ReadyPlanet.com
dot
dot
แนะนำผู้เขียน
dot
bulletนายกสโมสรโรตารีสกลนคร ปีบริหาร 2556 - 2557
bulletสรรค์สนธิ บุณโยทยาน
dot
สากกะเบือยันเรือรบ กับปราสาทภูเพ็ก สกลนคร
dot
bulletปฏิบัติการวันสิ้นโลกภาค 2 ข้ามทวีป ปราสาทภูเพ็ก สกลนคร VS ปีรามิดเผ่ามายา เม็กซิโก
bulletพระพุทธรูปศิลปะขอมซ่อนอยู่ใต้โพรงหินที่ปราสาทภูเพ็ก.....สื่อถึงอะไร
bulletปฏิบัติการภูเพ็ก ดอนสวรรค์ พิสูจน์คำทำนายซินแส ฮวงจุ้ยเมืองสกล
bulletปฏิบัติการ "กาลิเลโอ" วัดความเร็วการหมุนของโลกที่ปราสาทภูเพ็ก
bulletภูเพ็ก....เมกกะโปรเจค นครที่สาปสูญ
bulletปฏิบัติการวันสิ้นโลก 2012 ท้าพิสูจน์ที่ปราสาทภูเพ็ก สกลนคร
bulletความเป็นมาของปราสาทภูเพ็ก
bulletตลึง ! พบ “ฝายหินพันปี” กลางป่าภูเพ็ก
bulletวัดโลกทั้งใบ ไทย กัมพูชา ปฏิบัติการ "อีราโตสทีเนส" ข้ามประเทศ
bulletครบรอบ 10 ปี การค้นพบ "สุริยะปฏิทินพันปี" ปราสาทภูเพ็ก
bulletปรากฏการณ์ดาราศาสตร์ "เหมายัน" 21 -22 ธันวาคม ที่ปราสาทภูเพ็ก
bulletเผยเทคนิคการออกแบบก่อสร้างปราสาทภูเพ็ก
bulletความเป็นมาของสุริยปฏิทิน
bulletพิสูจน์สุริยะวิถี กับปฏิทินมหาศักราชที่ปราสาทภูเพ็ก
bulletรับพลัง "สุริยันจันทรา" ประชันดาวหางแพนสตาร์
dot
เปิดโลกวิทยาศาสตร์
dot
bulletวิเคราะห์ฤกษ์รัตนโกสินทร์ในมุมวิทยาศาสตร์
bulletOperation Rahu Episode VI How far and how big is the Moon
bulletปฏิบัติการพิมาย ชาตินี้มีครั้งเดียว Operation Phimai Once or Never
bulletนาฬิกาแดดโรงเรียนวิถีธรรม ม.ราชภัฏสกลนคร
bulletทำไมชาวมายาในเม็กซิโกจึงมีรูปร่างหน้าเหมือนคนเอเซีย
bulletปฏิบัติการชูหลี (Operation Chou Li) ยืนยันมุมเอียงโลก 23.5 องศา
bulletปรากฏการณ์ดวงอาทิตย์ตรงศรีษะ (sun overhead)
bulletOperation Rahu 5 วัดระยะทางโลก - ดวงอาทิตย์
bulletOperation Rahu 4 วัดระยะทางโลก - ดวงจันทร์
bulletเกาะติดไปกับยาน New Horizons เผยความลับพลูโต "ดาวเคราะห์ลูกเมียน้อย"
bulletทำนาน้ำน้อยแต่ผลผลิตสูง เป็นไปได้หรือไม่ More Rice With Less Water?
bulletปฏิบัติการเวกัส 2558 "อีราโต้สทีเน้ส " ภาค 2 วัดโลกทั้งใบด้วยไม้แท่งเดียว
bullet21-22 มิถุนายน ปรากฏการณ์ดาราศาสตร์ "ครีษมายัน" Summer Solstice กลางวันยาวที่สุดในรอบปี
bulletOperation Rahu Episode III 4 April 2015 วัดระยะทางโลกไปดวงจันทร์
bulletปฏิบัติการ "เจนัส" วัดมุมเอียงของโลก
bulletOperation Rahu Episode II สูตรใหม่คำนวณระยะทางโลกไปดวงจันทร์
bulletOperation Rahu Episode I measuring earth to moon วัดระยะทางจากโลกถึงดวงจันทร์ ในปรากฏการณ์จันทรุปราคาเต็มดวง
bulletดางหาง ISON ปรากฏการณ์ดาราศาสตร์ปิดท้ายปี 2556
bulletมองหมากเม่าผ่านมิติดาราศาสตร์
bulletดาราศาสตร์ที่เราเห็น.....ล้วนเป็นภาพลวงตา
bulletเข้าพรรษาบางปีทำไมต้องเดือน 8-8
bulletประสบการณ์ตรงเรื่อง "ยูเอฟโอ" ผมคิดแบบวิทยาศาสตร์
bulletโลกล้านปีที่แอ่งสกลนคร
bulletวัดมุมเอียงของโลก...ด้วยไม้แท่งเดียว
bulletเกาะติดการค้นหาชีวิตบนดาวอังคาร กับยาน Curiosity
bulletหม้อหุงข้าวพลังแสงอาทิตย์ นวัตกรรมติดดิน
bulletนาฬิกาแดดต้นแบบมิติเวลาของมนุษยชาติ
bulletภาคปฏิบัติ....วัดโลกทั้งใบด้วยไม้แท่งเดียว
bulletการอบรมเชิงปฏิบัติการ "อีราโทสทีเนส"
bulletชวนครูไทย วัดโลกทั้งใบ ด้วยไม้แท่งเดียว
dot
จับประเด็นร้อน
dot
bulletฤาตำนานหนองหารล่ม.....จะกลายเป็นเรื่องจริง
bulletทำไมคนถึงอยากครอบครอง "ดอนสวรรค์" ในบึงหนองหาร สกลนคร
bulletกู้ "หนองหาร" ด้วยมือเรา.....เริ่มต้นที่บ้าน
bulletบทเรียนอันเจ็บปวดของเขื่อนในอเมริกา....ฤา จะสะท้อนสามแสนล้านบาทเพื่อจัดการน้ำของไทย
bulletโบราณวัตถุพันปีสกลนคร....อยู่ในภาวะเสี่ยงสูญหาย
bulletภัยมืดรุกชาวสกล...จากสาหร่ายพิษในหนองหาร
bulletกรมศิลปากรโยนหินถาม...เอกสารสิทธิ์ทับคูเมืองโบราณ จะออกทางไหน
bulletน้ำท่วม "ตัวเมืองสกล" บทเรียนที่น่าจะถึงเวลาสรุปเสียที
bulletพายุ "นกกระเตน" ทำเสียหายสวนยางเมืองสกล
bulletฤา...นโยบาย 300 บาท จะช่วยบรรเทาปัญหา “หัวดำออก หัวหงอกเลี้ยง”
dot
อินเดียน่าโจนส์ (ภาคสรรค์สนธิ)
dot
bulletยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวเส้นทาง "ราชมรรคา"
bulletThe Riddle of Ayutthaya
bulletOperation Bhishma 2016 ปฏิบัติการดาราศาสตร์ข้ามทวีป ..... การหมุนรอบตัวเองและวงโคจรของโลกยังคงปกติหรือไม่?
bulletทำไมวันปีใหม่ต้องเป็น 1 มกราคม? Why does the new year begin on January 1 ?
bulletผลการดูงานสหกรณ์การเกษตรประเทศไต้หวัน 23 - 26 สิงหาคม 2559
bulletSt.Peter's Fish โปรโมทการท่องเที่ยวและสร้างอาชีพใหม่....สกลนคร
bulletประกาศิตเทพเจ้ากูกูลข่าน The Return of God Kukulkan
bulletปฏิบัติการดาราศาสตร์ข้ามทวีป Operation Transcontinental Equinox 2016
bulletวางผังเมืองเชียงใหม่ด้วยวิธีดาราศาสตร์
bulletกุมภาพันธ์ ปี "อธิกสุรทิน" ทำไมต้อง 29 วัน
bulletมองผ่านประตูพระธาตุพนมในอีกมุม
bulletจับพิรุธรูปสลักหินอ่อน "กษัตริย์เดวิท" ที่เมืองฟอร์เรนซ์
bulletย้อนอดีตกรุงเก่าอยุธยา ถือฤกษ์ "รามนะวามิ"
bulletท่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ "โสมสูตร" ที่ปราสาทขอมในกัมพูชาหายไปไหนหมด
bulletอาทิตย์ตั้งฉากกับพุทธสถานชื่อดังในวันวิสาขบูชาโลก
bulletประตูเมืองโบราณสกลนครอยู่ตรงไหน
bulletTourism Gimmick
bulletปราสาทพิมายในมุมมองวิทยาศาสตร์
bulletมองปราสาทขอม ในแง่มุมดาราศาสตร์ การเมือง และความเชื่อ โดยนักรบออนไลน์ กับไกด์มืออาชีพ
bulletตรุษจีน ตรุษเวียต ตรุษไทสกล และบุญเบิกฟ้า
bulletปริศนา "ปราสาทบายน" ฤา.....มนุษยชาติจะผ่านพ้นความขัดแย้ง
bulletประสูติ ตรัสรู้ ปรินิพพาน ทำไมต้องใช้ชื่อว่า "วิสาขะ"
bulletราหู.....น้ำอมฤต.....สนามบินสุวรรณภูมิ
bulletอาณาจักร "ทวารวดี" ทำไมจึงล่มสลาย
bulletไขประตูสู่อดีตพระธาตุเชิงชุม ...... ในอีกมุมมอง
bullet"มาฆบูชา" ทำไมต้องใช้ชื่อนี้
bullet"ทัชมาฮาล" ในมุมมองดาราศาสตร์
bulletคำสอนพุทธองค์เปล่งประกายอีกครั้งในดินแดนภารตะ
bulletเมือง "สารนาท" ที่มาแห่งวันอาสาฬหบูชา
bulletพระธาตุดุม....ในอีกมุมมอง
bulletถอดจารึกขอม "ภูถ้ำพระ" ทำไมพระพุทธรูปไปอยู่ที่นั่น
bulletแกะรอย "สุริยะเทพ" ที่ปราสาทพนมบาเค็ง
bulletหนองหารหลวงเมืองหน้าด่าน ยันกับอาณาจักรจาม
bulletถอดความศิลาจารึกพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 พบ "ฤกษ์อโรคยาศาล"
bulletมุมมองใหม่ "สะพานขอม" ฝายทดน้ำชลประทาน
bulletปราสาทหินพิมาย กับสามเหลี่ยมพุทธมหายาน
bulletจากพระธาตุเชิงชุม ถึงพุทธคยา
bulletปราสาทขอมเมืองสกล.....เอาหินมาจากไหน ?
bulletไขความลับปราสาทนารายณ์เจงเวง
bulletถอดรหัสขอมพันปี 80 องศา พบราศีเมษ
bulletหลากมิติอารยธรรม 4 ยุค "บ้านท่าวัด" ริมหนองหาร สกลนคร
bulletไขปริศนาปราสาทพนมรุ้ง
bullet13 เมษายน 2551 วันสงกรานต์ จริงหรือ ?
bullet21 มี.ค. 51 ปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ของโลก
bulletตำนานวันปีใหม่ มิติแห่งกาลเวลาของมนุษยชาติ
bulletเข้าพรรษา ปี 2550 ทำไมต้องมีเดือนแปดสองหน
bulletมหาสงกรานต์ 13–15 เม.ย.
bulletDownload ภาคสรรค์สนธิ
bulletปฏิบัติการอีราโตสทีเนสวัดโลกทั้งใบ ด้วยไม้แท่งเดียว
dot
รายการการศึกษาที่น่าสนใจ
dot
bulletความรู้เรื่องพระไตรปิฎก
bulletวัดอภัยสมุทร
bulletสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน
dot
คอลัมน์กิตติมศักดิ์
dot
bulletบ่าวคำหอม ล่ะเบ๋อ
bulletอินเดียน่าโจนส์ (ภาคสรรค์สนธิ)
dot
เว็บที่เกี่ยวข้อง
dot
bulletจังหวัดสกลนคร
bulletเทศบาลเมืองสกลนคร
bulletม.ราชภัฏสกลนคร
bulletจดหมายเหตุเมืองสกลนคร
bulletเทศบาลเมืองนครพนม
bulletเทศบาลตำบลอากาศอำนวย
bulletศูนย์ประติมากรรมกรุงเทพ
bulletweb thaiNGO
bulletสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสกลนคร
dot
นานาสาระ
dot
bulletฝนหลวง
bulletรวมชีวประวัติ ปฏิปทา คติธรรมคำสอนพระกรรมฐาน
bulletฐานรากเศรษฐกิจพอเพียง
bulletบทความน่าสนใจ จากสื่อไทย
bulletรู้ไว้ใช่ว่า ใส่บ่าแบกหาม
bulletพจนานุกรมภาษาอีสาน
bulletข้อคิดดีๆจากภาพยนต์
dot
ข้อมูลเกี่ยวกับขยะ
dot
bulletพลังงานจากขยะ
bulletตัวอย่างโครงการคัดแยกขยะ
dot
ข่าวประชาสัมพันธ์
dot
bulletข่าวสาร บ้านเฮา
bulletข่าว เด่นประเทศเพื่อนบ้าน
bulletช่าว สด ข่าวเด่น
bulletแวดวง BCL.
bulletประมวลภาพ โรตารีสกลนคร ไปทัวร์ยูนนาน
bulletชมรมส่งเสริมคนดีเมืองสกล
bulletกลุ่มศิลป์เพื่อชีวิต
bulletกิจกรรมกลุ่ม young
dot
มุมสุนทรียภาพ
dot
bulletแวดวง ศิลปะ
bulletท่องเที่ยว
bulletแผนที่ทางดาวเทียม
bulletแผนที่ทางหลวง
bulletภาพเก่าๆ ของหัวใจใหม่ๆ
dot
ช่องทางส่งข้อมูล
dot
bulletทาง E-mail
bulletปฏิบัติการ "อีราโทสทีเนส" วัดเส้นรอบวงโลกด้วยไม้แท่งเดียว




ประสบการณ์ตรงเรื่อง "ยูเอฟโอ" ผมคิดแบบวิทยาศาสตร์

 ประสบการณ์ตรงเรื่อง "ยูเอฟโอ" ผมคิดแบบวิทยาศาสตร์ 

          หลายท่านคงได้สัมผัสกับเรื่องราวของสิ่งบินลึกลับที่เรียกว่า "ยูเอฟโอ" มาจากศัพท์ภาษาอังกฤษ Unidentified Flying Object :UFO ขณะเดียวกันหลายท่านก็คิดว่ามันเป็นจิตนาการหรือภาพลวงตา แต่ในทางวิทยาศาสตร์มันเป็นไปได้เพราะเหตุผลหลักๆ 3 ประการ

 

          1. สิ่งมีชีวิตมีเพียงที่โลกของเราเท่านั้นหรือ ขณะที่จักรวาล "แกแลกซี่ทางช้างเผือก" ของเราอย่างเดียวก็มีระบบสุริยะจำนวนล้านล้านล้านจนนับไม่ถ้วน ในทางคณิตศาสตร์มันเป็นไปไม่ได้ที่จะมีสิ่งมีชีวิตเพียงโลกของเราเท่านั้น

          2.มนุษย์สามารถก้าวหน้าอย่างรวดเร็วจากคนยุคหินเดินหาอยู่หากินไปวันๆ กลายเป็นนักบินอวกาศภายในเวลาเพียงห้าหมื่นปีเท่านั้น แล้วโลกอื่นๆที่เขาพัฒนาก่อนเราเป็นหลายล้านปีละ คงไฮเทคขั้นเทพจนเราคิดไม่ถึงเชียวละ

          3.เราเองก็อยากที่จะไปสำรวจดาวเคราะห์ดวงอื่นๆ และตอนนี้ยานอวกาศขององค์การนาซ่าก็กำลังเดินต้วมเตี้ยมอยู่ที่ผิวดาวอังคาร ลำล่าสุดมีชื่อว่า Curiosity ด้วยเทคโนโลยีและจิตนาการที่สะสมในสมองมนุษย์มานานห้าหมื่นปีนับจากยุคของมนุษย์โคมันส์ยอง เราสามารถส่งยานอวกาศไร้มนุษย์ในรูปแบบ "หุ่นยนต์" ไปถึงดาวอังคารได้ ในทำนองเดียวกันดาวเคราะห์ดวงอื่นๆที่มีวิวัฒนาการก่อนเรานับล้านๆปี พวกเขาเหล่านั้นมิท่องอวกาศได้อย่างสบายเลยหรือ 

          ผมเชื่อว่าแฟนๆโซเชี่ยลมีเดียหลายท่านคงคุ้นเคยกับเรื่องราวและภาพ "ยูเอฟโอ" แต่ท่านเหล่านั้นอาจจะยังไม่มีประสบการณ์ตรงๆแบบผม และนี่คือเหตุผลที่ทำให้กล้าเขียนเรื่องนี้ด้วยข้อมูลที่มีอยู่ในมือแบบตัวจริงเสียงจริง

 

        ยูเอฟโอ ..... ไม่ใช่เรื่องล้อเล่นในสายตาของผู้นำระดับโลกอย่างประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา

           วันที่ 21 กันยายน ค.ศ.1987 ท่านประธานาธิบดีโรนั่ล รีแกน นำเรื่องการคุกคามจากต่างดาวไปปราศัยในที่ประชุมใหญ่สหประชาชาติ ท่านพูดตรงๆโดยไม่อ้อมค้อมว่า "ความขัดแย้งในโลกของเราจะยุติทันที ถ้าโลกถูกคุกคามจากต่างดาว" ผมเชื่อว่าท่านฑูตไทยประจำยูเอ็นก็ต้องนั่งฟังอยู่แต่พี่ไทยอย่างเราๆท่านๆไม่ได้ทราบข้อมูลนี้เลย

 

ท่ามกลางความขัดแย้งทั้งหลายท่านคงลืมไปว่าเราล้วนเป็นมนุษยชาติที่ต้องอยู่ร่วมกัน ไม่แน่นะถ้าวันหนึ่งเราพบว่าการคุกคามจากนอกโลกเป็นเรื่องจริงขึ้นมาก็วันนั้นแหละเราๆท่านๆคงจะหันมาปรองดองกัน ข้าพเจ้าเชื่อว่าความขัดแย้งในโลกจะยุติทันทีถ้าเราทั้งหลายต้องเผชิญภัยจากต่างดาว ...... ผมแปลคำปราศัยชองท่านโรนั่ล รีแกน ในสำนวนไทยที่ทำให้ท่านมองเห็นเจตนาอันแท้จริงของผู้นำระดับโลก

 

ท่านประธานาธิบดีโรนั่ล รีแกน พบกับท่านเลขาธิการมิกกาฮิล กาบาช้อฟ แบบสองต่อสองในการเจรจายุติความขัดแย้งระหว่างโลกตะวันตกกับสหภาพโซเวียต และตอนหนึ่งของการพูดคุยท่านรีแกนได้ยกเรื่องการคุกคามจากต่างดาวขึ้นมาหารือ

 

 

ผลการพูดคุยแบบสองต่อสองระหว่างผู้นำมหาอำนาจทำให้เกิดข้อตกลงในความร่วมมือที่จะปกป้องโลกหากมีภัยคุกคามจากต่างดาว แม้ว่าในครั้งนั้นท่านผู้นำสหภาพโซเวียตจะออกท่าทีแบ่งรับแบ่งสู้

 

ผลการเจรจาแบบสองต่อสองระหว่างมหาบิ๊กระดับโลกนำไปสู่การลงนามในความร่วมมืออย่างเป็นทางการครั้งแรกในประวัติศาสตร์แห่งสงครามเย็น

 

ภาพประวัติศาสตร์แห่งความร่วมมือระหว่างสหรัฐอเมริกากับสหภาพโซเวียตที่ไม่มีใครคิดว่าจะได้เห็น

 

ผลงานที่เป็นรูปธรรมดาบแรกแห่งความร่วมมือระหว่างมหาอำนาจสองขั้วก็คือ "ยกเลิกกำแพงเบอร์ลิน" และให้โลกตะวันตกกับโลกตะวันออกกลายเป็นพันธมิตร ภาพนี้เป็นการปราศัยที่กำแพงเบอร์ลินก่อนที่จะทำพิธี "ทุบกำแพง" 

 

 ท่านประธานาธิบดีโรนั่ล รีแกน ประเดิมทุบกำแพงเบอร์ลินเพื่อยุติสงครามเย็นระหว่างสองขั้วอำนาจโลก

 

ผลงานรูปธรรมดาบสองคือความร่วมมือในโครงการอวกาศที่เรียกว่า "สถานีอวกาศนานาชาติ" (International Space Station: ISS) ซึ่งยังคงต่อเนื่องถึงปัจจุบันโดยมีนักบินอวกาศทั้งสองค่ายทำงานร่วมกัน

 

สหภาพโซเวียตยกเลิกโครงการสถานีอวกาศเมียร์และหันมาร่วมลงทุนในโครงการ International Space Station

 

อเมริกันก็ยกเลิกโครงการ "กระสวยอวกาศ" (Space Suttle) และหันมาใช้บริการยานขนส่งโซยุต (Soyuz) ของสหภาพโซเวียต

 

ปัจจุบันแม้ว่าสหภาพโซเวียตได้ล่มสลายไปแล้ว ประเทศรัสเซียและประเทศอดีตสหภาพก็ยังคงความร่วมมือกับสถานีอวกาศนานาชาติ จะเห็นว่าฐานปล่อยจรวดอยู่ในประเทศคาซักสถาน โดยนักบินอวกาศชาวอเมริกันและรัสเซียก็ต้องไปขึ้นยานที่ Baikonur ประเทศคาซักสถาน

 

 

ภาพการ์ตูนล้อเลียนเรื่องมนุษย์ต่างดาวกับประธานาธิบดีโรนั่บ รีแกน และเลขาธิการมิกกาฮิล กอร์บาช้อฟ 

 

เลขาธิการมิกกาฮิล กอร์บาช้อป กลายเป็นเพื่อนที่ดีของสหรัฐอเมริกา ท่านเดินทางมาร่วมพิธีฝังศพของประานาธิบดีโรนั่ล รีแกน อย่างเป็นทางการ 

 

 Paul Hellyer อดีตรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมประเทศแคนาดา เป็นอีกผู้หนึ่งที่มีข้อมูล UFO และชักชวนให้ประเทศต่างๆหาวิธีรับมือกับภัยคุกคามจากต่างดาวที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

 

เคยมีคดีดังระดับโลกที่ทางการสหรัฐอเมริกาฟ้องศาลอังกฤษให้ส่งตัวแกรี่ แมกคินน่อน ในข้อหาเป็นแฮกเกอร์เข้าไปล้วงข้อมูลขององค์การนาซ่าและกระทรวงกลาโหมสหรัฐ ข่าวระบุมือดีชาวลอนดอนผู้นี้แฮกเข้าไปดูข้อมูลในแฟ้มลับเกี่ยวกับ UFO และนำไปให้สัมภาษ BBC

 

ชาวอังกฤษประท้วงไม่ให้ทางการส่งตัวแกรี่ แมกเคนน่อน ไปสหรัฐในข้อหาแฮกเข้าไปดูข้อมูล UFO เพราะถือว่าเป็นสิทธิของประชาชนที่ต้องรับรู้ข้อมูลที่ทางการใช้งบประมาณที่มาจากภาษีเก็บรวบรวมเรื่องราวเหล่านี้ในระบบคอมพิวเตอร์

 

หลังจากที่ยื้อคดีความระหว่างสหรัฐกับอังกฤษหลายปี ก็ประกาศยุติเรื่องเมื่อปี 2555 ในความเห็นส่วนตัวผมเชื่อว่ามีการตกลงแบบ win win คือให้แกรี่ แมกเคนน่อน หุบปากเงียบ เพื่อแลกกับการเป่าคดี ไม่งั้นเรื่องจะบานปลายไปพังพันกับพื้นที่ลับสุดยอด "Area 51" ที่ผู้คนจำนวนไม่น้อยกล่าวหาว่าทางการสหรัฐเก็บซากยานต่างดาวที่ตกในทะเลทราย เมือง Roswell รัฐ New Mexico เมื่อปี 1947 ไว้ที่นี่ 

 

ผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีล่าสุดเมื่อคืนวันที่ 8 พฤศจิกายน 2559 ท่านประธานาธิบดีปูติน ส่งสารแสดงความยินดีต่อว่าที่ประธานาธิบดีโดนั่ล ทรัมพ์ และหวังว่าจะเกิดความร่วมมือระหว่างทั้งสองประเทศ

 

ประชาชนผู้สนับสนุน Trump หวังจะเห็นความร่วมมือระหว่างรัสเซียและอเมริกาในการปกป้องโลก ในความเห็นส่วนตัวของผม Trump มีอะไรที่คล้าย Ronal Reagan และ Putin ก็มีความคล้าย Gorbachev

 

       United nations กับการประชุมเรื่อง UFO 

          ในสมัยที่ท่านอูถ่าน (U Thant) เป็นเลขาธิการสหประชาชาติ ปี 1961 - 1971 ก็มีการยกเรื่อง UFO ขึ้นมาพูดกันแต่ไม่ได้เอาจริงเอาจังอะไร พอมาถึงยุคของท่าน Kurt Waldheim มีการจัดประชุมอย่างเป็นทางการโดยการเสนอของ Sir Eric Gairy นายกรัฐมนตรีประเทศ Grenada และมีผู้เชี่ยวชาญ UFO ระดับโลกเข้าร่วมเมื่อวันที่ 14 กรกฏาคม 1978 แต่ผลการประชุมครั้งนั้นไม่เป็นที่เปิดเผย ผมดูรายชื่อผู้เข้าประชุมแต่ละท่านล้วนเป็นผู้เชี่ยวชาญ UFO ระดับโลกซึ่งแฟนคลับเรื่องนี้คงรู้จักเป็นอย่างดี อย่างไรก็ตามเรื่องราวของ UFO ในที่ประชุม UN เงียบหายไปนานและมาโผล่อีกครั้งในสมัยของท่านประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา Ronal Reagan ปี 1987 ผมไม่ทราบว่าเมื่อถึงสมัยประธานาธิบดี Donald Trump ที่ชนะเลือกตั้งอย่างถล่มทลายเหนือ Hillary Cliton เมื่อคืนวันที่ 8 พฤศจิกายน 2016 จะมีเรื่องราวนี้โผล่ขึ้นมาอีกหรือไม่      

 

 

 แต่ละท่านที่นั่งประชุมล้วนเป็นผู้เชี่ยวชาญ UFO ที่มีชื่อเสียง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Dr.J Allen Hynek อดีตที่ปรึกษาของกองทัพอากาศสหรัฐ และ Mr.Gordon Cooper นักบินอวกาศอเมริกันในโครงการ Mercury และ Gemini ที่ยืนยันอย่างเป็นทางการว่า "เขาเห็น UFO" ด้วยตาตนเอง ท่านที่สนใจเข้าไปชมคำสัมภาษของเขาได้ที่ https://www.youtube.com/watch?v=dvPR8T1o3Dc หรือชมรายละเอียดต่างๆโดยใช้ Keyword ว่า Gordon Cooper UFO         

 

       ยูเอฟโอเหนือกรุงโรม

           เดือนตุลาคม 2549 ผมมีโอกาศไปที่กรุงโรม ประเทศอิตาลี ก็เดินถ่ายรูปเล่นไปเรื่อยๆตามประสาคนมีกล้องดิจิต้อล และเมื่อกลับมาถึงบ้านได้นำภาพเหล่านั้นโหลดลงคอมพิวเตอร์ปรากฏว่ามีภาพ 2 เฟรม ถ่ายที่บริเวณ Spanish Step หนึ่งในเฟรมปรากฏภาพวัตถุ 2 สิ่ง บนท้องฟ้าเหนือยอดตึก อีกเฟรมภาพวัตถุดังกล่าวหายไปแล้ว เมื่อวิเคราะห์ดูแล้วภาพดังกล่าวไม่ใช่นกและเครื่องบินเพราะซูมดูแล้วไม่เหมือน (ผมมีภาพเปรียบเทียบของนกและเครื่องบินที่ถ่ายด้วยกล้องตัวเดียวกัน)

 

  

ผมไปถึงกรุงโรมเช้าวันที่ 17 ตุลาคม 2549 

 

สองภาพข้างล่างนี้ดูเผินๆก็เหมือนไม่มีอะไรในกอไผ่ เป็นภาพที่ผมถ่ายอย่างต่อเนื่อง 2 เฟรม ห่างกันเพียงชั่ววินาที 

เฟรมแรก

 

เฟรมที่สอง 

 

แต่พอซูมดูใน "เฟรมแรก" จะเห็นวัตถุ 2 สิ่ง อยู่บนท้องฟ้า ส่วน "เฟรมที่สอง" วัตถุดังกล่าวหายไปแล้วแสดงว่าต้องมีความเร็วมาก ดูภาพชายใส่เสื้อสีขาวกำลังเดินขึ้นบันได 

 

 

ซูมดูจะเห็นวัตถุเป็นรูปร่างลักษณะค่อนข้างกลมๆ

 

 

เปรียบเทียบภาพนกที่ถ่ายด้วยกล้องอันเดียวกัน

 

เปรียบเทียบกับภาพถ่ายเครื่องบินด้วยกล้องตัวเอียวกัน

 

 

       ปรากฏการณ์ที่เกาะช้าง

           เมื่อเดือนเมษายน 2550 ผมให้ลูกสาวคนเล็กชื่อกรวิกา บุณโยทยาน ชื่อเล่นน้องนุ้ย ตอนนั้นเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยสยาม ไปต้อนรับเพื่อนชาวอเมริกันซึ่งเป็นอดีตนักบินขับไล่ของกองทัพอากาศสหรัฐ เขามาเที่ยวเมืองไทยพร้อมกับภรรยาและลูก ทั้งหมดพากันไปเที่ยวทะเลที่เกาะช้าง จังหวัดตราด และเย็น วันที่ 8 เมษายน 2550 ขณะเดินเล่นอยู่ที่ชายหาดน้องนุ้ยและเพื่อนชาวอเมริกันมองเห็นวัตถุลึกลับบินอยู่บนท้องฟ้าในทะเล โดยสังเกตุเห็นลักษณะการบินที่แปลกๆชนิดฝืนกฏแรงโน้มถ่วง (Newton's law of gravity) เจ้าสิ่งบินนั้นมันสามารถเลี้ยวหรือเปลี่ยนทิศทางได้โดยไม่ต้อง "ตีโค้ง" เรียกว่าวิ่งอยู่ดีๆก็เลี้ยวหักมุมได้เลย น้องนุ้ยรีบโทรมารายงานผมทันทีตอนนั้นผมกำลังขับรถมาจากนครพนมจะไปบ้านที่สกลนคร ต้องรีบสั่งให้ลูกทำการบันทึกภาพทันทีด้วยกล้องดิจิต้อล ส่วนเพื่อนชาวอเมริกันก็บันทึกภาพด้วยกล้องเช่นเดียวกัน และในฐานะที่เป็นอดีตนักบินขับไล่ของกองทัพอากาศสหรัฐเพื่อนให้ความเห็นว่าเจ้าสิ่งบินนี้ต้องไม่ใช่เครื่องบินรุ่นใหม่ของสหรัฐอย่างแน่นอน เพราะรุ่นล่าสุดที่แสนจะไฮเทคอย่างนกเหยี่ยวปีศาจ "สเต้ล" ก็ยังไม่สามารถฝืนกฏแรงดึงดูดได้ต้องตีโค้งตามสูตร ไม่มีทางเลี้ยวแบบหักมุม  อย่างไรก็ตามพอถ่ายภาพเสร็จฝนตกลงมาทันทีทันใดกล้องสองตัวเปียกฝนอย่างจังทำให้ขัดข้องไม่สามารถโหลดภาพได้ สองวันต่อมาผมรีบขับรถไปหาลูกที่กรุงเทพและนำเมมโมรี่ก้าดของกล้องไปให้ผู้เชี่ยวชาญที่ห้างเดอะมอลบางแคทำการกู้คืนข้อมูล ปรากฏว่าสามารถกู้คืนได้ส่วนหนึ่ง ผมรีบนำข้อมูลที่กู้ได้ไปโหลดลงคอมพิวเตอร์และขยายภาพดู โชคดีครับยังได้ภาพมาจำนวนหนึ่งที่พอวิเคราะห์ได้ว่ามันคือ "ยูเอฟโอ"

 

นักท่องเที่ยวกำลังเพลินอยู่กับบรรยากาศยามเย็น และอาหาร อีกส่วนหนึ่งก็เล่นน้ำทะเลอย่างสนุกสนาน

 

ทุกคนสาละวนอยู่กับอาหารและเครื่องดื่มจนไม่มีใครสังเกตเห็นวัตถุลึกลับบนท้องฟ้า

 

 

กล้องดิจิต้อลของน้องนุ้ยสามารถจับภาพได้ดีพอสมควร

 

และภายในพริบตาเจ้าสิ่งบินลึกลับก็ทิ้งตัวลงเกือบจะแตะพื้นน้ำ 

 

 

เมื่อขยายภาพ ก็เห็นว่าเจ้าวัตถุนี้มีรูปร่างทรงกลมมัน "สะท้อนแสงอาทิตย์" และมีเงาที่ด้านตรงข้ามแสดงว่าต้องเป็นโลหะอย่างใดอย่างหนึ่ง  

 

 

คนที่เล่นน้ำทะเลอยู่ก็เล่นต่อไปโดยไม่ได้เห็นอะไร

 

ภาพเปรียบเทียบที่ถ่ายจากต่างประเทศ ก็มาลักษณะเดียวกันคือวัตถุดังกล่าวบินอยู่ในทะเลขณะที่นักท่องเที่ยวยังคงสนุกอยู่กับการเล่นน้ำ หรือพักผ่อน ไม่มีใครสังเกตเห็นเจ้าสิ่งบินนี้

 

จากนั้นมันก็ทะยานขึ้นสู่ข้างบนอย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องเลี้ยวโค้งตามกฏแรงโน้มถ่วงของนิวตัน

 

เนื่องจากเป็นการถ่ายภาพที่มีแสงจ้าของดวงอาทิตย์จึงทำให้ภาพจางลงแต่ก็พอมองเห็นว่าเป็นวัตถุรูปร่างทรงกลม

 

มันทะยานสูงขึ้นไปอีกอย่างรวดเร็วชนิดที่เครื่องบินสุดไฮเทคของกองทัพอากาศสหรัฐอย่าง "สเต็ล" ยังต้องชิดซ้าย

 

ภาพถ่ายของฉากสุดท้ายก่อนที่จะหายไปกับท้องฟ้า

 

เมื่อประมวลภาพทั้งสี่เข้าด้วยกันจะเห็นว่าเจ้าสิ่งบินลึกลับนี้สามารถเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ แสดงว่ามันต้องมีอุปกรณ์สลายแรงดึงดูดของโลกซึ่งเรียกว่า Antigravity เรื่องนี้องค์การนาซ่าของสหรัฐก็กำลังพยายามอย่างสุดเหวี่ยงที่จะผลิตยานชนิดสามารถสลายแรงดึงดูดได้

 

ผมลองเปรียบเทียบภาพถ่ายระหว่างสิ่งบินลึกลับที่เกาะช้าง และที่เมืองรอสเวล สหรัฐอเมริกา กับเครื่องบินไอพ่น 

 

        เผชิญหน้า (เผชิญหลัง) กับ ยูเอฟโอ ที่เมืองรอสเวล รัฐนิวเม็กซิโก สหรัฐอเมริกา 

           เมื่อเดือนเมษายน ปี 2553 ผมกับภรรยาไปเยี่ยมลูก "น้องนุ้ย" ที่รัฐเทกซัส สหรัฐอเมริกา และพากันขับรถไปที่เมืองรอสเวล รัฐนิวเม็กซิโก ใช้เวลาเช้าถึงเย็น ผมรู้จักเรื่องราวของเมืองนี้มานานแล้วเพราะตามประวัติ ยูเอฟโอ ตกที่ทะเลทรายชานเมืองเมื่อปี ค.ศ.1947 หรือ พ.ศ. 2490 ชาวอเมริกันในรัฐแถบนี้คุ้นหูกับคำว่า UFO Crashed in Roswell ที่นี่มีพิพิธภัณฑ์และศูนย์ค้นคว้ายูเอฟโอ ผมก็ตั้งใจไปชมที่นี่แหละและได้มาถึงจริงๆวันที่ 12 เมษายน 2553  

 

ภรรยา น้องนุ้ย และผม ถ่ายภาพที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวเมืองรอสเวล ที่นี่เขาโปรโมทเรื่อง ยูเอฟโอ อย่างจริงจัง

 

ป้ายยินดีต้อนรับสู่เมืองรอสเวล รัฐนิวเม็กซิโก สหรัฐอเมริกา

 

เยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ และศูนย์วิจัย ยูเอฟโอ ตั้งอยู่ถนนกลางเมืองรอสเวล   

 

มีหุ่นจำลองแสดงเหตุการณ์ ยูเอฟโอ ตกที่ทะเลทรายนอกเมืองรอสเวล และหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นรายงานข่าวว่า กองทัพอากาศยึดซากจานบินได้ที่ทุ่งเลี้ยงปศุสัตว์ เมืองรอสเวล  

 

 แสดงภาพถ่าย ยูเอฟโอ จากที่ต่างๆ

 

ที่น่าสนใจก็ชิ้นนี้แหละครับ มันเป็นเศษโลหะที่ชาวบ้านเก็บได้จากซากยานลึกลับที่ตกในทะเลทราย (เข้าใจว่าชิ้นนี้หลงหูหลงตาเจ้าหน้าที่กองทัพอากาศที่ถูกสั่งให้เข้ามาเคลียพื้นที่) ทางศูนย์ได้ส่งไปให้สถาบันวิทยาศาสตร์ตรวจสอบในห้องแลปโดยใช้วิธีวิเคราะห์โครงสร้าง "ไอโซโทป" ผลการตรวจยืนยันว่าวัตถุชิ้นนี้ไม่มีโครงสร้างไอโซโทปเหมือนวัสดุสิ่งใดในโลกใบนี้ ยังงี้ก็ต้องมาจากโลกใบอื่นนะซิ 

 

หลังจากชมพิพิธพัณฑ์ก็ไปกินอาหารที่ร้านแมกโดนั่ล ซึ่งทำเลียนแบบยาน ยูเอฟโอ 

 

แมกโดนั่ลที่นี่ราคาถูกกว่าที่เมืองไทย เพราะเป็นอาหารพื้นเมืองที่ใครๆก็นิยมกิน

 

เสร็จแล้วก็ออกมายืนถ่ายรูปตามธรรมเนียมนักท่องเที่ยวชาวไทย ภรรยาผมกลัวแดดก็เลยยืนหลบอยู่ในร่ม รูปนี้ก็ไม่มีอะไรเป็นท้องฟ้าโล่งๆ

 

เนื่องจากน้องนุ้ยใช้กล้องไฮเทค แคนน่อน 7 D สามารถกดแชตเตอร์ได้อย่างต่อเนื่องอย่างรวดเร็ว ภาพนี้จึงปรากฏวัตถุลึกลับ 2 ลำ บินอยู่บนท้องฟ้า ไม่รู้ว่ามันโผล่มาจากไหนเร็วเหลือเกินแค่เสี้ยววินาทีผมยังยืนอยู่ท่าเดิม มุมกล้องก็มุมเดิม 

 

ภาพขยายให้เห็นเจ้าวัตถุลึกลับ 2 ลำ ถ้าเป็นเครื่องบินไอพ่นก็ไม่น่าจะเร็วขนาดนี้ เพราะวิเคราะห์จากมุมกล้องถ่ายระยะไกลเฟรมของเลนส์สามารถคุมพื้นที่ได้ระยะทางเยอะมาก หากเฟรมแรกไม่มีภาพวัตถุนี้แต่พอเฟรมที่สองมีก็แสดงว่าต้องบินได้เร็วชนิดพริบตา อนึ่งที่ผมพาดหัวว่า เผชิญหน้า (เผชิญหลัง) กับ ยูเอฟโอ ก็เพราะมันอยู่ข้างหลังผมนี่แหละ

 

เปรียบเทียบภาพทั้งสองเฟรมให้เห็นความเร็วของเจ้าสิ่งบินลึกลับ (ผมแต่งสีเพิ่อให้มองเห็นได้ชัดขึ้น) 

 

เปรียบเทียบกับภาพของเครื่องบินไอพ่น เร็วยังไงก็ต้องติดภาพในเฟรมที่สองเพราะมุมกว้างของเลนส์ครอบคลุมระยะทางได้ไกลมาก

ภาพเครื่องบินไอพ่นถ่ายติดทุกเฟรม 

 

โดยทั่วไปเครื่องบินไอพ่นในระยะสูงจะมีไอน้ำเป็นหางยาวออกมาชัดเจน 

 

       เผชิญหน้า (เผชิญหลัง) กับ ยูเอฟโอ เป็นครั้งที่สอง ในบริเวณทุ่งนา นอกเมืองรอสเวล รัฐนิวเม็กซิโก

          ตกบ่ายแก่ๆผมบอกให้ลูกขับรถออกไปหาวิวแถวนอกเมืองเพื่อถ่ายทำภาพประกอบ "มิวสิก วีดิโอ" กับกีต้าร์ตัวใหม่ยี่ห้อเฟนเดอร์ เมดอินยูเอสเอ แต่ที่ไหนได้ผมกลับถูกยูเอฟโอประกบข้างหลังอีกครั้ง

 

 

ผมจอดรถแถวๆทุ่งนาเพื่อหามุมกล้องดีๆ

 

ภาพแรกไม่เห็นมีอะไรผิดปกติ 

 

ภาพที่สองมีวัตถุบางอย่างบินเข้ามาอยู่ในเฟรมของภาพด้านหลังผม สองภาพนี้ห่างกันแค่อึดใจ

 

เปรียบเทียบระหว่างทั้งสองเฟรม ผมยังไม่ทันขยับตัว

 

ภาพที่สามมองไม่เห็นเจ้าสิ่งนั้นแล้ว

 

วิเคราะห์ภาพโดยใช้หลักทางฟิสิกซ์ของแสงอาทิตย์ แสดงว่าเจ้าสิ่งบินลึกลับนี้ต้องเป็นโลหะเพราะมันสะท้อนแสงโดยมีเงาข้างหลัง

 

แสดงว่ามันบินเข้ามาในเฟรมของกล้องอย่างรวดเร็ว เพราะภาพแรกยังไม่เห็นอะไร

 

ผมแต่งสีให้ดูการสะท้อนแสงอาทิตย์ของวัตถุลึกลับนี้ได้ชัดขึ้น

 

วิเคราะห์เส้นทางของแสงอาทิตย์และเงา เปรียบเทียบระหว่างเจ้าวัตถุบินลึกลับกับแว่นตาของผม แสดงให้เห็นว่ามันสะท้อนแสงและเกิดเงาในลักษณะเดียวกันกับแว่นตา

 

การถ่ายรูปแล้วติด ยูเอฟโอ ในฉากข้างหลังแบบบังเอิญไม่ใช่ผมเป็นคนแรกครับ นักท่องเที่ยวคนอื่นๆที่มาเมืองรอสเวล ก็มีประสบการณ์เดียวกันมาแล้วหลายคน  

 

น้องนุ้ย กับกล้องแคนน่อน 7 D 

 

เป็นไงครับ ผมเอาประสบการณ์จริงของตัวเองมาเล่าให้ฟังพร้อมกับภาพเชิงวิเคราะห์โดยใช้หลักการทางฟิสิกซ์ เพื่อยืนยันว่า ยูเอฟโอ เป็นเรื่องทางวิทยาศาสตร์ และไม่ใช่นิยายอีกต่อไป

 

           ประสบการณ์ตรงของคุณวิลัยภรณ์ บุณโยทยาน

           เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2557 คุณวิลัยภรณ์ฯ ภรรยาของผมไปจังหวัดมหาสารคามเพื่อทำธุระเกี่ยวกับการอัดเสียงเพลงสำหรับแจกในงานฉลอง 50 ปี มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร เข้าพักที่โรงแรมตักศิลาในตัวเมืองมหาสารคาม เวลาประมาณ 10:30 น. ขณะที่กำลังอยู่ในห้องพักของโรงแรมซึ่งมีหน้าต่างด้านทิศเหนือ คุณวิลัยภรณ์ฯสังเกตุเห็นวัตถุบางอย่างลอยอยู่บนท้องฟ้าในระยะไกล เมื่อตั้งใจดูอย่างจริงจังก็พบว่าวัตถุนั้นมีลักษณะทรงกลมซึ่งไม่น่าจะเป็นเครื่องบินธรรมดา เนื่องจากคุณวิลัยภรณ์มักได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับ UFO จากผมบ่อยๆและเคยไปดูงานที่ UFO Museum เมือง Roswell รัฐ New Mexico USA เมื่อเดือนเมษายน 2510 แต่ตอนนั้นเธอคิดว่ามันเหมือนจิตนาการแบบภาพยนต์ไม่คิดว่ามันจะเป็นเรื่องจริงจังอะไร เมื่อมาเห็นด้วยตาตนเองเข้าจริงคราวนี้เธอจึงเชื่อว่านี่คือ UFO ตัวจริงเสียงจริง เพราะเหตุผล 3 ประการ

          1. วัตถุที่เป็นทรงกลมทำไมจึงบินอยู่บนอากาศได้มันผิดหลักอากาศพลศาสตร์ เว้นแต่ว่ามันมีเทคโนโลยีที่สามารถสลายแรงดึงดูดของโลก (Anti-gravity technology) บางช่วงมันสามารถหยุดนิ่งอยู่ในอากาศเหมือนจอดอยู่เฉยๆก็แสดงว่าแรงดึงดูดของโลกไม่มีผลต่อมันเลย ขัดแย้งกับกฏแรงโน้มถ่วงของเซอร์ไอแซค นิวตั้น อย่างชัดเจน ดีนะที่มันไม่โชว์การเลี้ยวแบบหักมุม 90 องศา 

          2. เมื่อวัตถุดังกล่าวผ่านเข้าไปบริเวณที่เป็นก้อนเมฆจะเกิดปฏิกริยาทำให้มีก้อนเมฆรวมตัวเป็นทางยาวเหมือนไอเสียรถยนต์ แต่พอออกมานอกก้อนเมฆปฏิกริยาดังกล่าวก็หายไป แสดงว่าเจ้าวัตถุนั้นต้องมีพลังงานความร้อนหรือพลังงานอย่างใดอย่างหนึ่ง หากจะคิดว่าวัตถุนั้นเป็นเพียงบอลลูนธรรมดามันก็ไม่น่าจะมีปฏิกริยาต่อก้อนเมฆขนาดนั้น เพราะบอลลูนเป็นวัตถุอัดแก้สฮีเลี่ยมไม่มีความร้อนมากมายอะไรถ้าว่าไปก็เหมือนลูกโป่งธรรมดานั่นเอง

           3. บางครั้งบางขณะเจ้าวัตถุนั้นสะท้อนแสงอาทิตย์เป็นมันวาววูบวาบแสดงว่ามันต้องเป็นวัสดุอะไรบางอย่างที่มีลักษณะมันวาว หรือโลหะอย่างใดอย่างหนึ่ง

 

ผมใช้โปรแกรมดาราศาสตร์สร้างภาพเสมือนของตำแหน่งดวงอาทิตย์ ณ หน้าโรงแรมตักศิลาในตัวเมืองมหาสารคาม ทำให้ทราบว่าเมื่อเวลา 10:30 น. วันที่ 25 ตุลาคม 2557 ดวงอาทิตย์ทำมุม 45 องศา ก็สอดคล้องกับการสะท้อนแสงของว้ตถุลึกลับที่ด้านถูกแสงแดดเป็นมันวาวและด้านตรงข้ามเป็นเงามืด (ตามคำอธิบายของคุณวิลัยภรณ์ที่เห็นปรากฏการณ์กับตาตัวเอง) 

 

 

ภาพนี้ (ซ้ายมือ) ผมและคุณวิลัยภรณ์ไปชม UFO Museum ที่เมือง Roswell New Mexico USA เมื่อเดือนเมษายน 2550 (ขวามือ) เป็นภาพถ่ายวัตถุลึกลับจากหน้าต่างโรงแรมตักศิลา จังหวัดมหาสารคาม 10:30 น. วันที่ 25 ตุลาคม 2557 

 

          ภาพข้างล่างนี้เป็นทั้งหมด 10 รูป ที่คุณวิลัยภรณ์ถ่ายด้วยกล้องดิจิต้อลขนาดเล็กแบบธรรมดา เธอยังบ่นเสียดายว่าน่าจะเอากล้อง Nikon ที่มีเลนส์ซูมติดตัวไปด้วยจะได้ภาพที่ชัดคมกว่านี้แน่นอน ผมเรียงลำดับไว้เป็นหมายเลข 1 - 10 และทำเครื่องหมายลูกศรสีขาวเอาไว้ให้เป็นตัวช่วยให้ทราบว่าเจ้าวัตถุนั้นอยู่ที่ตำแหน่งไหน ถ้าเอาเสาวิทยุด้านล่างเป็นตัวอ้างอิงจะเห็นว่าเจ้าวัตถุมันเคลื่อนตัวจากทิศตะวันออกไปยังทิศตะวันตก และบางช่วงก็หยุดอยู่นิ่งๆกลางอากาศ  

 

เป็นภาพแรกที่คุณวิลัยภรณ์ถ่าย เห็นเจ้าวัตถุนั้นอยู่ติดขอบด้านล่าง (ลูกศรสีขาวชี้)

 

 

 

 

ภาพที่ 2 - 4 แสดงให้เห็นว่ามันกำลังเคลื่อนตัวจากทิศตะวันออกไปทางทิศตะวันตกโดยไต่ระดับเป็นมุมเอียงประมาณ 45 องศา

ภาพที่ 4 - 8 เจ้าวัตถุลึกลับหยุดนิ่งอยู่กับที่กลางอากาศใต้ก้อนเมฆ (ใช้เสาวิทยุเป็นตัวอ้างอิง) 

 

ภาพที่ 9 และ 10 เห็นได้ชัดเจนว่ามันเปลี่ยนตำแหน่งโดยดิ่งขึ้นไปตรงๆ

 

          ตอนนี้คุณวิลัยภรณ์ยืนยันกับผมว่า "เชื่อแล้วคะ" เข้าทำนองสิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น เรื่องราวประสบการณ์ UFO ยังไม่หมดเท่านี้ หากผมมีข้อมูลพบเห็นใหม่ๆก็จะมา update ให้พระเดชพระคุณท่านได้รับทราบต่อไป 

 

       ปรากฏการณ์ที่ปราสาทนารายณ์เจงเวง อ.เมือง สกลนคร

          ผมไปถ่ายภาพดวงอาทิตย์ตรงศรีษะที่ปราสาทนารายณ์เจงเวง อ.เมืองสกลนคร เมื่อวันที่ 5 - 6 สิงหาคม 2559 ปรากฏว่ามีภาพ "วัตถุบินลึกลับ" (unidentified flying object: UFO) ติดเข้ามาด้วย 

 

 ภาพดวงอาทิตย์ตรงศรีษะที่ปราสาทนารายณ์เจงเวง อ.เมืองสกลนคร

 

เงาของกระถางชี้ว่า "ดวงอาทิตย์ตรงศรีษะ"  

 

 ช่วงเวลาดังกล่าวไม่มีผู้คนมีแต่เพื่อนสี่ขาวิ่งไปมา

 

วันที่ 5 สิงหาคม 2559 เวลา 11:27 ผมได้ภาพ UFO ท้องฟ้าเหนือปราสาทนารายณ์เจงเวง 

 

ภาพขยาย 

 

ผมแต่งสีเพื่อให้ดูชัดขึ้น

 

เพื่อให้แน่ใจว่าภาพดังกล่าวไม่ใช่ "ขี้แมงวันหน้ากล้อง" จึงเปรียบเทียบกับภาพที่ถ่ายไล่ๆกัน เพื่อยืนยันว่าสิ่งนั้นต้องเป็น "วัตถุบนท้องฟ้า" (Flying Object)

 

           อนึ่ง  ผมพิจารณาภาพนี้อยู่หลายวันโดยเปรียบเทียบกับปรากฏการณ์ต่างๆบนท้องฟ้า ประกอบกับภาพถ่าย ณ สถานที่เดียวกัน มุมกล้องเดียวกันในวันต่อมา ที่สุดของที่สุดก็ได้ข้อสรุปว่า "มันคือภาพดวงอาทิตย์" ที่ถูกกรองแสงโดยก้อนเมฆทำให้ดูคล้ายกับวัตถุลึกลับ ........ เล่นเอาตกใจหมดเลย ..... วิทยาศาสตร์ก็เป็นแบบนี้แหละครับ "ต้องพิสูจน์ให้ถึงที่สุด"

 

 ภาพถ่าย 2 รูปนี้ทำให้ผมฟันธงว่าเป็น "ดวงอาทิตย์ ไม่ใช่ UFO" เพราะมีการเปรียบเทียบระหว่างภาพวันที่ 6 สิงหาคม กับวันที่ 5 สิงหาคม 2559 ทั้งสอง object อยู่ในสถานที่เดียวกัน ถ้าเป็น UFO มันคงไม่น่าจะมาอยู่ในตำแหน่งเดียวกันทั้งสองวัน อนึ่งหลักการทางฟิสิกซ์ก็มีคำอธิบายว่าก้อนเมฆสามารถทำหน้าที่เหมือนกระจกฝ้าในการกรองแสงจ้าของดวงอาทิตย์และสร้างภาพดวงอาทิตย์เป็นลูกกลมๆดังที่เห็น ทำนองเดียวกันกับหมอกและฝุ่นในขอบฟ้าทำให้เรามองเห็นดวงอาทิตย์เป็นลูกกลมแดงตอนเช้าๆและเย็นๆ 

 

 

 

 







Copyright © 2010 All Rights Reserved.
มูลนิธิเพื่อการพัฒนาผู้นำธุรกิจและชุมชน
The Foundation for Business and Community Leadership Development
โดย
นายอารีย์ ภู่สมบูญ
ประธานกรรมการมูลนิธิฯ