ReadyPlanet.com
dot
dot
แนะนำผู้เขียน
dot
bulletนายกสโมสรโรตารีสกลนคร ปีบริหาร 2556 - 2557
bulletสรรค์สนธิ บุณโยทยาน
dot
สากกะเบือยันเรือรบ กับปราสาทภูเพ็ก สกลนคร
dot
bulletปฏิบัติการภูเพ็ก ดอนสวรรค์ พิสูจน์คำทำนายซินแส ฮวงจุ้ยเมืองสกล
bulletปฏิบัติการ "กาลิเลโอ" วัดความเร็วการหมุนของโลกที่ปราสาทภูเพ็ก
bulletภูเพ็ก....เมกกะโปรเจค นครที่สาปสูญ
bulletปฏิบัติการวันสิ้นโลก 2012 ท้าพิสูจน์ที่ปราสาทภูเพ็ก สกลนคร
bulletความเป็นมาของปราสาทภูเพ็ก
bulletตลึง ! พบ “ฝายหินพันปี” กลางป่าภูเพ็ก
bulletวัดโลกทั้งใบ ไทย กัมพูชา ปฏิบัติการ "อีราโตสทีเนส" ข้ามประเทศ
bulletครบรอบ 10 ปี การค้นพบ "สุริยะปฏิทินพันปี" ปราสาทภูเพ็ก
bulletปรากฏการณ์ดาราศาสตร์ "เหมายัน" 21 -22 ธันวาคม ที่ปราสาทภูเพ็ก
bulletเผยเทคนิคการออกแบบก่อสร้างปราสาทภูเพ็ก
bulletความเป็นมาของสุริยปฏิทิน
bulletพิสูจน์สุริยะวิถี กับปฏิทินมหาศักราชที่ปราสาทภูเพ็ก
bulletรับพลัง "สุริยันจันทรา" ประชันดาวหางแพนสตาร์
dot
เปิดโลกวิทยาศาสตร์
dot
bulletปฏิบัติการ "เจนัส" วัดมุมเอียงของโลก
bulletOperation Rahu Episode II สูตรใหม่คำนวณระยะทางโลกไปดวงจันทร์
bulletOperation Rahu measuring earth to moon วัดระยะทางจากโลกถึงดวงจันทร์ ในปรากฏการณ์จันทรุปราคาเต็มดวง
bulletดางหาง ISON ปรากฏการณ์ดาราศาสตร์ปิดท้ายปี 2556
bulletมองหมากเม่าผ่านมิติดาราศาสตร์
bulletเมล็ดพันธ์ุแห่งชีวิต...หว่านลงมาจากต่างพิภพ
bulletดาราศาสตร์ที่เราเห็น.....ล้วนเป็นภาพลวงตา
bulletเข้าพรรษาปี 2555 ทำไมต้องเดือน 8-8 วิทยาศาสตร์มีคำตอบ
bulletสหรัฐ....โซเวียต หันมาจับมือป้องโลกจากต่างดาว
bulletประสบการณ์ตรงเรื่อง "ยูเอฟโอ" ผมคิดแบบวิทยาศาสตร์
bullet ยานอวกาศ "โฟบอส 2" เงียบหายที่ดาวอังคาร อุบัติเหตุ หรือโดนยิง ?
bulletภัยพายุสุริยะธันวาคม 2012 จะรับมืออย่างไร
bulletทำไมวันปีใหม่ต้องเป็น 1 มกราคม
bulletโลกล้านปีที่แอ่งสกลนคร
bulletวัดมุมเอียงของโลก...ด้วยไม้แท่งเดียว
bulletเกาะติดการค้นหาชีวิตบนดาวอังคาร กับยาน Curiosity
bulletหม้อหุงข้าวพลังแสงอาทิตย์ นวัตกรรมติดดิน
bulletนาฬิกาแดดต้นแบบมิติเวลาของมนุษยชาติ
bulletภาคปฏิบัติ....วัดโลกทั้งใบด้วยไม้แท่งเดียว
bulletการอบรมเชิงปฏิบัติการ "อีราโทสทีเนส"
bulletชวนครูไทย วัดโลกทั้งใบ ด้วยไม้แท่งเดียว
dot
จับประเด็นร้อน
dot
bulletฤาตำนานหนองหารล่ม.....จะกลายเป็นเรื่องจริง
bulletปิดฉากคดีแฮกเก้อร์ระดับโลก "ล้วงตับองค์การนาซ่า....แฉข้อมูลลับยูเอฟโอ"
bulletปลาดอลลี่....พี่ไทยโดนต้มจนสุก
bulletทำไมคนถึงอยากครอบครอง "ดอนสวรรค์" ในบึงหนองหาร สกลนคร
bulletกู้ "หนองหาร" ด้วยมือเรา.....ทำไมต้องรอภาครัฐ
bulletบทเรียนอันเจ็บปวดของเขื่อนในอเมริกา....ฤา จะสะท้อนสามแสนล้านบาทเพื่อจัดการน้ำของไทย
bullet2012 โลกาวินาศ หรือแผนการตลาดระดับโลก
bulletโบราณวัตถุพันปีสกลนคร....อยู่ในภาวะเสี่ยงสูญหาย
bulletภัยมืดรุกชาวสกล...จากสาหร่ายพิษในหนองหาร
bulletกรมศิลปากรโยนหินถาม...เอกสารสิทธิ์ทับคูเมืองโบราณ จะออกทางไหน
bulletน้ำท่วม "ตัวเมืองสกล" บทเรียนที่น่าจะถึงเวลาสรุปเสียที
bulletพายุ "นกกระเตน" ทำเสียหายสวนยางเมืองสกล
bulletฤา...นโยบาย 300 บาท จะช่วยบรรเทาปัญหา “หัวดำออก หัวหงอกเลี้ยง”
dot
อินเดียน่าโจนส์ (ภาคสรรค์สนธิ)
dot
bulletปริศนา "ปราสาทบายน" ฤา.....มนุษยชาติจะผ่านพ้นความขัดแย้ง
bulletประสูติ ตรัสรู้ ปรินิพพาน ทำไมต้องใช้ชื่อว่า "วิสาขะ"
bulletราหู.....น้ำอมฤต.....สนามบินสุวรรณภูมิ
bulletรากเหง้า "มหาสงกรานต์"
bulletอาณาจักร "ทวารวดี" ทำไมจึงล่มสลาย
bulletแกะรอยอดีต "พระธาตุเชิงชุม" 4 ยุคอารยธรรม
bullet"มาฆบูชา" ทำไมต้องใช้ชื่อนี้ ทำไมมาตรงกับ "วาเลนไทน์" 14 กพ. 2557
bullet"ทัชมาฮาล" ในมุมมองดาราศาสตร์
bulletคำสอนพุทธองค์เปล่งประกายอีกครั้งในดินแดนภารตะ
bulletเมือง "สารนาท" ที่มาแห่งวันอาสาฬหบูชา
bulletพระธาตุดุม....ในอีกมุมมอง
bulletถอดจารึกขอม "ภูถ้ำพระ" ทำไมพระพุทธรูปไปอยู่ที่นั่น
bulletแกะรอย "สุริยะเทพ" ที่ปราสาทพนมบาเค็ง
bulletหนองหารหลวงเมืองหน้าด่าน ยันกับอาณาจักรจาม
bulletเปิดจารึกอโรคยาศาล เจอ "ปฏิทินปีงบประมาณ"
bulletมุมมองใหม่ "สะพานขอม" ฝายทดน้ำชลประทาน
bulletปราสาทหินพิมาย กับสามเหลี่ยมพุทธมหายาน
bulletจากพระธาตุเชิงชุม ถึงพุทธคยา
bulletปราสาทขอมเมืองสกล.....เอาหินมาจากไหน ?
bulletไขความลับปราสาทนารายณ์เจงเวง
bulletถอดรหัสขอมพันปี 80 องศา พบราศีเมษ
bulletหลากมิติอารยธรรม 4 ยุค "บ้านท่าวัด" ริมหนองหาร สกลนคร
bulletแกะรอยบันทึกพระถังซำจั๋งค้นหาพระพุทธรูปขนาดยักษ์
bulletพระเจ้าอโศกมหาราช สิงห็สี่หน้าและพระธรรมจักร
bulletปฏิทิน 5 ปี ดวงอาทิตย์ตรงศรีษะในวัน "วิสาขบูชา"
bulletไขปริศนาปราสาทพนมรุ้ง
bullet13 เมษายน 2551 วันสงกรานต์ จริงหรือ ?
bullet21 มี.ค. 51 ปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ของโลก
bulletตำนานวันปีใหม่ มิติแห่งกาลเวลาของมนุษยชาติ
bulletแนะนำตัว
bulletจีวรมรดกจากอเล็กซานเดอร์
bulletเข้าพรรษา ปี 2550 ทำไมต้องมีเดือนแปดสองหน
bulletมหาสงกรานต์ 13–15 เม.ย.
bulletDownload ภาคสรรค์สนธิ
bulletปฏิบัติการอีราโตสทีเนสวัดโลกทั้งใบ ด้วยไม้แท่งเดียว
dot
รายการการศึกษาที่น่าสนใจ
dot
bulletความรู้เรื่องพระไตรปิฎก
bulletวัดอภัยสมุทร
bulletสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน
dot
คอลัมน์กิตติมศักดิ์
dot
bulletบ่าวคำหอม ล่ะเบ๋อ
bulletอินเดียน่าโจนส์ (ภาคสรรค์สนธิ)
dot
เว็บที่เกี่ยวข้อง
dot
bulletจังหวัดสกลนคร
bulletเทศบาลเมืองสกลนคร
bulletม.ราชภัฏสกลนคร
bulletจดหมายเหตุเมืองสกลนคร
bulletเทศบาลเมืองนครพนม
bulletเทศบาลตำบลอากาศอำนวย
bulletศูนย์ประติมากรรมกรุงเทพ
bulletweb thaiNGO
bulletสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสกลนคร
dot
นานาสาระ
dot
bulletฝนหลวง
bulletรวมชีวประวัติ ปฏิปทา คติธรรมคำสอนพระกรรมฐาน
bulletฐานรากเศรษฐกิจพอเพียง
bulletบทความน่าสนใจ จากสื่อไทย
bulletรู้ไว้ใช่ว่า ใส่บ่าแบกหาม
bulletพจนานุกรมภาษาอีสาน
bulletข้อคิดดีๆจากภาพยนต์
dot
ข้อมูลเกี่ยวกับขยะ
dot
bulletพลังงานจากขยะ
bulletตัวอย่างโครงการคัดแยกขยะ
dot
ข่าวประชาสัมพันธ์
dot
bulletข่าวสาร บ้านเฮา
bulletข่าว เด่นประเทศเพื่อนบ้าน
bulletช่าว สด ข่าวเด่น
bulletแวดวง BCL.
bulletประมวลภาพ โรตารีสกลนคร ไปทัวร์ยูนนาน
bulletชมรมส่งเสริมคนดีเมืองสกล
bulletกลุ่มศิลป์เพื่อชีวิต
bulletกิจกรรมกลุ่ม young
dot
มุมสุนทรียภาพ
dot
bulletแวดวง ศิลปะ
bulletท่องเที่ยว
bulletแผนที่ทางดาวเทียม
bulletแผนที่ทางหลวง
bulletภาพเก่าๆ ของหัวใจใหม่ๆ
dot
ช่องทางส่งข้อมูล
dot
bulletทาง E-mail
bulletปฏิบัติการ "อีราโทสทีเนส" วัดเส้นรอบวงโลกด้วยไม้แท่งเดียว




ปราสาทขอมเมืองสกล.....เอาหินมาจากไหน ?

ปราสาทขอมเมืองสกลเอาหินทรายเนื้อละเอียดมาจากแหล่งไหน?......พบคำตอบที่นี่

เป็นคำถามที่อยู่ในใจของชาวสกลนครตลอดมาหลายปี......

ปราสาทขอมทั้ง 3 แห่ง ได้แก่ปราสาทเชิงชุม ปราสาทดุม และปราสาทนารายณ์เจงเวง รวมทั้งพระพุทธรูปหินทรายและฐานโยนี ที่บ้านท่าวัด ต.เหล่าปอแดง อำเภอเมืองสกลนคร ริมหนองหาร เอาวัตถุดิบ “หินทรายเนื้อละเอียด” จำนวนมากมาจากไหน เอามาอย่างไร

ทีมงาน “พยัคฆ์ภูเพ็ก” นำโดย อจ.วรวิทย์ ตงศิริ หรือรู้จักในวงการลึกลับศาสตร์ว่า “ฤาษี เอก อมตะ”  และนักพิภพวิทยาสรรค์สนธิ บุณโยทยาน เจ้าของสมยานาม “อินเดียน่า โจนส์” แห่งสกลนคร พร้อมด้วยคุณจุ้ย ศิลปินแห่งวงดนตรีวาดอักษร จะนำทุกท่านสู่ภูผาผึ้ง ที่อำเภอเต่างอย จังหวัดสกลนคร ที่นี่เป็นแหล่งหินทรายคุณภาพดีขนาดมหึมา จากข่าวกรองที่ฤาษี เอกอมตะได้รับทราบมาจากสายข่าวส่วนตัว กระซิบมาว่าที่ภูผาผึ้งแห่งนี้น่าจะเป็น “แหล่งตัดหิน” ของบรรพชนชาวขอมเมื่อพันกว่าปีที่แล้ว ทีมงานฯจึงรีบรุดไปยังสถานที่แห่งนั้นทันที

 

 

 

 

พอขึ้นไปถึงยอดภูผาผึ้งจากระดับน้ำทะเลประมาณ 300 กว่าเมตร โดยถนนดินลูกรัง มีสำนักสงฆ์ตั้งอยู่และมีหลวงพ่อจำวัดอยู่รูปหนึ่ง ฤาษีเอก อมตะ ปรี่เข้าไปนมัสการด้วยความนอบน้อม และรีบนิมนต์ให้หลวงพ่อนำทีมงานไปยัง “แหล่งตัดหิน” ซึ่งอยู่บริเวณเชิงภูเขาต้องขับรถย้อนกลับลงไปทางเดิมถึงจุดที่มีป้ายเขียนว่า “พุทธปฏิมากรรมหินตัด” แสดงว่าแหล่งตัดหินแห่งนี้ถูกค้นพบมานานแล้ว แต่ไม่มีข้อมูลว่าเอาหินไปทำอะไร ที่ไหน และอย่างไร

 

พอจอดรถได้หลวงพ่อรีบเดินนำหน้าไปทันที ถือว่าทีมงานโชคดีเพราะ “มากับพระ” ทันทีที่เข้าไปถึงแหล่ง หลวงพ่อท่านชี้ให้ดูก้อนหินสี่เหลี่ยมวางทิ้งระเกะระกะทั่วไป ท่านใช้คำพูดว่า “บ่อึ้ด” ภาษาอีสานแปลว่า “เยอะแยะ” จากภาพที่เห็นมีทั้งก้อนหินทรายสี่เหลี่ยมที่ตัดเสร็จเรียบร้อยแล้ว ปะปนกับที่ตัดได้ครึ่งเดียว และที่ตัดได้บางส่วน รวมทั้งบางก้อนยังแค่ถากลงไปนิดเดียว หรือขีดเส้นเอาไว้เฉยๆ เป็นที่น่าสังว่าเกตหินเหล่านี้ “ยังไม่มีการเจาะรู” เหมือนกับหินที่สร้างตัวปราสาท ทีมงานฯเคยตั้งขอสัญนิฐานไว้ว่า “รู” ที่หินทรายน่าจะเกี่ยวข้องกับการเคลื่อนย้ายไปยังไซด์งานก่อสร้าง 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ทำไมต้องเลือกแหล่งตัดหินที่นั่น

            ชาวขอมมีประสบการณ์อย่างโชกโชนเกี่ยวกับการเลือกแหล่งหินทราย และวิธีการลำเลียงไปยังไซด์งานก่อสร้าง เพราะพวกเขาคุ้ยเคยกับการสร้างปราสาทจำนวนมากที่ “นครอังกอร์” (Angkor City) ปัจจุบันคือเมือง “เสียมราช” ประเทศกัมพูชา ที่นั่นแหล่งตัดหินอยู่บริเวณเชิงเขา “พนมกูเลน” หินทรายที่ตัดเป็นก้อนสี่เหลี่ยมจำนวนมหาศาล         ถูกลำเลียงโดยแพล่องไปตามลำน้ำจนถึงสถานที่ก่อสร้าง เนื่องจากไซด์งานอยู่ใกล้กับลำน้ำจึงช่วยให้การขนย้ายขึ้นบกและชักลากต่อด้วยช้างไม่ยากนัก กลับมาที่เมืองสกลนคร (หนองหารหลวง) พวกเขาเลือกทำเลการตั้งเมืองและค้นหาแหล่งหินทราย                    ในสไตล์เดียวกันเปี๊ยบเลย ภาษาแฟนหมัดมวยเรียกว่า “ชกตามสไตล์ถนัด” ภูผาผึ้งก็เหมือนพนมกูเลน ลำน้ำพุงก็เหมือนลำน้ำพนมกูเลน ส่วนไม้สำหรับต่อแพเยอะแยะครับจะเอาเท่าไหร่ก็ได้ ช้างก็ฝึกมาแบบเดียวกัน ทุกอย่างจึงลงตัวราวกับพิมพ์เขียวที่เขียนไว้ล่วงหน้า   

 

 

ทำไม “ไม่เอา” หินจากแหล่งเชิงเขาภูพานซึ่งใกล้กว่าภูผาผึ้ง

            คำตอบก็คือเชิงเขาภูพานใกล้กว่าก็จริงแต่ไม่มีลำน้ำไหลผ่านในขนาดที่เหมาะต่อการล่องแพ ส่วนที่ภูผาผึ้งแม้จะอยู่ไกลออกไปสักหน่อยก็ไม่เป็นปัญหาเพราะมี “ลำน้ำพุง” ไหลผ่าน สะดวกต่อการล่องแพอย่างยิ่ง ประกอบกับระยะทางขนาดนี้ก็พอๆกับ “พนมกูเลน” ไป “นครอังกอร์” ภาษาวัยรุ่นในปัจจุบันพวกเขาคงจะบอกว่า “ชิวๆ” โว้ย ระยะทางแค่นี้จิ๊บจ้อย

 

 

 
 
ปราสาทที่ใช้หินทรายผสมกับศิลาแลงมีหรือไม่

            มีซิครับ.....ปราสาทนารายณ์เจงเวง ตั้งอยู่บ้านธาตุ นอกตัวเมืองสกลนครเล็กน้อย ใช้ศิลาแลงเป็นฐานราก เนื่องจากบริเวณรอบๆหนองหารมีวัสดุชนิดนี้มากมายฝังตัวอยู่ใต้ดินตื้นๆ ภาษาวิชาการทางธรณีวิทยาเรียกว่าดินชุดโพนพิสัย ขุดลงไปนิดเดียวเจอ “หินแม่รัง” หรือศิลาแลง ตอนที่ผมยังรับราชการในตำแหน่งเกษตรและสหกรณ์จังหวัดสกลนคร มีโครงการส่งเสริมปลูกยางพารา เกษตรกรจำนวนมากต้องการทำสวนยางแถวๆอำเภอโพนนาแก้ว และอำเภอกุสุมาลย์ ผมต้องไปเบรกไว้เพราะเป็นดินชุดโพนพิสัย   ปลูกยางพาราไม่ได้เนื่องจากมีหินแม่รังอยู่ตื้น ต้นยางจะชงักในปีที่สาม ปัจจุบันมีผู้ขุดศิลาแลงมาขายสำหรับก่อกำแพงบ้าน หรือประดับข้างฝาบ้านให้ดู “เก๋าส์” ในที่นี้ปราสาทนารายณ์เจงเวงใช้ศิลาแลงเป็นฐาน เนื่องจากต้นทุนการจัดหาต่ำมีความแข็งแกร่งรับน้ำหนักได้ดี และไม่มีการแกะสลักลวดลายอะไร ส่วนตัวปราสาทใช้วัสดุหินทรายเนื้อละเอียดเพราะต้องแกะสลักลวดลายต่างๆมากมาย ตั้งแต่ซุ้มประตูยันยอดปราสาท (ดูรายละเอียดในบทปราสาทนารายณ์เจงเวง) อนึ่งภาษาอังกฤษเรียกศิลาแลงว่า Laterite มีส่วนผสมของแร่เหล็กสูงจึงออกเป็นสีสนิมแดงๆ ส่วนหินทรายศัพท์ภาษาอังกฤษเรียกว่า Sand stone เป็นหินที่เกิดจากการทับถมของตะกอนน้ำในยุค “เมโสโซอิก” (Mesozoic) ซึ่งเป็นยุคแห่งสัตว์เลื้อยคลานขนาดยักษ์รู้จักกันดีในชื่อว่า “ไดโนเสาร์”

ปราสาทหลังอื่นๆที่ไม่ได้ใช้หินทรายมีหรือไม่

            มีครับ…..ปราสาทที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลจากแหล่งหินทราย และไม่สะดวกต่อการลำเลียงเพราะไม่มีลำน้ำเข้าถึง ได้แก่ “ปราสาทบ้านพันนา” เป็นอโรคยาศาล หรือโรงพยาบาล สร้างในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 พระองค์สร้างอโรคยาศาลทั้งสิ้น 102 แห่ง    ทั่วราชอาณาจักรอังกอร์เพื่อรักษาโรคให้กับประชาชน จากศิลาจารึกทราบว่าพระองค์มี นโยบายรักษาพยาบาลฟรี กินก็ฟรี ไม่ต้องมีบัตรทอง แสดงว่าแนวคิดนี้มีมาก่อนนโยบายของรัฐบาลไทยปัจจุบันเกือบพันปี ปราสาทหลังนี้ใช้วัสดุ “ศิลาแลง” ทั้งหมด             เพราะไม่มีแหล่งหินทรายในบริเวณนั้น ผมกะว่าจะลงเรื่องปราสาทบ้านพันนาอย่างละเอียดในโอกาสต่อไปเพราะเตรียมข้อมูลไว้พร้อมแล้ว

 

 

ทำไมจึงมีหินที่ตัดเสร็จแล้ว และตัดเพียงบางส่วนถูกทิ้งเหลืออยู่ในแหล่งดังกล่าวมากมาย

ใช่แล้วครับ……ในยุคสมัยนั้นมีการแบ่งทีมงานก่อสร้างปราสาทออกเป็นสามส่วนใหญ่ๆ คือ ทีมตัดหิน ทีมลำเลียง และทีมก่อสร้าง เนื่องจากไม่มีระบบสื่อสารแบบเราๆท่านๆในปัจจุบัน อย่างเก่งก็ใช้ม้าเร็วไปส่งข่าว พวกตัดหินจึงต้องทำงานไปเรื่อยๆพอถึงจุดหนึ่ง   ม้าเร็วมาบอกว่า “พอแล้ว….สู” จึงมีหินเหลือทิ้งระเกะระกะอยู่ที่เชิงภูเขาจำนวนมาก       ถ้าพวกเขามี “มือถือ” ละก้อ คงไม่ต้องลงแรงแบบเสียเปล่าขนาดนี้ ผมเชื่อว่าพวกทีม     ตัดหินคงด่าทอพวกทีมก่อสร้างไปหลายคำเพราะปล่อยให้เหนื่อยฟรี จากวัตถุพยานที่พบปรากฏว่ามีหินที่ตัดเป็นก้อนสี่เหลี่ยมเรียบร้อยแล้วจำนวนมาก บริเวณตีนเขาทางลงลำน้ำแต่ก็ต้องถูกทิ้งอยู่ที่นั่น ผมนึกภาพออกว่าพวกเขาคงหมดอารมณ์และอยากจะเข็กหัว      ไอ้พวกเดียวกันที่มาส่งข่าว ผมกล้ายืนยันว่าหินเหล่านั้นคือส่วนที่เหลือเพราะยังไม่มีการ "เจาะรู" เป็นหินก้อนสี่เหลี่ยมเรียบๆ แสดงว่ายังไม่มีการชักลาก

   

 

       

 

จากเรื่องราวที่เล่ามายืดยาวก็คงจะทำให้ท่านผู้สนใจได้มองภาพออกว่าบรรพชนชาวขอมเมื่อพันกว่าปีที่แล้ว พวกเขามีความมุมานะขนาดไหน ผลงานแต่ละชิ้นมีแต่ระดับบิ๊กๆเรียกว่า “เล็กๆไม่.....ใหญ่ๆทำ” ผมยอมรับว่าบริษัทผู้รับเหมาปัจจุบันสู้ไม่ได้ เคยท้าทายกันโดยตั้งงบประมาณให้สิบล้าน....สร้างปราสาทขนาดเท่า "นารายณ์เจงเวง" แต่ให้ใช้เครื่องมือโบราณเท่านั้น ห้ามใช้เครื่องจักรกล ใช้แรงช้าง แรงม้า และแรงมนุษย์ ผู้รับเหมาระดับบิ๊กเหล่านั้นต่างส่ายหน้ายอมรับว่าหมดปัญญา………..เห็นไม้ครับ คำกล่าวว่า “พวกเราในปัจจุบัน ฤา จะเทียบชั้นกับวันวาน”    เห็นจะเป็นจริงแน่แท้   

 

 







Copyright © 2010 All Rights Reserved.
มูลนิธิเพื่อการพัฒนาผู้นำธุรกิจและชุมชน
The Foundation for Business and Community Leadership Development
โดย
นายอารีย์ ภู่สมบูญ
ประธานกรรมการมูลนิธิฯ