ReadyPlanet.com
dot
dot
แนะนำผู้เขียน
dot
bulletนายกสโมสรโรตารีสกลนคร ปีบริหาร 2556 - 2557
bulletสรรค์สนธิ บุณโยทยาน
dot
สากกะเบือยันเรือรบ กับปราสาทภูเพ็ก สกลนคร
dot
bulletปฏิบัติการวันสิ้นโลกภาค 2 ข้ามทวีป ปราสาทภูเพ็ก สกลนคร VS ปีรามิดเผ่ามายา เม็กซิโก
bulletพระพุทธรูปศิลปะขอมซ่อนอยู่ใต้โพรงหินที่ปราสาทภูเพ็ก.....สื่อถึงอะไร
bulletปฏิบัติการภูเพ็ก ดอนสวรรค์ พิสูจน์คำทำนายซินแส ฮวงจุ้ยเมืองสกล
bulletปฏิบัติการ "กาลิเลโอ" วัดความเร็วการหมุนของโลกที่ปราสาทภูเพ็ก
bulletภูเพ็ก....เมกกะโปรเจค นครที่สาปสูญ
bulletปฏิบัติการวันสิ้นโลก 2012 ท้าพิสูจน์ที่ปราสาทภูเพ็ก สกลนคร
bulletความเป็นมาของปราสาทภูเพ็ก
bulletตลึง ! พบ “ฝายหินพันปี” กลางป่าภูเพ็ก
bulletวัดโลกทั้งใบ ไทย กัมพูชา ปฏิบัติการ "อีราโตสทีเนส" ข้ามประเทศ
bulletครบรอบ 10 ปี การค้นพบ "สุริยะปฏิทินพันปี" ปราสาทภูเพ็ก
bulletปรากฏการณ์ดาราศาสตร์ "เหมายัน" 21 -22 ธันวาคม ที่ปราสาทภูเพ็ก
bulletเผยเทคนิคการออกแบบก่อสร้างปราสาทภูเพ็ก
bulletความเป็นมาของสุริยปฏิทิน
bulletพิสูจน์สุริยะวิถี กับปฏิทินมหาศักราชที่ปราสาทภูเพ็ก
bulletรับพลัง "สุริยันจันทรา" ประชันดาวหางแพนสตาร์
dot
เปิดโลกวิทยาศาสตร์
dot
bulletป่าเศรษฐกิจครอบครัวทางเลือกใหม่ win win ทั้งชาวบ้านและรัฐบาล
bulletEarth and Space Class
bulletOperation Chou Li Episode II (Measuring Earth's Tilt)
bulletOperation Rahu VII How far and how big is the sun
bulletวิเคราะห์ฤกษ์รัตนโกสินทร์ในมุมวิทยาศาสตร์
bulletOperation Rahu Episode VI How far and how big is the Moon
bulletปฏิบัติการพิมาย ชาตินี้มีครั้งเดียว Operation Phimai Once or Never
bulletนาฬิกาแดดโรงเรียนวิถีธรรม ม.ราชภัฏสกลนคร
bulletทำไมชาวมายาในเม็กซิโกจึงมีรูปร่างหน้าเหมือนคนเอเซีย
bulletปฏิบัติการชูหลี (Operation Chou Li) ยืนยันมุมเอียงโลก 23.5 องศา
bulletปรากฏการณ์ดวงอาทิตย์ตรงศรีษะ (sun overhead)
bulletOperation Rahu 5 วัดระยะทางโลก - ดวงอาทิตย์
bulletOperation Rahu 4 วัดระยะทางโลก - ดวงจันทร์
bulletเกาะติดไปกับยาน New Horizons เผยความลับพลูโต "ดาวเคราะห์ลูกเมียน้อย"
bulletทำนาน้ำน้อยแต่ผลผลิตสูง เป็นไปได้หรือไม่ More Rice With Less Water?
bulletปฏิบัติการเวกัส 2558 "อีราโต้สทีเน้ส " ภาค 2 วัดโลกทั้งใบด้วยไม้แท่งเดียว
bullet21-22 มิถุนายน ปรากฏการณ์ดาราศาสตร์ "ครีษมายัน" Summer Solstice กลางวันยาวที่สุดในรอบปี
bulletOperation Rahu Episode III 4 April 2015 วัดระยะทางโลกไปดวงจันทร์
bulletปฏิบัติการ "เจนัส" วัดมุมเอียงของโลก
bulletOperation Rahu Episode II สูตรใหม่คำนวณระยะทางโลกไปดวงจันทร์
bulletOperation Rahu Episode I measuring earth to moon วัดระยะทางจากโลกถึงดวงจันทร์ ในปรากฏการณ์จันทรุปราคาเต็มดวง
bulletดางหาง ISON ปรากฏการณ์ดาราศาสตร์ปิดท้ายปี 2556
bulletมองหมากเม่าผ่านมิติดาราศาสตร์
bulletดาราศาสตร์ที่เราเห็น.....ล้วนเป็นภาพลวงตา
bulletเข้าพรรษาบางปีทำไมต้องเดือน 8-8
bulletประสบการณ์ตรงเรื่อง "ยูเอฟโอ" ผมคิดแบบวิทยาศาสตร์
bulletโลกล้านปีที่แอ่งสกลนคร
bulletวัดมุมเอียงของโลก...ด้วยไม้แท่งเดียว
bulletเกาะติดการค้นหาชีวิตบนดาวอังคาร กับยาน Curiosity
bulletหม้อหุงข้าวพลังแสงอาทิตย์ นวัตกรรมติดดิน
bulletนาฬิกาแดดต้นแบบมิติเวลาของมนุษยชาติ
bulletภาคปฏิบัติ....วัดโลกทั้งใบด้วยไม้แท่งเดียว
bulletการอบรมเชิงปฏิบัติการ "อีราโทสทีเนส"
bulletชวนครูไทย วัดโลกทั้งใบ ด้วยไม้แท่งเดียว
dot
จับประเด็นร้อน
dot
bulletฤาตำนานหนองหารล่ม.....จะกลายเป็นเรื่องจริง
bulletทำไมคนถึงอยากครอบครอง "ดอนสวรรค์" ในบึงหนองหาร สกลนคร
bulletกู้ "หนองหาร" ด้วยมือเรา.....เริ่มต้นที่บ้าน
bulletบทเรียนอันเจ็บปวดของเขื่อนในอเมริกา....ฤา จะสะท้อนสามแสนล้านบาทเพื่อจัดการน้ำของไทย
bulletโบราณวัตถุพันปีสกลนคร....อยู่ในภาวะเสี่ยงสูญหาย
bulletภัยมืดรุกชาวสกล...จากสาหร่ายพิษในหนองหาร
bulletกรมศิลปากรโยนหินถาม...เอกสารสิทธิ์ทับคูเมืองโบราณ จะออกทางไหน
bulletน้ำท่วม "ตัวเมืองสกล" บทเรียนที่น่าจะถึงเวลาสรุปเสียที
bulletพายุ "นกกระเตน" ทำเสียหายสวนยางเมืองสกล
bulletฤา...นโยบาย 300 บาท จะช่วยบรรเทาปัญหา “หัวดำออก หัวหงอกเลี้ยง”
dot
อินเดียน่าโจนส์ (ภาคสรรค์สนธิ)
dot
bulletAdventure Tourism (Search-Found-Selfie) ลุยป่าค้นหาขอมพันปี
bulletBig Project Tourism SNO
bulletTourism Project Proposal
bulletยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวเส้นทาง "ราชมรรคา"
bulletThe Riddle of Ayutthaya
bulletOperation Bhishma 2016 ปฏิบัติการดาราศาสตร์ข้ามทวีป ..... การหมุนรอบตัวเองและวงโคจรของโลกยังคงปกติหรือไม่?
bulletทำไมวันปีใหม่ต้องเป็น 1 มกราคม? Why does the new year begin on January 1 ?
bulletผลการดูงานสหกรณ์การเกษตรประเทศไต้หวัน 23 - 26 สิงหาคม 2559
bulletSt.Peter's Fish โปรโมทการท่องเที่ยวและสร้างอาชีพใหม่....สกลนคร
bulletประกาศิตเทพเจ้ากูกูลข่าน The Return of God Kukulkan
bulletปฏิบัติการดาราศาสตร์ข้ามทวีป Operation Transcontinental Equinox 2016
bulletวางผังเมืองเชียงใหม่ด้วยวิธีดาราศาสตร์
bulletกุมภาพันธ์ ปี "อธิกสุรทิน" ทำไมต้อง 29 วัน
bulletมองผ่านประตูพระธาตุพนมในอีกมุม
bulletจับพิรุธรูปสลักหินอ่อน "กษัตริย์เดวิท" ที่เมืองฟอร์เรนซ์
bulletย้อนอดีตกรุงเก่าอยุธยา ถือฤกษ์ "รามนะวามิ"
bulletท่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ "โสมสูตร" ที่ปราสาทขอมในกัมพูชาหายไปไหนหมด
bulletอาทิตย์ตั้งฉากกับพุทธสถานชื่อดังในวันวิสาขบูชาโลก
bulletประตูเมืองโบราณสกลนครอยู่ตรงไหน
bulletTourism Gimmick
bulletปราสาทพิมายในมุมมองวิทยาศาสตร์
bulletมองปราสาทขอม ในแง่มุมดาราศาสตร์ การเมือง และความเชื่อ โดยนักรบออนไลน์ กับไกด์มืออาชีพ
bulletตรุษจีน ตรุษเวียต ตรุษไทสกล และบุญเบิกฟ้า
bulletปริศนา "ปราสาทบายน" ฤา.....มนุษยชาติจะผ่านพ้นความขัดแย้ง
bulletประสูติ ตรัสรู้ ปรินิพพาน ทำไมต้องใช้ชื่อว่า "วิสาขะ"
bulletราหู.....น้ำอมฤต.....สนามบินสุวรรณภูมิ
bulletอาณาจักร "ทวารวดี" ทำไมจึงล่มสลาย
bulletไขประตูสู่อดีตพระธาตุเชิงชุม ...... ในอีกมุมมอง
bullet"มาฆบูชา" ทำไมต้องใช้ชื่อนี้
bullet"ทัชมาฮาล" ในมุมมองดาราศาสตร์
bulletคำสอนพุทธองค์เปล่งประกายอีกครั้งในดินแดนภารตะ
bulletเมือง "สารนาท" ที่มาแห่งวันอาสาฬหบูชา
bulletพระธาตุดุม....ในอีกมุมมอง
bulletถอดจารึกขอม "ภูถ้ำพระ" ทำไมพระพุทธรูปไปอยู่ที่นั่น
bulletแกะรอย "สุริยะเทพ" ที่ปราสาทพนมบาเค็ง
bulletหนองหารหลวงเมืองหน้าด่าน ยันกับอาณาจักรจาม
bulletถอดความศิลาจารึกพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 พบ "ฤกษ์อโรคยาศาล"
bulletมุมมองใหม่ "สะพานขอม" ฝายทดน้ำชลประทาน
bulletปราสาทหินพิมาย กับสามเหลี่ยมพุทธมหายาน
bulletจากพระธาตุเชิงชุม ถึงพุทธคยา
bulletปราสาทขอมเมืองสกล.....เอาหินมาจากไหน ?
bulletไขความลับปราสาทนารายณ์เจงเวง
bulletถอดรหัสขอมพันปี 80 องศา พบราศีเมษ
bulletหลากมิติอารยธรรม 4 ยุค "บ้านท่าวัด" ริมหนองหาร สกลนคร
bulletไขปริศนาปราสาทพนมรุ้ง
bullet13 เมษายน 2551 วันสงกรานต์ จริงหรือ ?
bullet21 มี.ค. 51 ปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ของโลก
bulletตำนานวันปีใหม่ มิติแห่งกาลเวลาของมนุษยชาติ
bulletเข้าพรรษา ปี 2550 ทำไมต้องมีเดือนแปดสองหน
bulletมหาสงกรานต์ 13–15 เม.ย.
bulletDownload ภาคสรรค์สนธิ
bulletปฏิบัติการอีราโตสทีเนสวัดโลกทั้งใบ ด้วยไม้แท่งเดียว
dot
รายการการศึกษาที่น่าสนใจ
dot
bulletความรู้เรื่องพระไตรปิฎก
bulletวัดอภัยสมุทร
bulletสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน
dot
คอลัมน์กิตติมศักดิ์
dot
bulletบ่าวคำหอม ล่ะเบ๋อ
bulletอินเดียน่าโจนส์ (ภาคสรรค์สนธิ)
dot
เว็บที่เกี่ยวข้อง
dot
bulletจังหวัดสกลนคร
bulletเทศบาลเมืองสกลนคร
bulletม.ราชภัฏสกลนคร
bulletจดหมายเหตุเมืองสกลนคร
bulletเทศบาลเมืองนครพนม
bulletเทศบาลตำบลอากาศอำนวย
bulletศูนย์ประติมากรรมกรุงเทพ
bulletweb thaiNGO
bulletสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสกลนคร
dot
นานาสาระ
dot
bulletฝนหลวง
bulletรวมชีวประวัติ ปฏิปทา คติธรรมคำสอนพระกรรมฐาน
bulletฐานรากเศรษฐกิจพอเพียง
bulletบทความน่าสนใจ จากสื่อไทย
bulletรู้ไว้ใช่ว่า ใส่บ่าแบกหาม
bulletพจนานุกรมภาษาอีสาน
bulletข้อคิดดีๆจากภาพยนต์
dot
ข้อมูลเกี่ยวกับขยะ
dot
bulletพลังงานจากขยะ
bulletตัวอย่างโครงการคัดแยกขยะ
dot
ข่าวประชาสัมพันธ์
dot
bulletข่าวสาร บ้านเฮา
bulletข่าว เด่นประเทศเพื่อนบ้าน
bulletช่าว สด ข่าวเด่น
bulletแวดวง BCL.
bulletประมวลภาพ โรตารีสกลนคร ไปทัวร์ยูนนาน
bulletชมรมส่งเสริมคนดีเมืองสกล
bulletกลุ่มศิลป์เพื่อชีวิต
bulletกิจกรรมกลุ่ม young
dot
มุมสุนทรียภาพ
dot
bulletแวดวง ศิลปะ
bulletท่องเที่ยว
bulletแผนที่ทางดาวเทียม
bulletแผนที่ทางหลวง
bulletภาพเก่าๆ ของหัวใจใหม่ๆ
dot
ช่องทางส่งข้อมูล
dot
bulletทาง E-mail
bulletปฏิบัติการ "อีราโทสทีเนส" วัดเส้นรอบวงโลกด้วยไม้แท่งเดียว




ถอดจารึกขอม "ภูถ้ำพระ" ทำไมพระพุทธรูปไปอยู่ที่นั่น

ถอดจารึกขอม"ภูถ้ำพระ" ทำไมพระพุทธรูปไปอยู่ที่นั่น 

      หลายท่านที่สนใจเรื่องราวของประวัติศาสตร์เมืองสกลนครคงจะทราบว่าที่ภูถ้ำพระ บ้านหนองสะไน ตำบลนาม่อง อำเภอกุดบาก จังหวัดสกลนคร มีจารึกภาษาขอมอยู่ที่หน้าผาหินทรายใต้เพิงผา (ลักษณะคล้ายถ้ำ) บนภูเขาชื่อว่าภูถ้ำพระภาวนา ซึ่งกรมศิลปากร โดยนายชะเอม แก้วคล้าย และนายบุญเลิศ เสนานนท์ ผู้เชี่ยวชาญภาษาขอม ได้ถอดความออกเป็นภาษาไทย มีใจความว่า

"ศักราช 988 ตรงกับแรม 10 ค่ำ เดือน 7 วันจันทร์นั้น ได้ประดิษฐานพระนี้ ด้วยความเคารพยิ่ง และวิตานนี้ อยู่ภายใน ซึ่งท่านครูโสมังคลาจารย์ได้จารึกประกาศนี้ไว้"

 

 

แผนที่แสดงตำแหน่งที่ตั้งของภูถ้ำพระ บ้านหนองสะไน ตำบลนาม่อง อำเภอกุดบาก จังหวัดสกลนคร อยู่บนภูเขาที่ชื่อว่าภูถ้ำพระภาวนาซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาภูพาน และอยู่ห่างจากปราสาทภูเพ็กไปทางทิศใต้ประมาณ 5.6 กิโลเมตร 

 

ภาพถ่ายดาวเทียมแสดงพิกัดของเพิงหน้าผาที่มีจารึกภาษาขอม

 

ภาพถ่ายดาวเทียมขยายให้เห็นภูมิประเทศของตำแหน่งเพิงหน้าผาภูถ้ำพระ และบริเวณวัดถ้ำพระที่อยู่ติดกัน

 

เพิงหน้าผาที่มีการจารึกภาษาขอม (พระพุทธรูปที่เห็นนี้สร้างในยุคปัจจุบัน)

 

พบว่าส่วนหนึ่งของเพิงหน้าผามีแท่งหินทรายที่ตัดเป็นก้อนสี่เหลี่ยมผืนผ้า เข้าใจว่าจะมีการก่อสร้างอย่างใดอย่างหนึ่งแต่ไม่ทันได้ลงมือ

 

บริเวณที่มีจารึกภาษาขอม ได้มีการทำคอกกั้นไว้เพื่อไม่ให้ใครเข้าใกล้

 

จารึกภาษาขอมบนแผ่นหินทราย 

 

ผู้เชี่ยวชาญภาษาขอมจากกรมศิลปากร นายชะเอม แก้วคล้าย และนายบุญเลิศ เสนานนท์ ได้ถอดคำอ่านไว้

 

ป้ายโลหะแสดงคำแปลจารึกเป็นภาษาไทย โดยสำนักงานศิลปากร ที่ 9 ขอนแก่น 

 

 

คำขึ้นต้นของจารึกระบุปี "มหาศักราช" 988 แรม 10 ค่ำ เดือน 7 วันจันทร์ (อาณาจักรขอมใช้ปฏิทินมหาศักราชซึ่งได้รับอิทธิพลจากอินเดีย ทำให้ทราบว่าเดือน 7 อยู่ในราศีตุล ระหว่างวันที่ 23 กันยายน 22 ตุลาคม) ผมเลยต้องใช้โปรแกรมดาราศาสตร์ทำภาพจำลอง (Simulation) ย้อนหลังไปที่ ค.ศ.1066 (ปีมหาศักราช = ปี ค.ศ. - 78) พบว่าวันแรม 10 ค่ำน่าจะตรงกับวันพฤหัสบดีที่ 18 ตุลาคม ค.ศ. 1066 หรือ พ.ศ.1609 แต่มีความคลาดเคลื่อนระหว่าง "วันจันทร์ กับวันพฤหัสบดี" ซึ่งต้องวิเคราะห์กันต่อไป

 

 

ปฏิทินมหาศักราช ระบุว่าเดือน 7 ตรงกับราศีตุล (Libra) ชื่อเดือน Ashwin ระหว่างวันที่ 23 กันยายน ถึงวันที่ 22 ตุลาคม

 

วันที่ 18 ตุลาคม ค.ศ.1066 หรือ วันที่ 26 เดือน Asvina หรือ Ashwin มหาศักราช 988 ตรงกับรัชสมัยของพระเจ้าอาชาวรมันที่ 3 (Hashavarman III)  

 

ฤาษีเอก อมตะ (อาจารย์วรวิท ตงศิริ) กำลังประกอบพิธีต่อหน้าพระพุทธรูป

 

พระพุทธรูปองค์นี้ยังแกะไม่เสร็จ ดูเหมือนตั้งใจจะสร้างให้เป็นพระพุทธรูปนั่งท่าใดท่าหนึ่ง และไม่ทราบว่าเป็นองค์ที่กล่าวถึงในจารึกหรือไม่ อย่างไรก็ตามพระพุทธรูปองค์นี้น่าจะเป็นอิทธิพลจากยุคของพระเจ้าสุริยะวรมันที่ 1 (ค.ศ.1002 - 1049) ซึ่งศาสนาพุทธเจริญรุ่งเรืองอย่างมาก

 

พระพุทธรูปยุคขอมเรืองอำนาจอยู่ที่บ้านท่าวัด ริมหนองหาร อำเภอเมืองสกลนคร ยังไม่พบข้อมูลว่าร่วมสมัยกับพระพุทธรูปที่ภูถ้ำพระหรือไม่ แต่ก็เป็นหลักฐานทางโบราณคดียืนยันว่าครั้งหนึ่งศาสนาพุทธนิกายขอมได้เจริญรุ่งเรืองที่ดินแดนหนองหารหลวง และเป็นไปได้ว่าน่าจะเกิดขึ้นในยุคสมัยของพระเจ้าสุริยะวรมันที่ 1 หลังจากที่ศาสนาพุทธนิกายเถรวาท (หินยาน) ในยุค "ทวาราวดี" ได้เกิดขึ้นมาก่อนราวพุทธศตวรรษที่ 11 และทำให้ดินแดนแถบนี้เปิดประตูอารยธรรมเข้าสู่ "ยุคประวัติศาสตร์"  

 

  

จาการใช้เครื่อง จีพีเอส ทราบว่าเพิงผาแห่งนี้หันหน้าเข้าหาทิศตะวันออกและมีมุมมองกว้าง ทำให้เห็นดวงอาทิตย์ในแต่ละช่วงของปฏิทินมหาศักราชได้อย่างชัดเจน 

 

บรรยากาศทั่วไปของเพิงผา ห้อมล้อมไปด้วยป่าทึบ

 

       ข้อวิจารณ์ ทำไมพระพุทธรูปไปอยู่ที่นั่น

          ขอเริ่มต้นจากความเห็นของนักโบราณคดีจากกรมศิลปากร โดยคณะผู้จัดทำหนังสือเรื่อง "รอยอดีตสกลนคร" จากสำนักงานโบราณคดีและพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ ที่ 7 ขอนแก่น นายอรุณศักดิ์ กิ่งมณี เป็นบรรณาธิการ ผมได้ลอกมาแบบคำต่อคำเพื่อให้ท่านผู้อ่านเห็นต้นฉบับ

          ภูถ้ำพระนั้นเป็นโบราณสถานของกลุ่มชนที่มีถิ่นฐานอยู่ในเขตพื้นที่นี้ โดยมีอายุตั้งแต่พุธศตวรรษที่ 16 ลงมา และเป็นพุทธสถานในลัทธิหินยานที่มีการสืบเนื่องมาจนถึงสมัยล้านช้าง ราวพุทธศตวรรษที่ 22-23 ซึ่งเมื่อนำมาพิจารณาร่วมกับโบราณสถานในวัฒนธรรมเขมรที่อยู่ใกล้เคียง เช่น ปราสาท (พระธาตุ)ภูเพ็ก ปราสาทหินองค์ในของพระธาตุเชิงชุม ปราสาทนารายณ์เจงเวง พระธาตุดุม เป็นต้น ที่มีอายุร่วมสมัยกันแต่สร้างขึ้นในศาสนาฮินดู น่าจะแสดงให้เห็นถึงการอยู่ร่วมกันของศาสนาทั้งสองในเขตพื้นที่ของสกลนครในราวพุทธศตวรรษที่ 16-17 ได้เป็นอย่างดี โดยสามารถให้ข้อสันนิษฐานถึงที่มาของศาสนาทั้งสองได้ว่า ในขณะที่ศาสนาพุทธนั้นได้ตั้งหลักปักฐานกระจายอยุ่ในหลายพื้นที่ของจังหวัดสกลนครอยุ่ก่อนแล้ว โดยเฉพาะในช่วงพุทธศตวรรษที่ 14-16 ในสมัยวัฒนธรรมแบบทวารวดีได้พบหลักฐานอยู่เป็นจำนวนมาก และจากการที่ได้พบศาสนาทั้งสองอยู่ร่วมสมัยเดียวกันนั้นอาจตั้งข้อสมมุติฐานได้ดังนี้

          1.ศาสนาทั้งสองได้มีการผสมผสานกันอย่ากลมกลืน หรือ

           2.ศาสนาทั้งสองมิได้ผสมผสานกัน แต่แบ่งแยกกันนับถือโดยระดับหัวหน้า (ผู้ปกครอง) จะนับถือศาสนาฮินดูที่เอื้อต่อระบอบเทวราชาตามอย่างอาณาจักรเขมรโบราณ ในขณะที่ประชาชนทั่วไปยังคงนับถือศาสนาพุทธอันเป็นพื้นฐานดั้งเดิมของชุมชนต่อไป

สำหรับข้อสมมุติฐานข้างต้นยังไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าข้อใดมีความเป็นไปได้มากกว่ากัน เนื่องจากไม่ได้มีการศึกษาอย่างจริงจัง จึงต้องรอผลการศึกษาวิจัยที่อาจมีในอนาคตมาเป็นเครื่องยืนยันความถูกต้องอีกครั้งหนึ่ง 

          คราวนี้ลองมาดูความเห็นของผม นายสรรค์สนธิ บุณโยทยาน นักพิภพวิทยา

          คิดว่าในยุคสมัยนั้นผู้คนที่มีความรู้ด้านดาราศาสตร์จนสามารถใช้ปฏิทินมหาศักราช และขณะเดียวกันก็อ่านออกเขียนได้ คงมีจำนวนไม่กี่คนและท่านเหล่านั้นน่าจะทำงานรับใช้อยู่กับเจ้านายซึ่งเป็นผู้แทนราชสำนักขอมจากเมืองหลวงและมีสำนักงานอยู่ในตัวเมืองสกลนคร หรือไม่ก็ชุมชนใหญ่ๆ ไม่น่าที่จะระหกระเหินไปหลบลี้หนีกายอยู่ตามป่าถิ่นทุรกันดารแบบภูถ้ำพระ ถ้าเปรียบเป็นระบบราชการปัจจุบันบรรดาท่านนักวิชาการที่จบด๊อกเตอร์พูดภาษาฝรั่งฟุตฟิตฟอไฟเป็นน้ำ คงไม่ไปรับราชการอยู่ที่สำนักงาน อบต. หรือโรงเรียนประถมไกลปืนเที่ยง ท่านเหล่านั้นคงนั่งอยู่ในห้องแอร์เย็นฉ่ำที่ศาลากลางจังหวัดทำหน้าที่เป็นผู้ชำนาญการพิเศษระดับ ซี 8 ให้กับสำนักงานจังหวัด มีลูกน้องสาวๆคอยเสริฟน้ำชากาแฟ

      ท่านพระครูโสมังคลาจารย์ผู้จารึกอักขระขอมและประดิษฐานพระพุทธรูปที่หน้าผาภูถ้ำพระ ย่อมเปรียบเสมือนนักวิชาการระดับซี 8 น่าจะปฏิบัติงานอยู่กับเจ้านายที่ในเมืองหรือชุมชนขนาดใหญ่ แต่ท่านกลับเล่นหนีลี้กายมายังถิ่นลึกลับกลางป่ากลางดงแบบนี้ ก็น่าที่จะเกิดจากความขัดแย้งระหว่างศาสนาพุทธกับศาสนาฮินดู เพราะดูจากช่วงเวลาใน พ.ศ.1609 เป็นรัชสมัยของพระเจ้าอุทัยอาทิตย์วรมันที่ 2 ต่อเนื่องกับพระเจ้าอาชาวรมันที่ 3 ซึ่งนับถือศาสนาฮินดู แต่ก่อนหน้านั้น ราว พ.ศ. 1545 - 1593 เป็นยุคของพระเจ้า "สุริยะวรมันที่ 1" กษัตริย์ผู้ถือศาสนาพุทธอย่างแรงกล้า เรียกว่าเป็นยุคทองของศาสนาพุทธแห่งอาณาจักรขอม ทำให้ราษฏรจำนวนมากหันมานับถือศาสนาพุทธประกอบกับศาสนาพุทธมีรากฐานเดิมจากยุคทวาราวดีอยู่แล้ว ดินแดนแถวหนองหารหลวงจึงเต็มไปด้วยศาสนาพุทธ แต่พอเปลี่ยนแผ่นดินมาเป็นกษัตริย์ฮินดู บรรดาเจ้านายก็ต้องเปลี่ยนสีไปด้วยเข้าสูตรสัจธรรมที่ว่า "เจ้านายเอาอย่างไร พวกกระผมเอาด้วย " พฤติกรรมแบบนี้มีมานมนานตั้งแต่ครั้งอดีตกาลแล้ว.....ไม่ว่ากัน ร้อนถึงท่านพระครูโสมังคลาจารย์ท่านคงต้องเลือกเอาระหว่าง "เปลี่ยนสีตามเจ้านาย" หรือ "ยึดมั่นอุดมการณ์เดิม" ท่านคงเลือกเอาอย่างหลัง จึงจำเป็นต้องพาผู้คนที่มีศัทธาต่อศาสนาพุทธจำนวนหนึ่งอพยพไปอยู่ในถิ่นไกลตาเจ้านาย และก็มาพบสถานที่ถูกสะเป็กในบริเวณภูถ้ำพระแห่งนี้แหละ เรื่องทำนองนี้ก็เกิดขึ้นอีกในสมัยของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ผู้นับถือศาสนาพุทธอย่างแรงกล้า กับพระเจ้าชัยวรมันที่ 8 ผู้นับถือศาสนาฮินดูแบบขวาสุด ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยอย่างไม่จบสิ้นแบบนี้แหละโยม 

      อนึ่ง พระพุทธรูปหินทราย (ในภาพประกอบ) ที่แกะสลักได้เพียงเค้าโครงนั้น ไม่ทราบว่าเป็นองค์เดียวกันกับที่ท่านพระครูโสมังคลาจารย์กล่าวถึงหรือไม่ แต่ถ้าเป็นองค์เดียวกันก็แสดงว่าท่านพระครูทำจารึกไว้ล่วงหน้าและสั่งให้ช่างลงมือแกะสลักตามไปแต่อาจเกิดเหตุการณ์บางอย่างขึ้นทำให้ช่างทิ้งงานเสียก่อน หากเป็นจริงตามนี้ก็เข้าทางที่ผมให้ความเห็นไว้ 

      อย่างไรก็ตามการศึกษาย้อนหลังไปในอดีตต้องใช้ดุลพินิจและมุมมองของแต่ละท่าน เพราะไม่มีใครได้เห็นเหตุการณ์จริงด้วยตนเอง ผู้เชี่ยวชาญด้านโบราณคดีก็ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ด้วยตนเอง ท่านเหล่านั้นใช้ประสบการณ์และการตีความตามวัตถุพยาน ถ้าขึ้นโรงขึ้นศาลในกฏหมายไทยทุกท่านจะถูกยกฟ้องหมดเนื่องจากเข้าข่ายคำว่า "พยานคิดเอาเอง" แต่ถ้าเป็นศาลอเมริกันพอสู้ได้ครับเนื่องจากเขาใช้หลักการไต่สวนโดยมีลูกขุนนั่งฟังและให้ความเห็นแบบลงคะแนนโหวต ใครมีข้อมูลน่าเชื่อถือก็ย่อมชนะใจลูกขุน

           ดังนั้น บทความนี้จึงอาศัยพื้นฐานของความเป็นมนุษย์ปุถุชนมองกลับไปในอดีตว่า ถ้าผมเป็นท่านพระครูโสมังคลาจารย์ จะตัดสินใจทำอย่างไรเพื่อความอยู่รอดปลอดภัย แม้จะไม่เคยเรียนหลักสูตรโบราณคดีในมหาวิทยาลัย แต่ก็ใช้สามัญสำนักนึกบวกกับข้อมูลที่ปรากฏในการวิเคราะห์พฤติกรรมต่างๆที่น่าจะเป็นไปได้ จึงกล้ายืนยันว่าหมื่นปีที่แล้วมนุษย์คิดอย่างไรเดี๋ยวนี้ก็ยังคิดแบบนั้นถ้าเป็นเรื่องของอำนาจวาสนาและทรัพย์สมบัติ หรือท่านว่าไม่จริง ! 

      การลงพื้นที่เพื่อเก็บข้อมูลครั้งนี้ (วันอาทิตย์ที่ 10 มิถุนายน 2555) ต้องขอขอบคุณบุคคลสองคน คนแรกคือคุณลุงสวาท นรบุตร อายุ 61 ปี ชาวบ้านหนองสะไน (ยืนซ้ายมือ) เป็นผู้นำทาง และอาจารย์วรวิทย์ ตงศิริ หรือฤษีเอก อมตะ (ยืนขวามือ) เป็นผู้ชักชวน

 

 

           และขอบคุณน้องฟ้า นางสาวรัตติยาภรณ์ คำเกตุ ชาวบ้านหนองสะไน เป็นนักเรียนมัธยมเอกภาษาอังกฤษ โรงเรียนกุดบากพัฒนาศึกษา ที่ช่วยนำทางและให้ข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวในบริเวณภูถ้ำพระ ได้แก่น้ำตก และบ่อน้ำพุศักดิ์สิทธิ์ที่มีผู้คนนำไปดื่มเพื่อรักษาโรค  

 

 

 

 

       สรุป

          จารึกภาษาขอมที่พบในถ้ำแห่งนี้ถือว่าเป็นหลักฐานทางอักขระเก่าที่สุดของจังหวัดสกลนคร (ขณะที่จารึกอื่นๆ ที่พระธาตุเชิงชุม และพระธาตุดุม ไม่ได้ระบุปีศักราช ) จึงทำให้สามารถอนุมานว่าอิทธิพลยุคขอมเรืองอำนาจแผ่เข้ามาที่ดินแดนแห่งนี้ก่อนปี มหาศักราช 988 (พ.ศ.1609 หรือ ค.ศ.1066) นับถึงปัจจุบัน ค.ศ.2017 เป็นเวลา 951 ปี  

          ถ้าจะอ้างย้อนไปถึงยุคสมัยของพระเจ้าสุริยะวรมันที่ 1 ซึ่งทรงอุปภัมภ์ศาสนาพุทธ ระหว่าง ค.ศ. 1002 - 1049 ก็มีความเป็นไปได้ว่าศาสนาพุทธในรูปแบบขอมเจริญรุ่งเรืองที่ดินแดนสกลนครตั้งแต่พันปีที่แล้ว  

          ดังนั้น จึงพูดได้ว่าสกลนครมีความเป็นบ้านเป็นเมืองที่มีการปกครองภายใต้ระบอบพระราชอาณาจักรราวพันปีที่แล้ว และเป็นที่มาของวลีคุ้นหูว่า "ขอมพันปี"  

 







Copyright © 2010 All Rights Reserved.
มูลนิธิเพื่อการพัฒนาผู้นำธุรกิจและชุมชน
The Foundation for Business and Community Leadership Development
โดย
นายอารีย์ ภู่สมบูญ
ประธานกรรมการมูลนิธิฯ