งตัวแบบสบายๆไม่เป็นทางการ

การลงนามในข้อตกลงลดอาวุธนิเคลียส์ระหว่างสองยักษ์มหาอำนาจ โดยประธานาธิบสหภาพโซเวียต   มิกกาฮิล กอร์บาซอฟ (ซ้าย)  ประธานาธิบดีสหรัฐ โรนั่ล รีแกน (ขวา) 

 

นักเขียนชื่อดังชาวอเมริกันออกพอกเก็ตบุ๊ก  "สงครามเย็นยุติลงได้อย่างไร" 

 

ประธานาธิบดีโรนั่ล รีแกน แห่งสหรัฐอเมริกา กล่าวปราศัยหน้าประตูกำแพงเบอร์ลิน ที่ประเทศเยอรมัน เชื้อเชิญให้สหภาพโซเวียตทุบประตูนี้ทิ้งเพื่อให้เปิดทางสู่สันติภาพและความร่วมมือระหว่างสองค่าย

ในที่สุดกำแพงกั้นระหว่างเบอร์ลินตะวันตกและตะวันออกก็ถูกทำลาย เป็นอันยุติการเผชิญหน้าระหว่างยักษ์สองค่าย โดยการตัดสินใจของประธานาธิบดีทั้งสองประเทศ

ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาโรนั่ล รีแกน ทำหน้าที่พรีเซนเตอร์นำทุบกำแพงเบอร์ลินด้วยตนเอง

โครงการ "สตาร์วอร์" ของสหรัฐ.....หอกข้างแคร่สหภาพโซเวียต หรือเพื่อปกป้องโลก

 

นิตยาสารไทม์ของอเมริกากล่าวถึงการใช้งบประมาณก้อนโตในโครงการป้องกันประเทศอเมริกาโดยเทคโนโลยีอวกาศ Strategic Defense Initiative : SDI เสนอโดยประธานาธิบดีโรนั่ล รีแกน สื่อมวลชนตั้งชื่อโครงการนี้ให้หวือหวาว่า Star War

ภาพจำลองรูปแบบโครงการสตาวอร์ของประธานาธิบดีโรนั่ล รีแกน

 

      หลังจากความล้มเหลวของยานโฟบอส-1 และโฟบอส-2 แล้ว (ดูรายละเอียดในบทความเรื่องยานโฟบอส 2 ) ทั้งสหภาพโซเวียตและนาซ่า ก็ยังไม่ถอดใจง่ายๆ ภาษาหมัดมวยเรียกว่ายิ่งเจ็บยิ่งเดินหน้าชนิดใจเกินร้อย มีการทยอยส่งยานสำรวจไปดาวอังคารอย่างต่อเนื่อง เช่น Mars Observer Probe, Mars Global Surveyor, Odyssey ปัจจุบันเรามียานสำรวจที่กำลังปฏิบัติภารกิจ เกาะติดภาคพื้นดินในรูปแบบหุ่นยนตร์เคลื่อนที่ (Mars Rover) อยู่ 3 ลำ ได้แก่ Pathfinder, Opportunity และ Spirit  

     ยานสำรวจเหล่านี้กำลังเดินต้วมเตี้ยมขุดคุ้ยพื้นผิวดาวอังคารอย่างแข็งขัน จนถึงวันนี้ก็ยังไม่รู้ว่าแผนการยึดครองดาวอังคารเป็นอาณานิคมจะออกหัวหรือก้อย แต่ที่แน่ๆหลังจากเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นกับยานโฟบอส-2  ทั้งสหภาพโซเวียต และ อเมริกา ต่างพร้อมใจกลับลำ 180 องศาจากศัตรูเป็นมิตร การแข่งขันชิงดีชิงเด่นในอวกาศกลายเป็นความร่วมมืออย่างใกล้ชิดสนิทสนม อะไรคือเบื้องหลัง ?          

            เป็นที่ทราบดีว่าโครงการป้องกันประเทศของคุณลุงแซม ซึ่งริเริ่มในสมัยท่านประธานาธิบดี โรนั่ล รีแกน โดยใช้เทคโนโลยีไฮเทคด้านอวกาศ รู้จักกันในนามของ " โครงการสตาร์วอร์ " มีชื่อทางการเป็นภาษาอังกฤษว่า Strategic Defense Initiative (SDI) เป็นหอกข้างแคร่ของสหภาพโซเวียตอย่างยิ่ง เพราะตอนนั้นสหภาพโซเวียตกำลังตกอยู่ในสภาพกระเป๋าแห้ง โครงการด้านอวกาศค่อนข้างหน่อมแน้ม แม้จะมีเทคโนโลยีและนักวิทยาศาสตร์มือฉกาจหลายคน แต่ปัจจัยชี้ขาดสำคัญอยู่ที่สตางค์ โครงการเด่นๆที่พอไปวัดไปวาได้ก็คือ สถานีอวกาศเมียร์ ส่วนข้างอเมริกันพี่แกกระเป๋าหนักควักไม่อั้นราวกับเสี่ยมาเอง ทำให้ประธานาธิบดี มิกกาฮิล กอร์บาช้อฟ ผู้นำของสหภาพโซเวียตไม่ค่อยไว้ใจท่าทีของอเมริกันเท่าไหร่นัก แม้ว่าจะได้พบเจรจาแบบตัวต่อตัวกับประธานาธิบดีโรนั่ล รีแกนหลายครั้ง อย่างไรก็ตามผมเชื่อว่าลึกๆแล้วท่านประธานาธิบดีกอร์บาซอฟคงรู้เป็นนัยๆแล้วว่าโครงการสตาร์วอร์มีไว้เพื่อป้องกันโลกมากกว่าจะรุกรานโซเวียต เพราะทางหน่วยงาน เคจีบี ของโซเวียตก็มีข้อมูลเรื่องยานต่างดาวอยู่ในมือพอสมควร แต่ด้วยความที่เป็นผู้นำประเทศมหาอำนาจก็ต้องเล่นเชิงไว้ก่อน

      แต่พอมาถึงสมัยของประธานาธิบดี จอดจ์ ดับเบิ้ลยู บุช ซีเนียร์ ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา โดยรับไม้ต่อจากประธานาธิบดีโรนั่ล รีแกน เมื่อวันที่ 20 มกราคม พ.ศ.2532 ประจวบกับเหตุการณ์ของยานอวกาศโฟบอส-2 ในเดือนมีนาคม 2532 ที่เชื่อกันในวงในว่าถูกยิงตกที่ดาวอังคารโดยยานแม่จากต่างดาว 

      ท่าทีหัวแข็งแบบชายไร้อารมณ์ของจอมหมีขาวอย่างประธานาธิบดี กอร์บาช้อฟ เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังเท้า เพราะรู้ดีว่าศัตรูที่แท้จริงของมนุษยชาติมิใช่พวกเรากันเองในโลกใบนี้ แต่มันมาจากดาวเคราะห์ดวงอื่น !  

 

            เรื่องศัตรูจากโลกอื่นเริ่มต้นด้วยการเจรจาแบบลับๆ ระหว่างสองผู้นำชาติมหาอำนาจ เมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2528 ที่กรุงเจนีวา ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ หลังจากนั้น วันที่ 4 ธันวาคม ปีเดียวกันประธานาธิบดี โรนั่ล รีแกน ให้สัมภาษที่เมือง Fallston รัฐแมรี่แลนด์ มีใจความว่า

          " ตามที่พวกคุณรู้  แนนซี่ กับผมเดินทางกลับจากกรุงเจนีวา เมื่อสองอาทิตย์ก่อน ผมและท่านเลขาธิการ กอร์บาช้อบ แห่งสหภาพโซเวียต (ชื่อตำแหน่งที่ถูกต้องของผู้นำสหภาพโซเวียต) ได้มีโอกาสพูดคุยกันหลายครั้ง ผมใช้เวลากว่า 15 ชั่วโมง       ในการคุยซึ่งรวมถึงการสนทนาแบบสองต่อสอง ทำให้ผมตระหนักว่าเขาเป็นคนที่เชื่อมั่นในตนเอง แต่ก็พร้อมรับฟังคนอื่น ผมให้คำมั่นกับเขาว่าคนอเมริกัน มีความรู้สึกลึกๆว่าเราน่าจะสร้างสันติภาพ กับสหภาพโซเวียต ผมเชื่อว่าประชาชนทั้งสองประเทศก็คิดเช่นนี้ เพื่อสันติสุขแก่ลูกหลานของเราทั้งคู่ ผมบอกกับเขาตรงๆว่า ลองคิดดูซิเราทั้งคู่คงคุยกันง่ายขึ้น ถ้ารู้ว่าศัตรูที่แท้จริงคือเผ่าพันธุ์ที่มาจากโลกอื่น เราน่าจะลืมความขัดแย้งเล็กๆบนโลกใบนี้เพราะพวกเราล้วนเป็นมนุษยชาติ ผมยังอธิบายต่อไปอีกว่าโครงการ SDI ที่อเมริกันกำลังพัฒนาจะช่วยปกป้องโลกทั้งมวล มันเป็นความหวังของเราทั้งหมด " 

 

 

คำอธิบายภาษาอังกฤษของผลการพบกันระหว่างสองผู้นำมหาอำนาจอเมริกากับโซเวียต ที่มีการหยิบยกเรื่องการรุกรานจากต่างดาวขึ้นมาเป็นประเด็น ตอนแรกประธานาธิบดีกอร์บาซอฟแห่งโซเวียตยังไม่ตอบรับเท่าไหร่โดยอ้างว่า "ยังเร็วเกินไปที่จะกังวลเรื่องนั้น" แต่หลังจากเกิดเหตุการณ์ของยานสำรวจ โฟบอส-2 ท่านกอร์บาซอฟ ยอมรับตรงๆในปี พ.ศ. 2533 ว่าเรื่องต่างดาวนั้นมีจริงๆและต้องถือเป็นประเด็นซะแล้วละ

 

ประธานาธิบดีสหรัฐโรนั่ล รีแกน กล่าวสุนทรพจน์ในที่ประชุมใหญ่สหประชาชาติ เมื่อวันที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2530 มีเนื้อหาเกี่ยวกับการรุกรานจากต่างดาว โดยมีสาระว่า "ในบรรยากาศที่พวกเราทั้งหลายเป็นปฏิปักษ์ต่อกัน เราคงลืมความเป็นมนุษยชาติ แต่เมื่อไหร่เราถูกรุกรานจากต่างดาวเราคงต้องผนึกกำลังซึ่งกันและกัน และลืมความขัดแย้งทั้งหมด"  

สื่อมวลชนตะวันตกทำภาพล้อเลียนประธานาธิบดีมิกกาฮิล กอร์บาซอฟ และโรนั่ล รีแกน ว่าทั้งคู่เห็นพ้องต้องกันได้เพราะมี "ต่างดาว" เป็นตัวช่วยประสาน

      แม้ว่าจะยังไม่มีการตอบสนองอย่างเป็นรูปธรรมจากผู้นำหมีขาว แต่ต่อมา วันที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2530 ประธานาธิบดีกอร์บาช้อฟ มีคำกล่าวในพิธีเปิดการประชุมว่าด้วยการอยู่รอดของมนุษยชาติ (Survival of Humanity) ที่พระราชวังเครมลิน กรุงมอสโคว ตอนหนึ่งของสุนทรพจน์ได้กล่าวถึงการคุยกันกับผู้นำอเมริกัน โดยมีใจความสั้นๆว่า" จากการพบปะของเราที่กรุงเจนีวา ท่านประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา ได้ยกเรื่องศัตรูจากนอกโลก และตกลงกันว่าเราทั้งคู่จะจับมือกันปกป้องโลกให้พ้นจากภัยคุกคามดังกล่าว ผมไม่ได้โต้แย้งข้อเสนอ แต่ผมคิดว่ายังคงเร็วเกินไปที่จะคิดเช่นนั้น " นี่แสดงว่าผู้นำหมีขาวยังคงรักษาเอกลักษณ์ชายหัวดื้อไว้อย่างเหนียวแน่น แต่ในใจลึกๆชักเห็นคล้อยตามแล้ว จึงใช้คำกล่าวสุนทรพจน์แบบกลางๆที่นักเลงไฮโลเรียกว่าแทงกั๊ก อย่างไรก็ตามจากนั้นไม่นาน เดือน เมษายน พ.ศ.2530 ทั้งสองมหาอำนาจได้ลงนามข้อตกลงความร่วมมือในอวกาศ ท่ามกลางความแคลงใจของผู้เชี่ยวชาญในองค์การนาซ่าที่ยังไม่ค่อยไว้วางใจโซเวียตเท่าไหร่นัก ร้อนถึงประธานาธิบดีโรนั่ล รีแกน ต้องออกมากล่าวย้ำถึงภัยคุกคามจากศัตรูนอกโลก เมื่อวันที่ 21 กันยายน พ.ศ.2530 ในที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาติ  ใจความว่า       ท่ามกลางการครอบงำในความคิดที่เป็นศัตรูซึ่งกันและกัน เรามักจะลืมความเป็นอันหนึ่งอันเดียวของมนุษยชาติ บางทีเราคงต้องอาศัยแรงผลักดันจากภัยคุกคามนอกโลก เป็นเครื่องเตือนใจ 

"บางครั้งข้าพเจ้าคิดว่าปัญหาการเผชิญหน้าระหว่างมนุษย์จะหมดไปอย่างรวดเร็ว ถ้าพวกเราถูกโจมตีจากต่างดาว "     

       หนังสือพิมพ์ The New Republic โดยบรรณาธิการอาวุโส Fred Barnes ได้ตีพิมพ์เมื่อวันที่ 5 กันยายน พ.ศ.2530 ยืนยันคำสนทนาบนโต๊ะอาหารเที่ยง ที่ทำเนียบขาว กรุงวอชิงตัน ดีซี ระหว่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศของสหภาพ โซเวียต นายเอ็ดด๊วจ ชาวานัสเซ่ กับประธานาธิบดีโรนั่ล รีแกน ซึ่งฝ่ายแรกให้การยืนยันในความร่วมมือปกป้องโลกอย่างเต็มปากเต็มคำว่า " ครับ เต็มร้อยครับ " แปลตรงตัวจากภาษาอังกฤษว่า Yes, absolutely สามเดือนต่อมามีการประชุมสุดยอดครั้งที่สอง ในเดือนธันวาคม พ.ศ.2530 ระหว่างประธานาธิบดีกอร์บาซ๊อฟ กับประธานาธิบดีรีแกน เพื่อแสวงหาความร่วมมือในด้านอวกาศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงการสำรวจดาวอังคารภายใต้คำขวัญ " สู่ดาวอังคารร่วมกัน " หรือ Going together to Mars แนวคิดนี้ได้รับการสนับสนุนอย่างดียิ่งจากนาย Robert A. Roe ประธานกรรมาธิการวิทยาศาสตร์ อวกาศ และเทคโนโลยี ในสภาผู้แทนราษฎรของสหรัฐอเมริกา นายโรเบิต ได้เสนอให้ประธานาธิบดีอนุมัติตัวแทนขององค์การนาซ่า 5 คน ไปช่วยให้คำปรึกษาในโครงการสำรวจดาวอังคาร กับองค์การอวกาศของ   โซเวียต แต่นโยบายนี้ไม่เป็นที่สบอารมณ์ของนาย คาสเปอร์ ไวเบอร์เก้อร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐ เพราะกลัวว่าโซเวียตจะใช้เทคโนโลยีที่ได้รับความช่วยเหลือนี้ ไปสร้างโครงการ  " ดาวเทียมพิฆาต " หรือ Satellite-killer system โดยติดตั้งปืนแสงเลเซ่อร์บนสถานีอวกาศเมียร์ (Mir) สามารถสอยดาวเทียมของสหรัฐได้อย่างง่ายดาย ข้อขัดแย้งดังกล่าวร้อนถึงประธานาธิบดีรีแกน ต้องออกแรงยกเรื่องภัยคุกคามจากต่างดาวไปชี้แจงในการประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์แห่งชาติ (National Strategy Forum) ที่เมืองชิคาโก้ เมื่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ.2531 ท่านรีแกนใช้คำกล่าวสั้นๆอย่างตรงไปตรงมาว่า

 

" อะไรจะเกิดขึ้น ถ้าเราทั้งหมดในโลกใบนี้พบว่า เราถูกคุกคามจากภายนอก โดยแสนยานุภาพจากอวกาศ จากดาวเคราะห์อีกดวงหนึ่ง " เพื่อให้ท่านผู้อ่านได้เห็นตัวภาษาอังกฤษแบบคำต่อคำ ผมจึงขอยกประโยคมาทั้งดุ้นดังนี้ What would happen if all of us in the world discovered that we were threatened by an outer a power from space from another planet. ในปลายเดือนเดียวกัน สองผู้นำชาติพี่เบิ้มก็ได้ประชุมกันอีกเป็นครั้งที่สามที่กรุงมอสโคว และแล้วในเดือนกรกฎาคม พ.ศ.2531 สหภาพโซเวียตปล่อยยานสำรวจ โฟบอส-1 และโฟบอส-2 มุ่งหน้าสู่ดาวอังคาร

      จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับยานสำรวจ โฟบอส-2 เมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ.2532 ทั้งสหภาพโซเวียตและสหรัฐอเมริกาต่างรู้แก่ใจว่า " เรา มนุษยชาติ " กำลังเผชิญกับภัยคุกคามจากต่างดาว ไม่ใช่จากแกแลคซี่อื่นที่ไกลโพ้น แต่จากดาวเคราะห์ในระบบสุริยะของเราเอง ! เกี่ยวกับเรื่องนี้ Frank D. Drake ประธานโครงการค้นหาผู้มีภูมิปัญญาสูงจากต่างพิภพ (Search for Extraterrestrial Intelligence : SETI) แห่งมหาวิทยาลัยแคลิปฟอร์เนีย ที่เมืองซานตาครู๊ส กล่าวว่าในบรรดาแกแลคซี่ทางช้างเผือกของเรามี        อารยธรรมที่ก้าวหน้าแบบซุปเปอร์ไฮเทคประมาณ 10,000 - 100,000 หน่วย นอกนั้นเป็นพวกบรรดางี่เง่าเต่าล้านปีทั้งหลาย (แฮะ อันนี้ผมว่าเองนะครับ) โครงการเซติ มีอุปกรณ์จานรับสัญญาณจากต่างดาวเพื่อวิเคราะห์แหล่งที่มาและความหมายของมัน ตอนแรกพวกเรามุ่งค้นหามนุษย์ต่างดาวโดยพุ่งเป้าไปที่กลุ่มดาวฤกษ์ต่างๆ แต่หลังจากเหตุการณ์โฟบอส-2 หลายคนเริ่มตระหนักว่าพวกเขาไม่ได้อยู่ไกลขนาดนั้นหรอก น่าจะอยู่ในระบบสุริยะของเรานี่แหละ ดาวอังคารอาจถูกใช้เป็นสถานีอวกาศของพวกเขามานานแล้ว

      ท่านที่เคยอ่านผลงานของผมในหนังสือ Pocket Book “สุริยะปฏิทินพันปี” ที่วางขายตั้งแต่เดือนกันยายน พ.ศ.2549  คงจำได้ว่าชาวสุเมเรี่ยนแห่งดินแดนเมโสโปเตเมีย เมื่อ 6,000 ปีที่แล้ว จารึกในแผ่นดินเผาว่า ดาวอังคารเป็นดาวเคราะห์อันดับที่ 6 นับจากดาวพลูโตเข้ามา ชาวอนันต์นากี (Anunnaki) จากดาวเคราะห์ นีบิรุ ใช้ยานอวกาศบินไปบินมาระหว่างโลกกับดาวอังคารเป็นว่าเล่น และชาวอนันต์นากี นี่แหละคือผู้สร้างมนุษย์อย่างเราๆท่านๆขึ้นมาจากการผสม DNA ของพวกเขาเข้ากับ มนุษย์วานร หรือ Homo erectus บรรพบุรุษของเราที่วิวัฒนาการขึ้นมาจากสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ตามทฤษฏีของ ชาลส์ ดาวินส์ เมื่อประมาณ 300,000 - 250,000 ปีที่แล้ว ยังผลให้เกิดเป็นมนุษย์อัพเกรดที่มีสมองคิดเป็นทำเป็น แต่คงไม่ถึงขนาดคิดใหม่ทำใหม่ ชาวเมโสโปเตเมียเรียกอนันต์นากีว่า " พระเจ้า "  พระคำภีร์ไบเบิ้ล บทเยนเนซีส - 6 ใช้คำว่า " Nefilim "   

คำนี้มาจากภาษาฮีบริวของชาวยิว แปลว่า ผู้ที่ลงมาจากฟากฟ้า แต่นักวิชาการเลี่ยงไปแปลแบบข้างๆคูๆ เป็นภาษาอังกฤษว่า “มนุษย์ยักษ์” เพราะกลัวพระคัมภีร์ไบเบิ้ลจะเข้าไปพัวพันกับมนุษย์ต่างดาว

      แม้ว่าพระเจ้าเป็นผู้สร้างพวกเราขึ้นมาเสมือนลูกของเขา แต่สมาชิกส่วนหนึ่งของพระเจ้าโดยเฉพาะอย่างยิ่งในตระกูลของเทพ      " เอลลีล " ไม่ค่อยสบอารมณ์กับมนุษย์อย่างเราเท่าใดนัก เมื่อประมาณ 13,000 ปีที่แล้ว พระเจ้าจงใจทำลายมนุษย์โดยอาศัยอุทกภัยครั้งใหญ่ซึ่งเกิดจากก้อนน้ำแข็งที่ขั้วโลกใต้ขนาดมหึมา น้องๆทวีปอเมริกาถูกแรงดึงดูดของดาวเคราะห์นีบิรุ คราวที่โคจรเข้ามาในระบบสุริยะชั้นใน ลื่นหลุดลงไปในมหาสมุทรอินเดียอย่างกะทันหัน ก่อคลื่นซูนามิขนาดยักษ์โถมเข้าสู่แผ่นดิน ทำลายทุกสิ่งพินาศในพริบตา บรรดาพระเจ้ารู้ล่วงหน้าเป็นอย่างดีว่า สิ่งนี้จะเกิดขึ้นจึงเตรียมการหลบหนีโดยขึ้นยานอวกาศไปโคจรอยู่รอบโลก ทิ้งให้มนุษย์ตาดำๆรับภัยพิบัติไปเต็มๆโดยไม่รู้ตัวล่วงหน้า หรือมีวิธีการช่วยตัวเองแต่ประการใด ยังดีที่ " เทพเอนกิ " ซึ่งเป็นผู้ริเริ่มสร้างมนุษย์ขึ้นมากับมือ ทนดูให้ลูกหลานของตนเองสูญเผ่าพันธุ์ไปต่อหน้าต่อตาไม่ได้  จึงคัดเลือกมนุษย์จำนวนหนึ่งนำโดย " ซีอุสซุนดร้า " ในภาษา   สุเมเรี่ยน หรือ " อุปแนบปีสตึ่ม " ในภาษาอัคเคเดี่ยน หรือ " โนอาห์ " ในภาษาฮีบริว ที่ชาวคริตส์รู้จักกันดีในฐานะผู้รอดชีวิตจากน้ำท่วมโลกตามพระคัมภีร์ไบเบิ้ล ฉบับพันธสัญญาเก่า

      เทพเอนกิ สอนให้โนอาห์ ต่อเรือขนาดใหญ่ และนำ DNA ของสัตว์ต่างๆเก็บรักษาไว้ สำหรับแพร่พันธุ์ภายหลังน้ำลด และนี่แหละเผ่าพันธุ์ของพวกเราทั้งหลาย จึงดำรงอยู่รอดมาตราบเท่าทุกวันนี้ มหันต์ภัยจากต่างดาวตามที่ประธานาธิบดีรีแกนกล่าวถึง จะมาแบบเดิมคือทำให้น้ำท่วมโลก โดยยิงรังสีอะไรสักอย่างเข้าไปที่ก้อนน้ำแข็งในขั้วโลกใต้ หรือมาแบบโจมตีด้วยอาวุธมหาปะลัย ดังที่ชาวอนันต์นากีเคยถล่มกันเองที่คาบสมุทรซีนาย ปัจจุบันเป็นพื้นที่ของประเทศอียิปส์ จนทำให้เกิด " ลมปีศาจ " ผลาญชีวิตชาวเมโสโปเตเมียราวใบไม้ร่วง เมื่อประมาณสี่พันปีก่อน หรือใช้ยานรบโจมตีซึ่งๆหน้าแบบภาพยนต์ เรื่อง The Independent Day  หรือหว่านเชื้อโรคแบบใหม่เข้ามาทำลายพวกเราให้ค่อยๆสูญพันธุ์

      เมษายน พ.ศ.2532 หลังเหตุการณ์โฟบอส-2 ผ่านไปหมาดๆบรรดาผู้เชี่ยวชาญด้านอวกาศจากประเทศใหญ่ๆได้สร้าง " ข้อตกลงร่วม " ขึ้นมาฉบับหนึ่งให้ชื่อว่า " ประกาศข้อตกลงหลัก เกี่ยวกับวิธีปฏิบัติหากมีการตรวจพบมนุษย์ต่างดาวผู้มีภูมิปัญญาสูง " (Declaration of principles concerning activities following the detection of extraterrestrial intelligence) เนื้อหาสาระของข้อตกลงนี้ เน้นควบคุมการเผยแพร่ข่าวสารเกี่ยวกับมนุษย์ต่างดาวในทำนองมิให้เกิดการโกลาหลในหมู่ประชาชนทั่วไป ผู้ใด องค์กรใดก็ตามที่ร่วมลงนามในข้อตกลงนี้ จะต้องไม่เปิดเผยข้อมูลสู่สาธารณะชนจนกว่าจะได้มีการพิจารณาร่วมกันของผู้เกี่ยวข้อง 

โดยเฉพาะอย่างยิ่งห้ามส่งสัญญาณสื่อสารกับมนุษย์ต่างดาวโดยพละการ หากยังไม่ได้รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ บางคนอาจจะถามว่าทำไมต้องมีข้อตกลงนี้ การค้นพบมนุษย์ต่างดาวที่อยู่ในหมู่ดาวฤกษ์อื่นๆไกลออกไปหลายล้านปีแสง กว่าพวกเขาจะย่างกรายมาถึงโลกต้องใช้เวลานับล้านๆปี ช่างมันเหอะ จริงครับถ้าเป็นอย่างที่ว่าคงไม่มีใครสนหรอก แต่ที่บรรดาผู้เชี่ยวชาญกำลังวิตกคือ  มันอยู่ใกล้ๆโลกเรานี่แหละ ในดาวเคราะห์ใต้จมูกระบบสุริยะ โดยใช้ดาวอังคารเป็นฐานปฏิบัติการ !

ครับ ที่ผมร่ายยาวมาพอสมควรราวกับภาพยนตร์เรื่องสตาวอร์ อาจฟังดูติ้งต๊องในสายตาของหลายท่าน แต่สหประชาชาติเขาเห็นเป็นเรื่องจริงจัง มีการจัดประชุมลงมติอย่างเป็นทางการให้ประเทศสมาชิกได้รับทราบและให้ความร่วมมือ ผมถูกเพื่อนๆถามบ่อยครั้งว่า มนุษย์ต่างดาวมีจริงหรือไม่ ? ผมตอบแบบง่ายๆตามแบบตรรกวิทยาว่า ถ้าโลกของเรามีมนุษย์ได้ทำไมโลกอื่นๆจะมีไม่ได้  ดาวเคราะห์ในจักรวาลมีจำนวนมากมายนับไม่ถ้วน ทำไมต้องจำกัดอยู่แค่โลกใบนี้แห่งเดียว องค์การนาซ่ารู้เรื่องนี้อย่างดีจึงตั้งโครงการวิจัยชีววิทยาต่างพิภพ (Astrobiology หรือ Exobiology) ให้ทุนเรียนถึงปริญญาเอก ถ้าผมยังหนุ่มๆจะสอบชิงทุนไปเรียนวิชานี้ ที่มหาวิทยาลัยแคลิปฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ท่านผู้อ่านที่สนใจลอง search เข้าไปที่ web page ของ University of California หรือ ใช้ Keyword ว่า astrobiology รับรองว่าจะได้อ่านข้อมูลจนตาลาย   

 ย้อนกลับมาที่เรื่องภัยคุกคามจากต่างดาว ของท่านประธานาธิบดี โรนั่ล รีแกน มันมีที่มาครับ ก่อนที่ท่านรีแกนจะขึ้นดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการรัฐแคลิปฟอร์เนีย ท่านและภรรยาคือ มาดามแนนซี่ ได้เห็น ยูเอฟโอ ขณะที่กำลังเดินทางไปร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำบนถนนใกล้ๆกับย่าน Hollywood ทำให้ทั้งคู่เข้างานเลี้ยงช้าไปประมาณครึ่งชั่วโมง ซึ่งตามธรรมเนียมแล้วผู้ที่จะสมัครเป็นผู้ว่าราชการรัฐ ต้องตรงต่อเวลาอย่างเคร่งครัด ท่านรีแกน ต้องอธิบายแก่แขกเหรื่อที่กำลังออกอาการหน้าหงิกหน้างอว่า “ ผมและแนนซี่เห็น ยูเอฟโอ ครับ” ตอนแรกใครๆก็คิดว่าท่านรีแกน ล้อเล่น หรือ เชื่อสิ่งลึกลับมากไปหน่อย เพราะครอบครัวนี้มีชื่อเสียงในด้านการพึ่งพาไสยศาสตร์อยู่เนืองๆ เช่น การเข้าพิธีสาบานตนเป็นผู้ว่าราชการรัฐ ตรงกับเวลาเที่ยงคืนเป๊ะ ตามคำแนะนำของโหรข้างกาย

แต่พอท่านอดีตดาราภาพยนตร์คาวบอย โรนั่ล รีแกน ได้ขึ้นนั่งเป็นประธานาธิบดี แห่งสหรัฐอเมริกา รวมแปดปีเต็มๆ ระหว่าง พ.ศ. 2524 – 2532 ได้ผลักดันโครงการยุทธศาสตร์ป้องกันภัยทางอวกาศ หรือ เรียกเล่นๆว่า โครงการสตาร์วอร์ โดยตัวท่านเองมีความเชื่อลึกๆว่า อีกไม่ช้าโลกคงถูกรุกรานจากต่างดาวอย่างแน่นอน เพราะตอนนี้พวกเขาก็ป้วนเปี้ยนเฉียวไปเฉียวมาอยู่ใกล้ๆนี่เอง ดังนั้น ในฐานะที่สหรัฐอเมริกา ทำตัวเป็นผู้นำโลกแล้ว และมีเทคโนโลยีพร้อมที่สุด น่าที่จะต้องทำอะไรสักอย่าง โครงการนี้จะใช้ดาวเทียมทำหน้าที่ยิงอาวุธเลเซ่อร์เข้าใส่ศัตรู เหมือนกับภาพยนตร์ยังไงยังงั้น   

 

สถานีอวกาศ "เมียร์" (Mir) ของสหภาพโซเวียตเริ่มขึ้นสู่อวกาศในปี 2529 และยุติปฏิบัติการในปี 2544 

สถานีอวกาศนานาชาติ (International Space Station : ISS) เริ่มปฏิบัติการในปี 2541 จนปัจจุบัน เป็นความร่วมมืออย่างแข็งขันระหว่างอเมริกัน และรัสเซีย (แยกออกมาจากสหภาพโซเวียต) รวมทั้งชาติอื่นๆ ถูกออกแบบให้สามารถต่อเชื่อมโดยยานกระสวยอวกาศของอเมริกัน และยานโซยุดของรัสเซีย   

ความร่วมมือระหว่างองค์การนาซ่าของสหรัฐอเมริกา และโครงการอวกาศโซยุด (Soyuz) ของรัสเซีย ส่งนักบินอวกาศอเมริกัน (ซ้ายสุด) และรัสเซีย (สองคนขวา) ขึ้นไปยังสถานีอวกาศนานาชาติ ล่าสุดวันที่ 14 กรกฏาคม 2555 ยานโซยุดจะบินขึ้นไปส่งนักบินอวกาศ 3 คน ประกอบด้วย อเมริกัน รัสเซีย และญี่ปุ่น โดยจะขึ้นสู่ท้องฟ้าที่ฐานยิงจรวดในประเทศคาซักสถาน (อดีตสหภาพโซเวียต) และจะเชื่อมต่อกับสถานีอวกาศนานาชาติในวันที่ 16 กรกฏาคม 2555   

         

 อดีตประธานาธิบดีสหภาพโซเวียตมิกกาฮิล กอร์บาซอฟ เดินทางมาร่วมไว้อาลัยในพิธีศพของอดีตประธานาธิบดีสหรัฐโรนั่ล รีแกน เมื่อเดือนมิถุนายน 2547 ในฐานะเพื่อนเก่าที่เคยร่วมงานกันมายาวนาน ท่านกอร์บาซอฟ ใช้มือแตะโลงศพเป็นการไว้อาลัยครั้งสุดท้าย

นี่คือหลักฐานอันหนึ่งที่ยืนยันว่าองค์การนาซ่าของสหรัฐอเมริกามีข้อมูล "ยูเอฟโอ" อยู่ในมือทำให้ท่านประธานธิบดีโรนั่ล รีแกน กล้าพูดเรื่องนี้ต่อหน้าที่ประชุมใหญ่องค์การสหประชาชาติ ไม่นานมานี้หนุ่มชาวลอนดอน ประเทศอังกฤษ ชื่อ Gary Mckinnon  ทำตัวเป็นแฮกเกอร์เจาะเข้าไปในระบบคอมพิวเตอร์ขององค์การนาซ่าเพื่อดูข้อมูลเกี่ยวกับ "ยูเอฟโอ" เมื่อปี 2544 และไปออกทีวีให้สัมภาษว่าเห็นภาพ "ยูเอฟโอ" ในระบบข้อมูลขององค์การนาซ่าอย่างเต็มสองตา รัฐบาลสหรัฐจึงแจ้งความจับเจ้าหนุ่มนี่และขอให้ทางการอังกฤษส่งตัวในฐานะ "ผู้ร้ายข้ามแดน" ตอนนี้เรื่องยังอยู่ที่ศาลฏีกาของอังกฤษว่าจะตัดสินให้ส่งตัวไปรับโทษที่อเมริกาหรือไม่ ผมคิดแบบง่ายๆถ้าเรื่องดังกล่าวไม่มีมูลทำไมทางการสหรัฐต้องเป็นเดือดเป็นร้อนขนาดนี้ละ

สรุป

ที่สุดของที่สุดทฤษฏีที่ว่าด้วย "ศัตรูของศัตรู....คือมิตร" ก็ได้ผล สหรัฐอเมริกา กับรัสเซียกลายเป็นพันธมิตรในโครงการอวกาศ  

 

 

 







Copyright © 2010 All Rights Reserved.
มูลนิธิเพื่อการพัฒนาผู้นำธุรกิจและชุมชน
The Foundation for Business and Community Leadership Development
โดย
นายอารีย์ ภู่สมบูญ
ประธานกรรมการมูลนิธิฯ