ReadyPlanet.com
dot
dot
แนะนำผู้เขียน
dot
bulletนายกสโมสรโรตารีสกลนคร ปีบริหาร 2556 - 2557
bulletสรรค์สนธิ บุณโยทยาน
dot
สากกะเบือยันเรือรบ กับปราสาทภูเพ็ก สกลนคร
dot
bulletปฏิบัติการวันสิ้นโลกภาค 2 ข้ามทวีป ปราสาทภูเพ็ก สกลนคร VS ปีรามิดเผ่ามายา เม็กซิโก
bulletพระพุทธรูปศิลปะขอมซ่อนอยู่ใต้โพรงหินที่ปราสาทภูเพ็ก.....สื่อถึงอะไร
bulletปฏิบัติการภูเพ็ก ดอนสวรรค์ พิสูจน์คำทำนายซินแส ฮวงจุ้ยเมืองสกล
bulletปฏิบัติการ "กาลิเลโอ" วัดความเร็วการหมุนของโลกที่ปราสาทภูเพ็ก
bulletภูเพ็ก....เมกกะโปรเจค นครที่สาปสูญ
bulletปฏิบัติการวันสิ้นโลก 2012 ท้าพิสูจน์ที่ปราสาทภูเพ็ก สกลนคร
bulletความเป็นมาของปราสาทภูเพ็ก
bulletตลึง ! พบ “ฝายหินพันปี” กลางป่าภูเพ็ก
bulletวัดโลกทั้งใบ ไทย กัมพูชา ปฏิบัติการ "อีราโตสทีเนส" ข้ามประเทศ
bulletครบรอบ 10 ปี การค้นพบ "สุริยะปฏิทินพันปี" ปราสาทภูเพ็ก
bulletปรากฏการณ์ดาราศาสตร์ "เหมายัน" 21 -22 ธันวาคม ที่ปราสาทภูเพ็ก
bulletเผยเทคนิคการออกแบบก่อสร้างปราสาทภูเพ็ก
bulletความเป็นมาของสุริยปฏิทิน
bulletพิสูจน์สุริยะวิถี กับปฏิทินมหาศักราชที่ปราสาทภูเพ็ก
bulletรับพลัง "สุริยันจันทรา" ประชันดาวหางแพนสตาร์
dot
เปิดโลกวิทยาศาสตร์
dot
bulletวิเคราะห์ฤกษ์รัตนโกสินทร์ในมุมวิทยาศาสตร์
bulletOperation Rahu Episode VI How far and how big is the Moon
bulletปฏิบัติการพิมาย ชาตินี้มีครั้งเดียว Operation Phimai Once or Never
bulletนาฬิกาแดดโรงเรียนวิถีธรรม ม.ราชภัฏสกลนคร
bulletทำไมชาวมายาในเม็กซิโกจึงมีรูปร่างหน้าเหมือนคนเอเซีย
bulletปฏิบัติการชูหลี (Operation Chou Li) ยืนยันมุมเอียงโลก 23.5 องศา
bulletปรากฏการณ์ดวงอาทิตย์ตรงศรีษะ (sun overhead)
bulletOperation Rahu 5 วัดระยะทางโลก - ดวงอาทิตย์
bulletOperation Rahu 4 วัดระยะทางโลก - ดวงจันทร์
bulletเกาะติดไปกับยาน New Horizons เผยความลับพลูโต "ดาวเคราะห์ลูกเมียน้อย"
bulletทำนาน้ำน้อยแต่ผลผลิตสูง เป็นไปได้หรือไม่ More Rice With Less Water?
bulletปฏิบัติการเวกัส 2558 "อีราโต้สทีเน้ส " ภาค 2 วัดโลกทั้งใบด้วยไม้แท่งเดียว
bullet21-22 มิถุนายน ปรากฏการณ์ดาราศาสตร์ "ครีษมายัน" Summer Solstice กลางวันยาวที่สุดในรอบปี
bulletOperation Rahu Episode III 4 April 2015 วัดระยะทางโลกไปดวงจันทร์
bulletปฏิบัติการ "เจนัส" วัดมุมเอียงของโลก
bulletOperation Rahu Episode II สูตรใหม่คำนวณระยะทางโลกไปดวงจันทร์
bulletOperation Rahu Episode I measuring earth to moon วัดระยะทางจากโลกถึงดวงจันทร์ ในปรากฏการณ์จันทรุปราคาเต็มดวง
bulletดางหาง ISON ปรากฏการณ์ดาราศาสตร์ปิดท้ายปี 2556
bulletมองหมากเม่าผ่านมิติดาราศาสตร์
bulletดาราศาสตร์ที่เราเห็น.....ล้วนเป็นภาพลวงตา
bulletเข้าพรรษาบางปีทำไมต้องเดือน 8-8
bulletประสบการณ์ตรงเรื่อง "ยูเอฟโอ" ผมคิดแบบวิทยาศาสตร์
bulletโลกล้านปีที่แอ่งสกลนคร
bulletวัดมุมเอียงของโลก...ด้วยไม้แท่งเดียว
bulletเกาะติดการค้นหาชีวิตบนดาวอังคาร กับยาน Curiosity
bulletหม้อหุงข้าวพลังแสงอาทิตย์ นวัตกรรมติดดิน
bulletนาฬิกาแดดต้นแบบมิติเวลาของมนุษยชาติ
bulletภาคปฏิบัติ....วัดโลกทั้งใบด้วยไม้แท่งเดียว
bulletการอบรมเชิงปฏิบัติการ "อีราโทสทีเนส"
bulletชวนครูไทย วัดโลกทั้งใบ ด้วยไม้แท่งเดียว
dot
จับประเด็นร้อน
dot
bulletฤาตำนานหนองหารล่ม.....จะกลายเป็นเรื่องจริง
bulletทำไมคนถึงอยากครอบครอง "ดอนสวรรค์" ในบึงหนองหาร สกลนคร
bulletกู้ "หนองหาร" ด้วยมือเรา.....เริ่มต้นที่บ้าน
bulletบทเรียนอันเจ็บปวดของเขื่อนในอเมริกา....ฤา จะสะท้อนสามแสนล้านบาทเพื่อจัดการน้ำของไทย
bulletโบราณวัตถุพันปีสกลนคร....อยู่ในภาวะเสี่ยงสูญหาย
bulletภัยมืดรุกชาวสกล...จากสาหร่ายพิษในหนองหาร
bulletกรมศิลปากรโยนหินถาม...เอกสารสิทธิ์ทับคูเมืองโบราณ จะออกทางไหน
bulletน้ำท่วม "ตัวเมืองสกล" บทเรียนที่น่าจะถึงเวลาสรุปเสียที
bulletพายุ "นกกระเตน" ทำเสียหายสวนยางเมืองสกล
bulletฤา...นโยบาย 300 บาท จะช่วยบรรเทาปัญหา “หัวดำออก หัวหงอกเลี้ยง”
dot
อินเดียน่าโจนส์ (ภาคสรรค์สนธิ)
dot
bulletยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวเส้นทาง "ราชมรรคา"
bulletThe Riddle of Ayutthaya
bulletOperation Bhishma 2016 ปฏิบัติการดาราศาสตร์ข้ามทวีป ..... การหมุนรอบตัวเองและวงโคจรของโลกยังคงปกติหรือไม่?
bulletทำไมวันปีใหม่ต้องเป็น 1 มกราคม? Why does the new year begin on January 1 ?
bulletผลการดูงานสหกรณ์การเกษตรประเทศไต้หวัน 23 - 26 สิงหาคม 2559
bulletSt.Peter's Fish โปรโมทการท่องเที่ยวและสร้างอาชีพใหม่....สกลนคร
bulletประกาศิตเทพเจ้ากูกูลข่าน The Return of God Kukulkan
bulletปฏิบัติการดาราศาสตร์ข้ามทวีป Operation Transcontinental Equinox 2016
bulletวางผังเมืองเชียงใหม่ด้วยวิธีดาราศาสตร์
bulletกุมภาพันธ์ ปี "อธิกสุรทิน" ทำไมต้อง 29 วัน
bulletมองผ่านประตูพระธาตุพนมในอีกมุม
bulletจับพิรุธรูปสลักหินอ่อน "กษัตริย์เดวิท" ที่เมืองฟอร์เรนซ์
bulletย้อนอดีตกรุงเก่าอยุธยา ถือฤกษ์ "รามนะวามิ"
bulletท่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ "โสมสูตร" ที่ปราสาทขอมในกัมพูชาหายไปไหนหมด
bulletอาทิตย์ตั้งฉากกับพุทธสถานชื่อดังในวันวิสาขบูชาโลก
bulletประตูเมืองโบราณสกลนครอยู่ตรงไหน
bulletTourism Gimmick
bulletปราสาทพิมายในมุมมองวิทยาศาสตร์
bulletมองปราสาทขอม ในแง่มุมดาราศาสตร์ การเมือง และความเชื่อ โดยนักรบออนไลน์ กับไกด์มืออาชีพ
bulletตรุษจีน ตรุษเวียต ตรุษไทสกล และบุญเบิกฟ้า
bulletปริศนา "ปราสาทบายน" ฤา.....มนุษยชาติจะผ่านพ้นความขัดแย้ง
bulletประสูติ ตรัสรู้ ปรินิพพาน ทำไมต้องใช้ชื่อว่า "วิสาขะ"
bulletราหู.....น้ำอมฤต.....สนามบินสุวรรณภูมิ
bulletอาณาจักร "ทวารวดี" ทำไมจึงล่มสลาย
bulletไขประตูสู่อดีตพระธาตุเชิงชุม ...... ในอีกมุมมอง
bullet"มาฆบูชา" ทำไมต้องใช้ชื่อนี้
bullet"ทัชมาฮาล" ในมุมมองดาราศาสตร์
bulletคำสอนพุทธองค์เปล่งประกายอีกครั้งในดินแดนภารตะ
bulletเมือง "สารนาท" ที่มาแห่งวันอาสาฬหบูชา
bulletพระธาตุดุม....ในอีกมุมมอง
bulletถอดจารึกขอม "ภูถ้ำพระ" ทำไมพระพุทธรูปไปอยู่ที่นั่น
bulletแกะรอย "สุริยะเทพ" ที่ปราสาทพนมบาเค็ง
bulletหนองหารหลวงเมืองหน้าด่าน ยันกับอาณาจักรจาม
bulletถอดความศิลาจารึกพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 พบ "ฤกษ์อโรคยาศาล"
bulletมุมมองใหม่ "สะพานขอม" ฝายทดน้ำชลประทาน
bulletปราสาทหินพิมาย กับสามเหลี่ยมพุทธมหายาน
bulletจากพระธาตุเชิงชุม ถึงพุทธคยา
bulletปราสาทขอมเมืองสกล.....เอาหินมาจากไหน ?
bulletไขความลับปราสาทนารายณ์เจงเวง
bulletถอดรหัสขอมพันปี 80 องศา พบราศีเมษ
bulletหลากมิติอารยธรรม 4 ยุค "บ้านท่าวัด" ริมหนองหาร สกลนคร
bulletไขปริศนาปราสาทพนมรุ้ง
bullet13 เมษายน 2551 วันสงกรานต์ จริงหรือ ?
bullet21 มี.ค. 51 ปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ของโลก
bulletตำนานวันปีใหม่ มิติแห่งกาลเวลาของมนุษยชาติ
bulletเข้าพรรษา ปี 2550 ทำไมต้องมีเดือนแปดสองหน
bulletมหาสงกรานต์ 13–15 เม.ย.
bulletDownload ภาคสรรค์สนธิ
bulletปฏิบัติการอีราโตสทีเนสวัดโลกทั้งใบ ด้วยไม้แท่งเดียว
dot
รายการการศึกษาที่น่าสนใจ
dot
bulletความรู้เรื่องพระไตรปิฎก
bulletวัดอภัยสมุทร
bulletสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน
dot
คอลัมน์กิตติมศักดิ์
dot
bulletบ่าวคำหอม ล่ะเบ๋อ
bulletอินเดียน่าโจนส์ (ภาคสรรค์สนธิ)
dot
เว็บที่เกี่ยวข้อง
dot
bulletจังหวัดสกลนคร
bulletเทศบาลเมืองสกลนคร
bulletม.ราชภัฏสกลนคร
bulletจดหมายเหตุเมืองสกลนคร
bulletเทศบาลเมืองนครพนม
bulletเทศบาลตำบลอากาศอำนวย
bulletศูนย์ประติมากรรมกรุงเทพ
bulletweb thaiNGO
bulletสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสกลนคร
dot
นานาสาระ
dot
bulletฝนหลวง
bulletรวมชีวประวัติ ปฏิปทา คติธรรมคำสอนพระกรรมฐาน
bulletฐานรากเศรษฐกิจพอเพียง
bulletบทความน่าสนใจ จากสื่อไทย
bulletรู้ไว้ใช่ว่า ใส่บ่าแบกหาม
bulletพจนานุกรมภาษาอีสาน
bulletข้อคิดดีๆจากภาพยนต์
dot
ข้อมูลเกี่ยวกับขยะ
dot
bulletพลังงานจากขยะ
bulletตัวอย่างโครงการคัดแยกขยะ
dot
ข่าวประชาสัมพันธ์
dot
bulletข่าวสาร บ้านเฮา
bulletข่าว เด่นประเทศเพื่อนบ้าน
bulletช่าว สด ข่าวเด่น
bulletแวดวง BCL.
bulletประมวลภาพ โรตารีสกลนคร ไปทัวร์ยูนนาน
bulletชมรมส่งเสริมคนดีเมืองสกล
bulletกลุ่มศิลป์เพื่อชีวิต
bulletกิจกรรมกลุ่ม young
dot
มุมสุนทรียภาพ
dot
bulletแวดวง ศิลปะ
bulletท่องเที่ยว
bulletแผนที่ทางดาวเทียม
bulletแผนที่ทางหลวง
bulletภาพเก่าๆ ของหัวใจใหม่ๆ
dot
ช่องทางส่งข้อมูล
dot
bulletทาง E-mail
bulletปฏิบัติการ "อีราโทสทีเนส" วัดเส้นรอบวงโลกด้วยไม้แท่งเดียว




ช่าว สด ข่าวเด่น

 

ชี้ไทยมีความสามารถในการผลิตอาวุธนิวเคลียร์
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 18 ตุลาคม 2549 11:37 น.
อานุภาพของนิวเคลียร์
       แนสแด็ก/เอพี - หัวหน้าสำนักงานงานพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (ไอเออีเอ) กล่าวเตือนว่ามีอีกกว่า 30 ประเทศที่มีเทคโนโลยีที่นำไปสู่การผลิตอาวุธนิวเคลียร์ในเวลาอันสั้น ในจำนวนนั้นมีไทยรวมอยู่ด้วย
       
       โมฮัมเหม็ด เอลบาราเด หัวหน้าสำนักงานไอเออีเอ กล่าว่าเป็นเรื่องเย้ายวนสำหรับอีก 20 หรือ 30 ประเทศที่มีเทคโนโลยีที่สามารถผลิตอาวุธนิวเคลียร์ในระยะเวลาอันสั้น แม้ประเทศดังกล่าวจะยืนยันว่าไม่ได้ต้องการพัฒนาเทคโนโลยีนิวเคลียร์เพื่อผลิตอาวุธ แต่ในทางทฤษฎีแล้วเทคโนโลยีดังกล่าวสามารถทำให้ประเทศเหล่านั้นพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ขึ้นได้
       
       การออกมากล่าวเตือนของไอเออีเอ มีขึ้นหลังมีความหวาดวิตกจากการทดสอบนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ ขณะที่อิหร่านกำลังยั่วยุคำเรียกร้องของคณะมนตรีความมั่นคงสหประชาชาติในการระงับการแปรรูปยูเรเนียม ซึ่งอาจเป็นการจุดประกายให้ชาติในเอเชียและตะวันออกกลาง หันมาผลิตอาวุธนิวเคลียร์เพราะรู้สึกว่ากำลังถูกคุกคาม
       
       ไอเออีเอ ชี้ว่าประเทศที่กำลังมีโครงการแปรรูปยูเรเนียมคือ บราซิล ส่วนชาติอื่นอย่าง ออสเตรเลีย อาร์เจนติน่า และแอฟริกาใต้ เคยเปิดเผยว่าอยู่ระหว่างพิจารณาแปรรูปนิวเคลียร์เพื่อพลังงาน
       
       นอกจากนี้ไอเออีเอระบุต่อว่า แคนาดา เยอรมนี สวีเดน เบลเยียม สวิตเซอร์แลนด์ ไต้หวัน สเปน ฮังการี สาธารณรัฐเช็ก สโลวาเกีย และ ลิทัวเนีย มีความสามารถในการผลิตอาวุธนิวเคลียร์ได้ในเวลาอันสั้น แม้ประเทศเหล่านี้จะเป็นสมาชิกของประเทศปลอดอาวุธนิวเคลียร์ก็ตาม
       
       ญี่ปุ่น เป็นอีกชาติที่ออกมายืนยันว่าไม่มีแผนพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ แต่เป็นที่ทราบกันดีว่าญี่ปุ่นมีเทคโนโลยีนิวเคลียร์ที่ใช้ผลิตไฟฟ้าอยู่แล้ว ขณะที่เกาหลีใต้ที่ใช้นิวเคลียร์ในด้านพลังงานเช่นกัน แต่เมื่อหลายปีก่อนพบว่าพวกเขามีการทดลองลับเกี่ยวกับการพัฒนายูเรเนียม ที่คาดกันว่าอาจจะใช้ในการสงคราม
       
       ด้านประเทศอื่นที่เอไออีเอระบุว่ากำลังพิจารณาพัฒนาโปรแกรมนิวเคลียร์ในอนาคตอันใกล้นี้มี อียิปต์ บังกลาเทศ กานา อินโดนีเซีย จอร์แดน นามิเบีย มอลโดวา ไนจีเรีย โปแลนด์ ไทย ตุรกี เวียดนาม และ เยเมน
       
       สำหรับประเทศที่ยืนยันว่ามีอาวุธนิวเคลียร์อย่างเป็นทางการมี สหรัฐอเมริกา รัสเซีย จีน ฝรั่งเศส และอังกฤษ ส่วนอีกชาติที่ทราบกันดีว่ามีไว้ในครอบครองคืออินเดีย ปากีสถาน อิสราเอล และเกาหลีเหนือ

นักเศรษฐกิจพอเพียงบังกลาเทศได้โนเบลสันติภาพ

13 ตุลาคม 2549 21:11 น.
(Update)'มูฮัมหมัด ยูนุส' ผู้จัดการ 'กรามิน แบงก์' คว้าโนเบลสันติภาพ จากการสร้างระบบการเงินช่วยเหลือคนจน หลังเริ่มต้นจากทุนเพียง 27 ดอลลาร์ "ไพบูลย์"ชื่นชม ระบุเป็นคนทำงานเพื่อสังคมต่อเนื่องตลอด 30 ปี

กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ : นายมูฮัมหมัด ยูนุส กรรมการผู้จัดการกรามิน แบงก์ แห่งบังกลาเทศ และธนาคารกรามิน แบงก์ ได้รับรางวัลโนเบล สาขาสันติภาพ ประจำปี 2549 ร่วมกันในฐานะช่วยปล่อยสินเชื่อรายย่อยให้กับคนยากจนในประเทศ โดยไม่ต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกันใด

คณะกรรมการพิจารณารางวัลโนเบล ระบุว่า สันติภาพจะไม่ยั่งยืน หากคนหมู่มากไม่สามารถหาทางหลุดพ้นจากความยากจนได้

นายโมฮัมหมัด ยูนุส นักการธนาคารผู้ได้รับฉายา “นายธนาคารคนยาก” แห่งบังกลาเทศคว้ารางวัลโนเบล สาขาสันติภาพในปีนี้จากการประกาศที่มีขึ้นในวันศุกร์ที่ผ่านมา

ผลงานที่สร้างชื่อให้แก่นายยูนุส คือ การจัดตั้งธนาคารกรามีน ธนาคารขนาดเล็กเพื่อให้สินเชื่อแก่ชาวบ้านผู้ยากจนในบังกลาเทศ เมื่อปี 2519 จัดตั้งด้วยเงินทุนส่วนตัวของ นายยูนุส เองเพียง 27 ดอลลาร์ หรือประมาณ 1,080 บาท

โดยในปัจจุบัน มูลนิธิกรามีน ระบุว่า เงินกู้รายย่อยหรือไมโครโลนของธนาคารแก่ชาวบ้านยากจนมีมูลค่ารวมกว่า 5,700 ล้านดอลลาร์ และมีลูกค้าเงินกู้ในปัจจุบัน 6.5 ล้านราย ลูกค้าส่วนใหญ่ร้อยละ 96 เป็นสตรี

แนวคิดธนาคารคนจนของนายยูนุส จะให้เงินกู้แก่ชาวบ้านยากจนผู้ด้อยโอกาส และไร้ที่ดินทำกิน เพื่อนำไปจัดซื้อเครื่องมือการประกอบอาชีพของตัวเอง ตัดวงจรพ่อค้าคนกลาง

เพื่อให้ชาวบ้านยากจนเหล่านั้นพึ่งพาตนเองได้ ความสำเร็จของธนาคารกรามีนพิสูจน์ให้เห็นว่าทฤษฎีให้เงินกู้ยืมแก่ชาวบ้านยากจนของนายยูนุส เป็นเรื่องที่สามารถทำให้บรรลุผลสำเร็จได้

ด้าน นายไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความ มั่นคงของมนุษย์ (พม.) กล่าวถึงการรับรางวัลดังกล่าวว่า นับเป็นเรื่องที่ดีมาก เพราะนายโมฮัมหมัด ยูนัส เป็นคนทำงานเพื่อคนจนมายาวนานถึง 30 ปี

ทำให้คนจนสามารถพึ่งพาตัวองได้ อีกทั้งเขายังทำงานอย่างต่อเนื่อง โดยมีการปล่อยสินเชื่อขนาดเล็กให้กับคนจน และมีวิธีการบริหารจัดการที่ดี

"ในประเทศไทยมีความพยายามที่จะทำอย่างนั้น แต่ไม่ค่อยได้ผลนัก แต่ก็มีตัวอย่างที่กลุ่มชาวบ้านสามารถก่อตั้งสหกรณ์ออมทรัพย์จนสามารถพึ่งพาตัวเองได้เช่นเดียวกัน"

นายไพบูลย์ กล่าวอีกว่า การช่วยเหลือคนจนของนายโมฮัมหมัด ยูนัส ยังเป็นการนำนวัตกรรมใหม่ๆ เข้าไปช่วยสนับสนุนคนจน



 

ไม่ง้อ3ยักษ์ค้าปลีกลุยตั้งทีมอุ้มโชห่วย

29 กันยายน 2549    กองบรรณาธิการ

"พาณิชย์" ไม่ง้อ "โลตัส-เซเว่น-วัตสัน" ชง "การุณ" ลงนามตั้งทีมอุ้มโชห่วย กระแทก! อย่าอ้างสร้างความเจริญให้ท้องถิ่น ดีเดย์ 3 ต.ค.พิจารณาไกด์ไลน์ค้าปลีก


แหล่งข่าวจากกระทรวงพาณิชย์   เปิดเผยว่า   กรมการค้าภายในได้จัดตั้งคณะทำงานร่วมระหว่างภาครัฐและเอกชน    ที่จะเข้ามาแก้ปัญหาการขยายสาขาของค้าปลีกขนาดใหญ่   โดยอยู่ระหว่างเสนอนายการุณ  กิตติสถาพร  ปลัดกระทรวงพาณิชย์  ลงนามเห็นชอบ ทั้งนี้ เป็นผลสืบเนื่องจากที่ผู้ประกอบการค้าปลีก  7  ราย ได้แก่ บิ๊กซี, คาร์ฟูร์, แม็คโคร, เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล, บู๊ทส์ รีเทล, แฟมิลี่มาร์ท  และฟู้ดแลนด์ ยอมร่วมมือที่จะชะลอการขยายสาขาค้าปลีกออกไป 30 วัน และจะหารือเพื่อแก้ไขผลกระทบ
ส่วนค้าปลีกขนาดใหญ่อีก  3 ราย คือ เทสโก้ โลตัส, เซเว่น-อีเลฟเว่น และเซ็นทรัล วัตสัน ที่ยังไม่ให้ความร่วมมือกับภาครัฐ  โดยเฉพาะกรณีของเทสโก้  โลตัส ที่ไม่มีกำหนดระยะเวลาว่าจะให้คำตอบการชะลอขยายสาขาได้เมื่อไรนั้น   กรมฯ คงไม่ไปติดตาม แต่จะเดินหน้าทำงานกับผู้ประกอบการ 7 รายที่ให้ความร่วมมือ
"กรมฯ  คงไม่มานั่งรออีก  3 รายว่าจะให้ความร่วมมือเมื่อไร แต่จะเดินหน้าทำงานต่อไป โดยให้สังคมเป็นผู้ตัดสิน   เพราะจะได้รับรู้ได้ว่ารายไหนจริงใจในการให้ความช่วยเหลือค้าปลีกรายย่อย เพราะหากโชห่วยล้มตายไป  หมายถึงคนนับล้านจะกลายเป็นคนจน จะมาอ้างว่าช่วยสร้างความเจริญให้ท้องถิ่นไม่ได้ เพราะเป็นความเจริญบนความทุกข์ของคนส่วนใหญ่มากกว่า" แหล่งข่าวกล่าว
สำหรับคณะทำงานจะประกอบด้วย  ตัวแทนภาครัฐ  มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.)  ตัวแทนโชห่วย  และตัวแทนค้าปลีกรายใหญ่ คาดว่าจะสามารถประชุมนัดแรกได้ในสัปดาห์หน้า ซึ่งจะมีการหารือถึงแนวทางการขยายสาขา เช่น การก่อสร้างในสาขาใดบ้างที่จะสามารถชะลอได้ โดยไม่เกิดความเสียหาย ก็ให้ชะลอ แต่หากมีเงื่อนไขจำเป็นต้องเดินหน้าการขยายสาขา ผู้ประกอบการต้องมีส่วนช่วยในการลดผลกระทบของโชห่วยในท้องถิ่น
อย่างไรก็ตาม   การตั้งคณะทำงานร่วมเป็นเพียงการแก้ไขปัญหาระยะสั้นของผลกระทบโชห่วยไทยเท่านั้น   ซึ่งการแก้ไขปัญหาระยะยาวคือ   การออกฎหมายค้าส่งค้าปลีกมาบังคับใช้  โดยขณะนี้กรมฯ ปรับปรุงร่างกฎหมายเกือบสมบูรณ์แล้ว  คาดว่าจะเสนอให้ปลัดกระทรวงพาณิชย์พิจารณาได้ในสัปดาห์หน้า เพื่อเตรียมพร้อมเสนอรัฐบาลใหม่พิจารณาเห็นชอบประกาศเป็นกฎหมายต่อไป
ส่วนแนวทางปฏิบัติการค้าที่ไม่เป็นธรรม  (ไกด์ไลน์)  กรมฯ  จะเสนอในที่ประชุมคณะกรรมการแข่งขันทางการค้าในวันที่ 3 ต.ค.นี้.

 

'โพลล์'ชี้ประชาชนเห็นด้วยกรณีรัฐประหาร 83.98%
โดย Bangkokbiznews วัน พุธ ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2549 17:57 น.
สวนดุสิตโพลล์ ระบุผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนจำนวน 2,019 คน กรณี:รัฐประหาร เห็นด้วยถึง 83.98% เพราะความวุ่นวายต่างๆ จะได้ยุติลง ลดความตึงเครียดทางการเมือง และจะได้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง



จากเหตุการณ์การรัฐประหารในวันที่ 19 กันยายน 2549 โดยคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข มีกระแสการวิพากษ์วิจารณ์จากประชาชนอย่างกว้างขวาง “สวนดุสิตโพล”มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต จึงได้สอบถามความคิดเห็นของประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 2,019 คน (คนกรุงเทพฯ 875 คน 43.34% คนต่างจังหวัด 1,144 คน 56.66 %) โดยสำรวจในวันที่ 20 กันยายน 2549 สรุปผลได้ดังนี้

1. ประชาชนเห็นด้วยหรือไม่? กับการรัฐประหารในครั้งนี้

อันดับที่ 1 เห็นด้วย
กทม. : 81.60%
ตจว. : 86.36%
ภาพรวม : 83.98%

เพราะ ความวุ่นวายต่างๆ จะได้ยุติลง, ลดความตึงเครียดทางการเมือง, จะได้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง, เหตุการณ์ทางการเมืองจะได้ดีขึ้น ฯลฯ

อันดับที่ 2ไม่เห็นด้วย
กทม. : 18.40%
ตจว. : 13.64%
ภาพรวม : 16.02%

เพราะ ทำให้ภาพลักษณ์ของประเทศแย่ลง, ความเชื่อมั่นลดลง, ทำให้การเลือกตั้งล่าช้าไปอีก, มีผลกระทบกับเศรษฐกิจของไทย ฯลฯ


2. ประชาชนคิดว่าการรัฐประหารครั้งนี้จะทำให้การเมืองไทยเป็นอย่างไร?

อันดับที่1 การเมืองดีขึ้น
กทม. : 72.80%
ตจว. : 77.27%
ภาพรวม : 75.04%

เพราะ เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองครั้งใหญ่, ระบบการทำงานของการเมืองจะได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น, ต่างคนต่างทำหน้าที่ไม่มีการเมืองมาครอบงำ ฯลฯ

อันดับที่ 2 การเมืองไทยเหมือนเดิม
กทม. : 20.00%
ตจว. : 20.45%
ภาพรวม : 20.22%

เพราะ นักการเมืองเก่าๆยังมีอยู่, ยังคงมีการเล่นพรรคเล่นพวก, หาผลประโยชน์เข้าตัว ฯลฯ


อันดับที่ 3 การเมืองไทยแย่ลง
กทม. : 7.20%
ตจว. : 2.28%
ภาพรวม : 4.74%

เพราะ เป็นการถอยหลังเข้าคลอง, มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นในการลงทุน ฯลฯ
 
สนับสนุนเนื้อหาโดย
 

 

โฟกัส : ย้อนรอย 11 วันก่อนจะเป็น'นายกฯเร่ร่อน'

ย้อนรอย 11วัน หลังจากที่ "ทักษิณ" ก้าวย่างออกจากแผ่นดินสยาม ก่อนจะพบจุดจบเป็น "นายกฯ เร่ร่อน"

กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ :  

สายๆของวันที่ 9 กันยายน ขณะนั้น พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ผู้เชื่อถือในเรื่องโชคลางอาจลืมไปว่า การเลือกเดินทางไปเยือนประเทศทากิจกีสถานในวันนี้ถือเอาฤกษ์กบฎ 9 กันยา เข้าพอดิบพอดี

เพราะเมื่อ  21 ปีก่อนพล.ต.มนูญ รูปจรและคณะนำรถถังออกมาโค่นรัฐบาลพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ แต่ล้มเหลว

และในวันที่พ.ต.ท.ทักษิณ เริ่มโปรแกรมทัวร์ถอยหลังสู่ภาวะซัดเซพเนจรครั้งนี้ ยังเป็นวันที่คณะนักวิชาการไปยื่นหนังสือถึงพล.อ.เปรม ที่บ้านสี่เสาเพื่อประกาศเจตนารมณ์หยุดระบอบทักษิณ พร้อมชู"ป๋าเปรม"เป็นแบบอย่างของคนไทยอีกด้วย

พ.ต.ท.ทักษิณ ไปขึ้นเครื่องที่บน.6 ท่ามกลางการอารักขาของหน่วยทหารพร้อมอาวุธยุทโธปกรณ์สงครามครบมือเพื่อยังกลิ่นของคาร์บอมบ์และรัฐประหารยังไม่จาง

วันรุ่งขึ้น 10 กันายน กลิ่นปฏิวัติเริ่มโชยหนักขึ้น  พ.ต.ท.ทักษิณซึ่งเดินทางไปถึงกรุงเฮลซิงกิประเทศฟินแลนด์ เพื่อเข้าร่วมประชุมอาเซ็มได้พูดกับนักข่าวว่า ไม่ได้เป็นผู้พูดเรื่องปฏิวัติด้วยตัวเอง ถือเป็นเรื่องของข่าวลือและการปล่อยข่าว

แต่ที่เมืองไทย พล.ร.อ.บรรณวิทย์ เก่งเรียน รองปลัดกระทรวงกลาโหมปฏิบัติการดับเครื่องชน รัฐบาลและพล.อ.ธรรมรักษ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ฐานยุ่มย่ามโผย้ายทหาร โดยที่พล.อ.ธรรมรักษ์ประกาศจะเล่นงานตามกฎหมาย

ขณะที่จ่ายักษ์ ตัวละครสำคัญคดีคาร์บอมบ์ระบุว่า มีนายพล 3 นายแห่งกองทัพบก เข้าร่วมขบวนการลอบสังหารนายกฯ

วันที่ 11กันยายน เสร็จสิ้นการประชุมอาเซ็มที่ประเทศฟินแลนด์ พ.ต.ท.ทักษิณ เกิดเป็นไข้ขึ้นมากระทันหัน

จึงพาคณะเดินทางไปพักผ่อนที่ประเทศอังกฤษ เพื่อเตรียมเข้าร่วมประชุ่มกลุ่มประเทศไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดที่ประเทศคิวบา

พ.ต.ท.ทักษิณ พุดติดตลกกับนักข่าวว่า ที่ยังไม่กลับประเทศไทยนั้น"ไม่ใช่เพราะขอลี้ภัย"

รุ่งขึ้น 12กันยายน อุณภูมิการเมืองในเมืองไทยร้อนระอุขึ้นเป็นลำดับ ขณะที่ พ.ต.ท.ทักษิณเสร็จภารกิจที่ฟินแลนด์ แล้วมาพำนักอยู่ในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ

โดยกลุ่มอาจารย์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แถลงข่าวว่าจะนัดชุมนุมกันในวันที่ 14 กันยายน เพื่อกดดันให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ยุติบทบาททางการเมือง

ขณะที่ตัวแทนอาจารย์จุฬา และ เครือข่ายด้านสุขภาพเข้าพบ พล.อ.เปรม ที่บ้านสี่เสาเทเวศร์

โดยที่หนังสือพิมพ์เริ่มเปิดประเด็น พ.ต.ท.ทักษิณพูดผ่านรายการสถานีสนามเป้าว่า อาจจะเว้นวรรคการเมือง

วันที่ 13 กันยายน พ.ต.ท.ทักษิณใช้เวลาระหว่างอยู่ที่อังกฤษ เขียนจดหมายจากต่างประเทศถึงสมาชิกพรรคไทยรักไทย และประชาชน ขณะที่เทปสัมภาษณ์ พ.ต.ท.ทักษิณ เริ่มออกอากาศทางช่อง 5 เป็นตอนแรก 

ในวันเดียวกันนี้ พล.อ.สนธิ บุณยรัตกลิน ผู้บัญชาการทหารบกให้สัมภาษณ์ว่า ทหารไม่คิดปฏิวัติ กระแสที่ออกมาเป็นการปล่อยข่าวเพื่อกันไม่ให้ทหารปฏิวัติมากกว่า

ถัดมา วันที่ 14 กันยายน เครือข่ายจุฬาเชิดชูคุณธรรมชุมนุมภายในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยกดดันให้พ.ต.ท.ทักษิณยุติบทบาททางการเมือง

พล.ท.พลางกูร กล้าหาญ โฆษกกองทัพบกแถลงยืนยันว่า ทหารไม่คิดปฏิวัติ ขณะที่นายสนธิ ลิ้มทองกุลประกาศว่าจะชุมนุมใหญ่ในวันที่ 22 กันยายนเพื่อกดดันไม่ให้พ.ต.ท.ทักษิณกลับประเทศ

วันที่ 15 กันยายน พ.ต.ท.ทักษิณให้สัมภาษณ์นักข่าวระหว่างเดิทางไปประชุมกลุ่มนามที่ประเทศคิวบาว่า อาจจะเว้นวรรคทางการเมือง โดยอาจจะประกาศในวันรับสมัครเลือกตั้ง สอดคล้องกับเทปรายการที่ออกอากาศทางช่อง 5 ว่าด้วยเรื่อง อาจเว้นวรรคพอดิบพอดี 

พ.ต.ท.ทักษิณยังพูดเลยไปด้วยว่า เขานั้นเปรียบเหมือนพล.อ.เปรม ที่เคยถูกประชาชนขับไล่เมื่อครั้งเป็นนายกรัฐมนตรีครบ 8 ปี ทำให้ทหารคนสนิทพล.อ.เปรม และหลายฝ่ายไม่พอใจ

ในวันเดียวกันนี้ พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยมีมติชุมนุมยืดเยื้อตั้งแต่วันที่ 20 กันยายนเป็นต้นไปเพื่อกดดันไม่ให้พ.ต.ท.ทักษิณกลับประเทศ

จะเรียกฝันร้ายในคิวบา ของ พ.ต.ท.ทักษิณก็คงไม่ผิดนัด วันรุ่งขึ้น16 กันยา เกิดเหตุระเบิดขึ้นในย่านการค้าและ ชุมชนอำเภอหาดใหญ่ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 4 คน บาดเจ็บอีกหลายสิบ 

ไม่เพียงเท่านั้น พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยยังคงยืนยันจัดชุมนุม ยืดเยื้อวันที่ 20 กันยายน ขณะที่อีกฝ่ายเริ่มมีการเกณฑ์ประชาชนในอีสานหลายหมื่นคนเพื่อจุดหมายให้เผชิญหน้ากับกลุ่มพันธมิตรประชาชน

วันที่ 17 กันยายน สนธิ ลิ้มทองกุลแถลงยืนยันมติไม่ให้พ.ต.ท.ทักษิณกลับประเทศไทย ขณะที่พ.ต.ท.ทักษิณเขียนจดหมายถึงประชาชนฉบับที่ 2  พ.ต.ท.ทักษิณ บอกกับนักข่าวว่าได้สั่งการให้ ผบ.ทบ. และ ผบ.ตร.ให้ลงไปดูแลแก้ไขปัญหาภาคใต้แล้ว 

รุ่งขึ้นวันที่ 18 กันยายน พ.ต.ท.ทักษิณแสดงความวิตกกังวลเกี่ยวกับปัญหาภาคใต้ออกทางสีหน้า ระหว่างเดินทางจากคิวบามาแวะพักที่แคนคูน เม็กซิโก ก่อนจะต่อไปยังนิวยอร์ค

และวาระสุดท้ายในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 23 สมัยที่ 2 ก็มาถึง

ในวันที่19 กันยายน เช้าวันนั้นเวลา 09.00 น. พ.ต.ท.ทักษิณ ร่วมประชุมคณะรัฐมนตรี ผ่านระบบอินเทอร์เน็ต โดยใช้ web camera จากห้องพักที่โรงแรม Grand Hyatt นิวยอร์กมายังห้องประชุมครม.

พ.ต.ท.ทักษิณอาจไม่ทันได้สังเกตุว่า ผู้บัญชาการเหล่าทัพที่จะต้องมาร่วมประชุมครม.นัดพิเศษเพื่อรับทราบแนวทางแก้ปัญหาภาคใต้พากันหายหน้าไปหมด ส่งเพียงตัวแทนเข้ามาร่วม

กระทั่งค่ำวันนั้นตามเวลาในไทยหรือตอนสายๆวันที่ 18 ที่นิวยอร์ค พ.ต.ท.ทักษิณ จึงเริ่มรู้ข่าวว่า ถูกคณะนายทหารก่อรัฐประหาร

พ.ต.ท.ทักษิณออกแถลงการณ์ตัดหน้าประกาศคณะปฏิวัติ แต่ทุกอย่างก็สายไปหมดแล้ว และสายไปเสียทุกอย่าง แม้กระทั่งจะเดินทางจากนิวยอร์ค ไปพำนักที่อังกฤษ ก็ยังต้องใช้เวลานานนับวัน

 
ผลวิจัยชี้ ดัชนีความสุขมวลรวมของคนไทยลดลง
โดย dailynews วัน พุธ ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2549 11:47 น.
นายนพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยเอแบคโพลล์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เปิดเผยผลวิจัยเชิงสำรวจเรื่อง รายงานดัชนีความสุขมวลรวมของคนไทยภายในประเทศประจำเดือนสิงหาคม ว่า

จากการศึกษาตัวอย่าง 25 จังหวัด จำนวน 4,864 คน ระหว่างวันที่ 25 สิงหาคม – 12 กันยายายน 2549 พบว่าคนไทยมีความสุขลดลงจากเดือนกรกฎาคมจาก 7.29 มาอยู่ที่ 6.34 หรือลดลงจากระดับ “ดี” มาอยู่ที่ “ค่อนข้างดี” ซึ่งสาเหตุมาจากปัจจัย 2 ประการ คือ

การพัฒนาตามแนวระบบทุนนิยมที่ฉุดลากคนไทยให้ต่างคนต่างอยู่และแสวงหาความสุขส่วนตัวแบบบริโภคนิยมและวัตถุนิยม จนละเลยความดีความสุขของชุมชน และความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างกลุ่มต่อต้านระบอบทักษิณ และกลุ่มสนับสนุน

ส่วนปัจจัยในทางบวกที่ทำให้ความสุขของคนไทยยังอยู่ในเกณฑ์ที่ค่อนข้างดีคือ สายสัมพันธ์ของคนในครอบครัวอันเนื่องมาจากในเดือนสิงหาคมมีวันแม่แห่งชาติ และเมื่อจำแนกความสุขมวลรวมตามภูมิภาคต่าง ๆ คะแนนเต็ม 10 พบว่า คนกรุงเทพฯ มีความสุขน้อยที่สุดคือ 5.54 คะแนน และรองอันดับท้ายคือ กลุ่มประชาชนในภาคกลาง 6.08 คะแนน

ที่น่าสนใจคือประชาชนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่มักจะถูกมองว่าอยู่ท่ามกลางความยากจน ด้านข้าวของเงินทองแต่กลับมีคะแนนความสุขมวลรวมสูงเป็นอันดับหนึ่งของประเทศ คือได้ 6.69 นอกจากนี้ ยังพบว่า ประชาชนในภาคดังกล่าวมีการนำหลักเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในชีวิตมากกว่ากลุ่มประชาชนในภูมิภาคอื่น ๆ อีกด้วย
 
สนับสนุนเนื้อหาโดย
 
กรรมการสิทธิฯหวั่นโปแตซขัดแย้งหนัก เรียกนายทุน-ชาวบ้านแจงกรณีปัญหา
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 11 กันยายน 2549 21:52 น.
       ศูนย์ข่าวขอนแก่น - กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเรียกแจงปัญหาเหมืองโปแตช “เปรมชัย”ยันยึดเยอรมันแบบอย่างทำเหมืองที่ดี ด้านกลุ่มอนุรักษ์ชี้เพียง 3 เดือนเกมแยกสลายมวลชนของฝ่ายมวลชนสัมพันธ์อิตาเลียนไทยทำป่วน สร้างกลุ่มหนุนปะทะกลุ่มต้าน
       

       วันนี้( 11 ก.ย.) เวลาตั้งแต่ 09.00 น.- 16.00 น.อนุกรรมการสิทธิในทรัพยากรน้ำและแร่ธาตุ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้จัดเวทีชี้แจงข้อมูลกรณีปัญหาความขัดแย้งในพื้นที่โครงการเหมืองแร่โปแตชอุดรธานี โดยเชิญผู้ที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย นายเปรมชัย กรรณสูตร ประธานกรรมการบริหารบริษัทอิตาเลียนไทย นางสาวประพิมพรรณ สุขชูเกียรติ ผู้จัดการฝ่ายมวลชนสัมพันธ์บริษัทอิตาเลียนไทย นายสุรพงษ์ เชียงทอง ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาอุตสาหกรรมพื้นฐาน กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ นายสุวิทย์ กุหลาบวงษ์ ผู้ประสานงานโครงการศึกษาปัญหาดินเค็มและการจัดการทรัพยากรแร่ภาคอีสาน นางมณี บุญรอด รองประธานกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอุดรธานี และสมาชิกกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอุดรธานี ประมาณ 10 คน โดยได้ให้แต่ละฝ่ายเข้าให้ข้อมูลเป็นระยะ ๆ ตลอดวัน
       
       นายเปรมชัย กรรณสูตร ประธานกรรมการบริหารบริษัทอิตาเลียนไทย ได้ชี้แจงต่ออนุกรรมการฯว่าทางบริษัทเพิ่งเข้ามาซื้อกิจการของบริษัทเอพีอาร์ ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของบริษัทเอเชียแปซิฟิค โปแตช คอร์ปอเรชั่น จำกัด หรือบริษัทเอพีพีซี เจ้าของโครงการเหมืองแร่โปแตชอุดรธานี และมองเห็นปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นและต้องการที่เริ่มต้นขบวนการดำเนินโครงการใหม่ให้ถูกต้องทั้งหมด โดยยึดหลักการมีส่วนร่วมของประชาชนในการดำเนินโครงการอย่างโปร่งใส
       
       นายเปรมชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า ในด้านหลักการทางวิศวกรรรมในการทำเหมืองใต้ดินนั้นได้ไปศึกษาดูงานจากประเทศเยอรมัน ซึ่งเป็นตัวอย่างการทำเหมืองใต้ดินที่ไม่มีปัญหาจึงจะอาศัยเทคโลยีแบบเดียวกันกับที่เยอรมันมาใช้ที่อุดรธานี และคาดว่าจะจัดการกับผลกระทบที่จะตามมาได้ ทั้งนี้เรื่องการใช้น้ำที่หลายฝ่ายเป็นห่วงว่าจะแย่งน้ำในชุมชน บริษัทอิตาเลียนไทยยืนยันว่าจะไม่แย่งน้ำจากชุมชน แ ต่จะผันน้ำจากแม่น้ำขนาดใหญ่ใกล้โครงการเข้ามาใช้ในโครงการ
       
       นางมณี บุญรอด รองประธานกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอุดรธานี ได้ชี้แจงว่า แม้บริษัทจะอ้างอย่างไรก็แล้วแต่ แต่สิ่งที่เกิดในพื้นที่ดูเหมือนจะตรงกันข้ามกับสิ่งที่ผู้บริหารบริษัทฯกล่าว เห็นได้จากเวลาไม่นานเพียงสามสี่เดือนที่บริษัทอิตาเลียนไทยเข้ามาบริหารโครงการ ก็ได้ดำเนินการโดยฝ่ายมวลชนสัมพันธ์ของบริษัทฯ เพื่อแยกประชาชนออกจากกัน
       
       โดยการว่าจ้าง จัดเลี้ยงรูปแบบต่าง ๆ เพื่อให้เกิดกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งขึ้นมาเผชิญหน้ากับกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอุดรธานี เช่น การปลุกระดมให้คนเกลียดชังกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอุดรธานีผ่านสถานีวิทยุคลื่นมวลชนสัมพันธุ์
       
       ล่าสุดทราบข่าวว่าในวันพรุ่งนี้(12 ก.ย.49) ได้มีการจ่ายเงินจ้างกลุ่มเกษตรกรรม กลุ่มกำนันผู้ใหญ่บ้าน และกลุ่มที่อ้างตัวเป็นกลุ่มสนับสุนนโครงการฯ ซึ่งพบว่าทุกกลุ่มมีพนักงานหรือคนของคนของบริษัทเข้ามาเกี่ยวข้อง โดยจะทำให้เกิดการเคลื่อนไหวปะทะกับกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอุดรธานีในวันพรุ่งนี้ หากเกิดจริงก็นับเป็นเหตุการณ์ที่จะส่อเค้าความรุนแรงจากการเผชิญหน้า โดยการกระทำของบริษัท
       
       ด้านนายสุรพงษ์ เชียงทอง ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมอุตสาหกรรมพื้นฐาน กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ กล่าวว่า ตนได้พยายามเตือนบริษัททุกครั้งในเรื่องการกระทำที่จะทำให้เกิดการแตกแยกขัดแย้งรุนแรงเพราะมันจะไม่เป็นผลดีต่อโครงการ โดยแนะนำว่าจะต้องสร้างขบวนการการมีส่วนร่วม เรื่องการฟ้องร้องดำเนินคดีกับแกนนำชาวบ้านตนในฐานะเจ้าของเรื่องในการรังวัดปักหมุดก็ได้นัดกับกลุ่มอนุรักษ์ฯ ว่าจะไปพบอัยการจังหวัดในวันพรุ่งนี้ (12 ก.ย.) เพื่อยืนยันเจตนาว่าไม่ติดใจเอาความกับชาวบ้าน
       
       ทั้งต่อการดำเนินการต่อไป จะได้จัดให้มีการปรึกษาหารือเบื้องต้นกับผู้มีส่วนได้เสียตามมาตรา 88/9 ของ พรบ.แร่ปี 2545 ก่อนจะดำเนินการใด ๆ ต่อไปนายสุรพงษ์กล่าว
       
       ขณะที่นายวสันต์ วานิช ประธานอนุกรรมกรรมทรัยพากรน้ำและแร่ธาตุ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กล่าวว่า ที่ผ่านมามีเรื่องราวที่ทำให้เกิดความไม่สบายใจเรื่องความขัดแย้ง และวันนี้ก็เป็นบรรยากาศที่ดีที่ที่เกิดการพูดคุยกันเพื่อจะได้หาทางออกร่วมกันกับปัญหาที่เกิดขึ้นเพราะ ไม่อยากให้มีความแตกแยกในสังคมมากไปกว่านี้ ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์ละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชนในชุมชน หรือบุคคลเหมือนกับโครงการอื่นที่เกิดขึ้นในประเทศไทยหลายโครงการ
       
       โดยต่อไปอนุกรรมการสิทธิฯ จะได้จัดให้มีการชี้แจงข้อมูลเรื่องรายงานการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือ อีไอเอที่ยังไม่ทราบความคืบหน้ามากนักในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตนเชื่อว่าความรู้ที่ถูกต้องจะลดเรื่องปัญหาความขัดแย้งได้

ปชป.รวม8เรื่องสุดยอด เหน็บทักษิณแสนรู้หมด
โดย komchadluek วัน อังคาร ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2549 06:24 น.
ปชป.รวม 8 เรื่องสุดยอด “ทักษิณ" โอ่รู้ทุกเรื่อง ตั้งฉายาแสนรู้ประจำประเทศไทย ชี้เป็นพฤติกรรมลดความน่าเชื่อถือตัวเอง

(4ก.ย.) นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจออกหมายเรียก 4 นายทหารมาสอบสวนกรณีเกี่ยวพันกับเหตุการณ์คาร์บอมบ์ว่า พรรคอยากให้เจ้าหน้าที่สืบสวนให้ชัดเจนก่อนว่าผู้ที่ถูกออกหมายเรียกเกี่ยวพันกับการลอบสังหารจริงๆ การออกมาหมายเรียกจะต้องมีข้อมูลเพียงพอ เพราะบุคคลที่ถูกออกมาหมายเรียกจะเกิดความเสียหาย ดังนั้น จึงฝากให้ทำอย่างรอบคอบและระมัดระวัง

"เกี่ยวกับเรื่องนี้หาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรี ยังไม่สามารถทำให้ประชาชนเชื่อถือได้ ก็ยากที่จะแก้ปัญหาต่างๆ สิ่งที่ควรทำคือออกมายอมรับความผิด ไม่ใช่ปัดสวะให้พ้นตัว" นายองอาจ กล่าวและว่า

ได้รวบรวมข้อมูลตั้งแต่ปี 2544 จนถึงปัจจุบัน ในเรื่องที่ พ.ต.ท.ทักษิณบอกว่า รู้ทุกเรื่องทั้งหมด 8 เรื่อง คือ 1. เหตุการณ์ลอบวางระเบิดเครื่องบินโบอิ้ง 737 ของการบินไทยที่ระบุทันทีว่า ทราบว่าเป็นกลุ่มใดที่อยู่เบื้องหลัง และยังระบุว่าเป็นการก่อวินาศกรรม

2. การวางระเบิดสถานีรถไฟที่หาดใหญ่เมื่อเดือนเมษายน ปี 2544 บอกว่าเป็นฝีมือพวกโจรห้าร้อยต้องการเรียกค่าคุ้มครอง 3. เดือนมีนาคม 2546 การจับกุมหัวหน้ากลุ่มว้าแดง ราชาค้ายาเสพติด บอกว่ามีการลงขัน 80 ล้านเพื่อสังหารนายกฯ

4.การก่อการร้ายที่ จ.ยะลา เมื่อเดือนกรกฎาคม 2548 บอกว่ารู้ล่วงหน้า 5. กรณีแพ้การเลือกตั้งซ่อม ส.ส. 4 เขต เมื่อเดือนตุลาคม 2548 บอก ว่าข่าววงในบอกว่าจะต้องแพ้เลือกตั้งที่ จ.พิจิตร 2 หมื่นคะแนน 6. การระเบิดศาลากลางจังหวัดยะลา เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2548 บอกว่ารู้ล่วงหน้าแต่ไม่มาก และยอมรับว่ามีขบวนการโค่นล้มตัวเองโดยประชุมกันที่รัฐกลันตัน เดิมเป้าหมายเพื่อจะแบ่งแยกดินแดน แต่ปรากฎว่าด่านายกฯอย่างเดียว

7. ยิงชุดคุ้มกันครูที่จังหวัดยะลา ก็ยังบอกว่ารู้ล่วงหน้า และ 8. ล่าสุดเหตุการระเบิดธนาคารพานิชย์ 11 แห่ง 22 จุดใน จ. ยะลา ก็ยังบอกว่าทราบล่วงหน้าเช่นกัน

“นี่คือการรวมสุดยอด พ.ต.ท.ทักษิณรู้ทุกเรื่อง แสดงว่าเป็นรักษาการนายกกฯแสนรู้ประจำประเทศไทย เพราะเห็นชัดเจนว่ามีพฤติกรรมแบบนี้และจะส่งผลต่อความเชื่อถือในตัวท่านให้น้อยลง” นายองอาจกล่าว
 

โคราชฮือต้าน“โลตัส”ไม่หยุด-ชาวปักฯยกพลปิดล้อม/ปากช่องเปิดเวทีไล่

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 3 กันยายน 2549 21:15 น.

              ศูนย์ข่าวนครราชสีมา - ลูกหลานย่าโมฮือต่อต้านการขยายสาขาของ “เทสโก้ โลตัส”ไม่หยุด ชาวปักธงชัยยกทัพเข้าปิดล้อมหน้าห้างฯโลตัส สาขา นครราชสีมา ด้านชาวปากช่องระดมพลจัดชุมนุม “ผ้าเหลืองโพกหัว” เปิดเวทีปราศรัยใหญ่กลางเมืองพร้อมดึงแกนนำพันธมิตรฯอีสานเข้าร่วมขับไล่ทุนข้ามชาติ-เหลือบข้ามแผ่นดิน ประกาศหลานย่าโมจะร่วมมือกันต่อสู้คัดค้านจนถึงที่สุด พร้อมเตรียมชุมนุมใหญ่ทั้งจังหวัดหน้าห้างฯ เทสโก้-โลตัสสาขา นครราชสีมา ในเร็ว ๆ นี้
       
       วันนี้ (3 ก.ย.49 ) ที่หน้าห้างสรรพสินค้าเทสโก้ โลตัส สาขา นครราชสีมา ถ.มิตรภาพ ต.ในเมือง อ.เมืองนครราชสีมา ประชาชนกว่า 200 คน จาก อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา นำโดย นายพรศักดิ์ พวงพรศรี ประธานชมรมนักธุรกิจอำเภอปักธงชัย รวมตัวกันชุมนุมประท้วงเพื่อต่อต้านการขยายไปเปิดสาขา ของห้างสรรพสินค้าเทสโก้ โลตัส ที่ อ. ปักธงชัย หลังมีกระแสข่าวว่าจะดำเนินการก่อสร้างห้างฯ เทสโก้ โลตัส เอ็กซ์เพรส สาขา ปักธงชัย ในเร็วๆ นี้
       
       นายพรศักดิ์ พวงพรศรี แกนนำประธานชมรมนักธุรกิจอำเภอปักธงชัย กล่าวว่า การรวมตัวกันในครั้งนี้เพื่อแสดงพลังต่อต้านไม่ให้ห้างฯ เทสโก้ โลตัส ขยายสาขาไปที่ อ.ปักธงชัย เนื่องจากจะส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตของชาวบ้าน สร้างความเดือดร้อนให้กับพ่อค้า แม่ค้าผู้ประกอบการค้าปลีกรายย่อยต้องปิดกิจการ รวมทั้งประชาชนระดับรากหญ้าที่ประกอบอาชีพค้าขายตามตลาดสดก็จะหายไปกลายเป็นตลาดสดในห้องแอร์ และจะมีจุดศูนย์รวมเป็นแหล่งดึงดูดเงินของเยาวชนเด็กนักเรียนขนาดใหญ่เกิดขึ้น ก่อให้เกิดค่านิยมการใช้จ่ายฟุ่มเฟือยยากที่จะหยุดยั้งได้
       
       “ผู้ประกอบการค้าปลีกท้องถิ่นและชาวอำเภอปักธงชัยขอยืนยันว่า พวกเราไม่ต้องการห้างฯเทสโก้ โลตัส และหากยังคงดึงกันจะก่อสร้างขึ้น พวกเราก็จะใช้วิธีการต่อสู้คัดค้านที่รุนแรงขึ้นตามไปด้วย” นายพรศักดิ์ กล่าว
       
       ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับความเคลื่อนไหวต่อต้านการเปิดสาขาใหม่ ของ ห้างฯเทสโก้ โลตัส เอ็กซ์เพรส ในพื้นที่ อ.ปากช่อง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งในจำนวนหลายอำเภอขนาดใหญ่ ของ จ.นครราชสีมา ที่ห้างฯเทสโก้ โลตัส มีโครงการขยายกิจการเข้าไปเปิดสาขา นั้น เต็มไปด้วยความเข้มข้นเช่นกัน
       
       โดยเมื่อคืนที่ผ่านมา ( 2 ก.ย.) ที่บริเวณด้านหน้าตลาดไนท์บาร์ซ่าปากช่อง ถ.มิตรภาพ (สายเก่า) อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา กลุ่มนักธุรกิจ พ่อค้า แม่ค้า และประชาชนชาว อ.ปากช่อง, ปักธงชัย, ครบุรี,บัวใหญ่,ด่านขุนทด,สีคิ้ว และ อ.พิมาย จ.นครราชสีมา กว่า 500 คน นำโดยนายชนะศักดิ์ อุ่นเมตตาอารี ประธานชมรมผู้ค้าปลีกอำเภอปากช่อง ได้ชุมนุมแสดงพลังและรณรงค์ต่อต้านการเข้าเปิดสาขาในพื้นที่ อำเภอดังกล่าว ของห้างสรรพสินค้าเทสโก้-โลตัส
       พร้อมเปิดเวทีปราศรัยใหญ่ เพื่อให้ข้อมูลความรู้กับประชาชนเกี่ยวกับผลเสียและความเดือดร้อนต่อผู้ประกอบการรายย่อยท้องถิ่นรวมทั้งประชาชนที่จะเกิดขึ้นจากการรุกเข้ามาของเทสโก้-โลตัส ในพื้นที่
       
       ทั้งนี้แกนนำชมรมผู้ประกอบการค้าปลีก อ.ปากช่อง ได้ผลัดกันขึ้นปราศรัยบนเวที ประกาศจุดยืนที่จะต่อต้านไม่ให้ห้างฯโลตัสเข้ามาเปิดสาขาใน อ.ปากช่องอย่างเด็ดขาด เพราะจะส่งผลกระทบให้ผู้ประกอบการค้าปลีกท้องถิ่นต้องล้มหายตายจากกันไปหมดอย่างแน่นอน เนื่องจากไม่สามารถแข่งขันกับห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ต่างชาติได้ เพราะได้เปรียบทั้งด้านเงินทุน เทคโนโลยี การบริหารจัดการที่เหนือกว่า อีกทั้งการรุกเข้ามาของห้างสรรพสินค้าต่างชาติจะเป็นตัวทำลายวัฒนธรรม วิถีชีวิต การค้าขายของคนท้องถิ่น และจะไม่เหลืออาชีพไว้ให้ลูกหลานได้ทำมาหากินในอนาคต
       
       โดยชมรมผู้ประกอบการค้าปลีกจังหวัดนครราชสีมาทุกอำเภอที่ห้างฯโลตัส มีโครงการจะขยายการลงทุนไปเปิดสาขาใหม่ทั้งหมด ประกอบด้วย อ.ปากช่อง, ปักธงชัย, พิมาย, ด่านขุนทด, บัวใหญ่ ,สีคิ้ว และ อ.ครบุรี จะประสานความร่วมมือกันเป็นเครือข่ายเพื่อต่อต้านห้างฯ เทสโก้-โลตัสไม่ให้เข้ามาตั้งสาขาผูกขาดทางการค้าในท้องถิ่นอย่างถึงที่สุด ซึ่งจะร่วมกันชุมนุมต่อต้านครั้งใหญ่ทั้งจังหวัดในเร็ว ๆ นี้ที่หน้าห้างสรรพสินค้าเทสโก้-โลตัส สาขานครราชสีมา ถ.มิตรภาพ อ.เมือง จ.นครราชสีมา
       
       นอกจากนี้นักการเมืองทั้งนักการเมืองท้องถิ่นและระดับชาติ นำโดย พ.ต.ท.สมชาย เพศประเสริฐ อดีต ส.ส.นครราชสีมา พรรคไทยรักไทย รวมทั้งแกนนำเครือข่ายพันธมิตรฯ ภาคอีสาน เช่น นายอวยชัย วะทา นายสมยงค์ แก้วสุพรรณ ,ดร.อดิศร เนาวนนท์ และ ทพ.ศุภผล เอี่ยมเมธาวี เป็นต้น ได้เดินทางมาขึ้นเวทีร่วมปราศรัยต่อต้านการรุกมาของเทสโก้- โลตัส ในครั้งนี้ด้วย
       
       พ.ต.ท.สมชาย เพศประเสริฐ อดีต ส.ส.นครราชสีมา พรรคไทยรักไทย ได้ประกาศบนเวทีว่า จะร่วมกับผู้ประกอบการค้าปลีก และประชาชนชาวโคราช ต่อสู้กับการเข้ามาผูกขาดทางการค้าของห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ข้ามชาติในทุกรูปแบบ ทั้งทางด้านกฎหมาย และการต่อสู้ทางด้านมวลชนเพื่อรักษากิจการและอาชีพของคนไทยไว้ให้ลูกหลานในอนาคตต่อไป

 

สกอ. เปิดผลจัดอันดับมหาวิทยาลัยไทย
วันที่ 31 ส.ค. 2549




วันนี้(31 ส.ค.) นายภาวิช ทองโรจน์ เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา(กกอ.) เปิดเผยผลการจัดอันดับ(Ranking) มหาวิทยาลัยไทย 50 อันดับ ตามโครงการฐานข้อมูลออนไลน์เพื่อประเมินศักยภาพของมหาวิทยาลัยไทย ว่า การจัดอันดับและประเมินศักยภาพมหาวิทยาลัยไทยประจำปี 2548 เป็นการนำข้อมูลจากมหาวิทยาลัยที่ส่งข้อมูลมายัง สกอ.ประมาณ 60-70 แห่ง จากมหาวิทยาลัยทั้งหมดของรัฐและเอกชนประมาณ 200 แห่ง เพื่อนำข้อมูลมาประเมินศักยภาพใน 2 ด้าน คือ ด้านการเรียนการสอน และด้านการวิจัย ซึ่ง สกอ.ได้นำมาเผยแพร่ใน 50 อันดับแรก โดยแยกมหาวิทยาลัย ออกเป็น 5 กลุ่ม เรียงตามลำดับศักยภาพแต่ละแห่ง

"เชื่อว่าโครงการฐานข้อมูลออนไลน์ จะเป็นประโยชน์ต่อสังคม เนื่องจากขณะนี้อุดมศึกษาไทยยังมีจุดอ่อนในเรื่องการจัดระบบฐานข้อมูลมหาวิทยาลัย เมื่อมีการรวบรวมข้อมูลอย่างเป็นระบบและจัดอันขึ้น ก็จะเป็นข้อมูลให้นักศึกษาใช้ประกอบการตัดสินใจเลือกเข้าศึกษาต่อ อีกทั้งอธิการบดี และผู้บริหารมหาวิทยาลัยจะได้ทราบว่าตนเองจะต้องจะต้องปรับปรุงและพัฒนาสถาบันอุดมศึกษาของตนเองไปในแนวทางใด"

สำหรับผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยกลุ่มดัชนีชี้วัดด้านการวิจัย ปรากฏว่า

กลุ่มดีเลิศ คะแนนตั้งแต่ร้อยละ 75 ขึ้นไป เรียงตามตัวอักษร คือ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี

กลุ่มดีเยี่ยม คะแนนตั้งแต่ร้อยละ 70-75 เรียงตามตัวอักษร คือ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยนเรศวร และสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์
กลุ่มดี คะแนนตั้งแต่ร้อยละ 65-69 เรียงตามตัวอักษร คือ มหาวิทยาลัยบูรพา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ มหาวิทยาลัยศิลปากร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง

กลุ่มพอใช้ คะแนนร้อยละ 55-64 เรียงตามตัวอักษร คือ มหาวิทยาลัยทักษิณ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง มหาวิทยาลัยมหาสารคาม มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ

และกลุ่มต้องปรับปรุง คะแนนร้อยละ 55 ลงไป เรียงตามตัวอักษร คือ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ วิทยาลัยตาปี และวิทยาลัยบัณฑิตบริหารธุรกิจ


ในส่วนการประเมินโดยใช้กลุ่มดัชนีชี้วัดตามด้านการเรียนการสอน ปรากฏว่า

กลุ่มดีเลิศ
คะแนนร้อยละ 75 ขึ้นไป เรียงตามตัวอักษร คือ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และมหาวิทยาลัยมหิดล

กลุ่มดีเยี่ยม คะแนนร้อยละ 70-74 เรียงตามตัวอักษร คือ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ

กลุ่มดี คะแนนร้อยละ 65-69 เรียงตามตัวอักษร คือ มหาวิทยาลัยทักษิณ  มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์

กลุ่มพอใช้ คะแนนร้อยละ 60-64 เรียงตามตัวอักษร ดังนี้ มหาวิทยาลัยนเรศวร มหาวิทยาลัยบูรพา มหาวิทยาลัยมหาสารคาม มหาวิทยาลัยแม่โจ้ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร

และกลุ่มต้องปรับปรุง คะแนนต่ำกว่าร้อยละ 60 เรียงตามตัวอักษร คือ มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ สถาบันเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ วิทยาลัยบัณฑิตบริหารธุรกิจและวิทยาลัยตาปี



ส่วนการจัดอันดับของคณะต่างๆ ที่มีศักยภาพด้านการวิจัย 5 อันดับแรก แยกตามกลุ่มสาขา มีดังนี้

กลุ่มสาขาวิทยาศาสตร์ ได้แก่ วิทยาลัยปิโตรเลียมและปิโตรเคมี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล, สถาบันอณูชีววิทยาและพันธุศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล,คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

กลุ่มสาขาเทคโนโลยี ได้แก่ บัณฑิตวิทยาลัยร่วมด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี, คณะพลังงานและวัสดุ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี, สถาบันวิจัยและพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยมหิดล, คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และสถาบันพัฒนาและฝึกอบรมโรงงานต้นแบบ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี

กลุ่มสาขาชีวการแพทย์ ได้แก่ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สุขภาพ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, คณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล, วิทยาการสาธารณสุข จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

กลุ่มสาขามนุษยศาสตร์และศิลปศาสตร์ ได้แก่ คณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล, โครงการบัณฑิตศึกษาการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ สถาบันพัฒนบริหารศาสตร์, คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

กลุ่มสาขาสังคมศาสตร์ ได้แก่ สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล, คณะบริหารธุรกิจ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์, คณะรัฐประศาสนศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์, วิทยาลัยประชากรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

กลุ่มสาขาเกษตรศาสตร์ ได้แก่ คณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, สถาบันวิจัยทรัพยากรทางน้ำ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, สำนักวิชาเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี, คณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และคณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

กลุ่มสาขาศึกษาศาสตร์ ได้แก่ คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร, คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา, คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม



ส่วนการจัดอันดับของคณะต่างๆ ที่มีศักยภาพด้านการการเรียนการสอน 5 อันดับแรก  แยกตามกลุ่มสาขา มีดังนี้

กลุ่มสาขาวิทยาศาสตร์ ได้แก่ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล, วิทยาลัยปิโตรเลียมและปิโตรเคมี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และคณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

กลุ่มสาขาเทคโนโลยี ได้แก่ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, คณะพลังงานและวัสดุ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี, คณะทรัพยากรชีวภาพและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี, คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ และคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี

กลุ่มสาขาชีวการแพทย์ ได้แก่ คณะแพทย์ศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล, คณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล, คณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล, คณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และคณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

กลุ่มสาขามนุษยศาสตร์และศิลปะศาสตร์ ได้แก่ คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร, คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล, คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเพื่อพัฒนาชนบท มหาวิทยาลัยมหิดล

กลุ่มสาขาสังคมศาสตร์ ได้แก่ สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, คณะรัฐศาสตร์  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดลและคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

กลุ่มสาขาเกษตรศาสตร์ ได้แก่ คณะเกษตร กำแพงแสน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, คณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, สำนักวิชาอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง, คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และคณะเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตปทุมธานี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี

"ผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยในแต่ละกลุ่ม ไม่ได้เรียงตามคะแนน แต่จัดเรียงตามลำดับตัวอักษร โดยความแม่นยำของการจัดกลุ่มจะขึ้นอยู่กับความครบถ้วนและความถูกต้องของข้อมูลดิบที่กรอกโดยแต่ละมหาวิทยาลัย ในส่วนมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์(มธ.) นั้น ได้ให้ข้อมูลมหาวิทยาลัยมายัง สกอ. แต่ไม่ยินดีให้เปิดเผยลำดับ ขณะที่มหาวิทยาลัยเอกชนส่วนใหญ่ประมาณ 60 แห่ง ไม่ได้ให้ข้อมูลมายัง สกอ.จึงไม่ได้นำมาประเมินผลในการจัดอันดับครั้งนี้ด้วย" นายภาวิช กล่าว




ตะลึง! สถิติวัยรุ่นไทยคลอดลูกปีละ 5 หมื่น/ตกเป็นผู้ต้องหาวันละ 82 คน
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 27 สิงหาคม 2549 16:56 น.
              เด็กไทยอ่วม ผับ เธค เน็ตคาเฟ่ อโคจรล้อมรอบตัว สาว 14-19 ปี คลอดลูกปีละ 5 หมื่น เยาวชนชายกลายเป็นผู้ต้องหาวันละ 82 คน สสส.-สถาบันรามจิตติ ผนึก 20 จังหวัด เปิดตัว “ถนนเด็กเดิน” ให้โจ๋ แสดงออก “อมรวิชช์” วอนรัฐ สร้างเมืองน่าอยู่สำหรับเด็ก ข้อมูลต่างชาติยัน ป้องกันเด็กหลงผิด
       
       นพ.สุภกร บัวสาย ผจก.คณะกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า ประเทศไทยมีประชากรวัยเรียน ซึ่งเป็นเยาวชน อายุระหว่าง 6-24 ปี ประมาณ 15,750,000 คน แต่มีแหล่งนันทนาการสำหรับเยาวชนน้อยมาก มีสวนสัตว์ที่ดำเนินการโดยรัฐ 5 แห่งทั่วประเทศ เฉพาะกรุงเทพฯ มีสวนสัตว์ 1 แห่ง สวนสาธารณะ 17 แห่ง ศูนย์ฝึกกีฬา 5 แห่ง พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ 1 แห่ง ศูนย์เยาวชน 26 แห่ง ในต่างจังหวัดมีพื้นที่สาธารณะและลานกีฬา เฉลี่ยจังหวัดละ 26 แห่ง มีกิจกรรมให้ทำน้อยมาก เยาวชนจึงใช้ชีวิตวนเวียนอยู่กับเกมคอมพิวเตอร์ อินเทอร์เน็ต หน้าจอโทรทัศน์ เดินเล่นตามห้างสรรพสินค้า มั่วสุมกันตามผับ เธค บาร์
       
       “เยาวชนไทยจึงตกอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เป็นพิษต่อชีวิต มีพื้นที่เสี่ยง สถานเริงรมย์ มากกว่าพื้นที่ดีถึง 3 เท่า เยาวชนจำนวนมากจึงหลงเดินทางผิด สถิติเยาวชนอายุ 14-19 ปี ที่ตั้งท้องแล้วมาทำคลอดมีสูงถึงปีละ 5 หมื่นกว่าราย ขณะที่มีเยาวชนก่อคดีอาชญากรรมสูงถึงปีละ 3 หมื่นคดี หรือมีเยาวชนกลายเป็นผู้ต้องหาวันละ 82 คน หนทางหนึ่งที่จะลดปัญหาเหล่านี้ คือ การสร้างพื้นที่ดีให้กับเยาวชน ซึ่งมีตัวอย่างให้เห็นชัดจากหลายประเทศว่าสามารถแก้ปัญหาได้จริง”นพ.สุภกร กล่าว
       
       ดร.อมรวิชช์ นาครทรรพ ผอ.สถาบันรามจิตติ กล่าวว่า ในต่างประเทศมีการพัฒนา “เมืองน่าอยู่สำหรับเยาวชน” (Child Friendly Cities) อย่าง เมืองซีแอตเติล รัฐวอชิงตัน ในสหรัฐฯ ที่ถูกจัดเป็นเมืองน่าอยู่สำหรับเยาวชนอันดับ 1 ในกลุ่มเมืองใหญ่ที่มีประชากร 2.5 ล้านคนขึ้นไป มีการลงทุนเรื่องพื้นที่ดีสำหรับเยาวชน และแหล่งเรียนรู้สูงมาก มีสวนสาธารณะและลานกิจกรรมเฉลี่ยถึง 27.5 ไร่ ต่อประชากร 1,000 คน มีหนังสือในห้องสมุดสาธารณะเกือบ 19 เล่ม ต่อเยาวชน 1 คน หรือนครซานฟรานซิสโก ก็มีสวนสาธารณะ ลานกิจกรรมเฉลี่ย 25 ไร่ ต่อประชากร 1,000 คน มีหนังสือเกือบ 15 เล่มต่อเยาวชน 1 คน
       
       “เมืองที่ลงทุนด้านนี้มากๆ นอกจากสภาพแวดล้อมดี มีกิจกรรมให้เยาวชนทุกวัยทำหลากหลาย ปัญหาเยาวชนก็ลดลงอย่างเห็นได้ชัด ทั้ง 2 เมือง วัยรุ่นอายุต่ำกว่า 19 ปี ที่ตั้งท้องลดลงเหลือ 6% ขณะที่เมืองใหญ่อื่นๆ สูงถึง 10-15% ส่วนการเกิดอาชญากรรมความรุนแรงในหมู่เยาวชนมีเพียง 700 ต่อประชากร 1 แสนคน เมืองใหญ่อื่นๆ สูงกว่าถึง 2 เท่า”ดร.อมรวิชช์ กล่าว
       
       ดร.อมรวิชช์ กล่าวอีกว่า Child Watch จึงร่วมกับ สสส.และ สกว.จัดโครงการถนนเด็กเดิน ที่มุ่ง “ขจัดร้าย ขยายดี มีภูมิคุ้มกัน” สร้างพื้นที่คุณภาพให้เด็ก เป็นจุดนัดพบสุดสัปดาห์ให้เยาวชนทุกรุ่นทุกวัยมาทำกิจกรรมหลากหลาย ทั้งเล่น เรียนรู้ เป็นผู้ประกอบการรุ่นใหม่ มีเยาวชนเป็นผู้จัดงานเอง มีผู้นำเยาวชนเป็นแนวร่วม ประสานความร่วมมือกับ ผู้ว่าราชการจังหวัด หวังให้เป็นจุดเริ่มต้นยุทธศาสตร์จังหวัดเรื่องเด็กที่ยั่งยืน เน้นหลัก “เด็กนำ ผู้ใหญ่หนุน” โดยจัดขึ้นใน 20 จังหวัด อาทิ น่าน มหาสารคาม สระแก้ว นนทบุรี และเปิดตัวครั้งแรกที่ จ.อยุธยา อนาคตอยากวิงวอนให้รัฐบาล ทำนโยบายด้านสังคมอย่างจริงจัง โดยเฉพาะเรื่องเยาวชน อาจหนุนแนวคิดเรื่อง “จังหวัดน่าอยู่สำหรับเด็ก” ให้เป็นนโยบายแบบเดียวกับต่างประเทศ เชื่อว่า จังหวัดใดที่น่าอยู่สำหรับเยาวชนก็ย่อมน่าอยู่สำหรับทุกคน

 

ผลวิจัยตอกย้ำ "เขยฝรั่ง" ส่งครอบครัวเมียไทยฐานะดี
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 26 สิงหาคม 2549 13:06 น.
              วิจัยหญิงในชนบทภาคอีสานที่แต่งงานกับชาวต่างชาติเป็นที่ยอมรับของชุมชนและคนในครอบครัวมากขึ้น อีกทั้งทำให้เกิดกระแสไหลเวียนของรายได้ ความสำเร็จทางวัตถุ สถานภาพทางสังคมดีขึ้น และที่สำคัญเขยต่างชาติสามารถสนับสนุนจุนเจือครอบครัวด้านรายได้มากกว่าเขยไทย
       

       สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ (สวช.) เผยแพร่ผลงานวิจัยเรื่อง “การแต่งงานข้ามวัฒนธรรมของผู้หญิงในชนบทอีสาน” ของ ผศ.ดร.บัวพันธ์ พรหมพักพิง มหาวิทยาลัยขอนแก่นและคณะ โดยการสนับสนุนของ สวช. ซึ่งความเป็นมาของผลงานวิจัยครั้งนี้ ผู้วิจัยระบุว่ามีบางจังหวัดในภาคอีสานจัดพิธีบายศรีสู่ขวัญ “เขยฝรั่ง” อย่างเป็นทางการในเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งการที่เขยฝรั่งได้รับเกียรติในพิธีสำคัญและมีคุณค่า ความหมายต่อชาวอีสานเช่นนี้ ผู้วิจัยตั้งข้อสังเกตว่าปรากฏการณ์ดังกล่าวน่าจะเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมชุมชนของเรา เพราะการแต่งงานข้ามวัฒนธรรมนี้มิใช่เป็นเรื่องใหม่ แต่มีมาแต่สมัยก่อนแล้ว เพียงแต่ปัจจุบันมีนัยที่แตกต่างกัน และที่น่าสนใจคือ เป็นการจับคู่ระหว่างฝ่ายชายในประเทศที่มีเศรษฐกิจหรือมาตรฐานการดำรงชีวิตที่อยู่ในกลุ่มชั้นนำ กับฝ่ายหญิงซึ่งมีถิ่นฐานอยู่ในภูมิภาคที่ถือได้ว่ามีความยากจนและล้าหลังที่สุดของประเทศ
       
       ดังนั้น การวิจัยครั้งนี้จึงมีจุดมุ่งหมายเพื่อศึกษาเปรียบเทียบผลกระทบทางด้านวัฒนธรรมชุมชนของการสมรสข้ามวัฒนธรรมระหว่างหญิงไทยในสังคมชนบทอีสานกับชาวตะวันตกและตะวันออก โดยเลือกศึกษาผู้หญิงที่แต่งงานกับชาวตะวันออกและตะวันตกจำนวน 12 กรณี จากชุมชนชนบท 4 แห่ง โดยแบ่งเป็นชุมชนที่มีหญิงแต่งงานกับชาวตะวันตก 1 แห่ง เช่น เยอรมนี เดนมาร์ก อิตาลี เป็นต้น และชุมชนที่หญิงแต่งกับคนตะวันออกอีก 3 แห่ง เช่น ญี่ปุ่น ฮ่องกง ซึ่งการแต่งงานของหญิงไทยกับชาวตะวันออกมักจะเป็นการนำพาของโชคชะตาเป็นหลัก ส่วนการแต่งงานกับชาวตะวันตกนั้น มักเป็น “ความตั้งใจ” ของผู้หญิงในการแสวงหาคู่แต่งงานเป็นหลัก
       
       จากการวิจัยยังพบอีกว่า หญิงที่แต่งงานกับชาวตะวันตกส่วนมากเป็นผู้ที่เคยผ่านการแต่งงานมาก่อน แล้วหย่าร้าง ส่วนหญิงที่แต่งงานกับชาวตะวันออก มีทั้งที่เคยและไม่เคยแต่งงานมาก่อน โดยอายุเริ่มแรกแต่งงานมีตั้งแต่ 19 ปีขึ้นไป และอายุสูงสุด 47 ปี อย่างไรก็ตาม จากกรณีศึกษาทั้ง 12 กรณีไม่พบว่ามีการใช้ช่องทางทางอินเทอร์เน็ตเพื่อนำไปสู่การแต่งงาน แต่ก็เริ่มมีคนรู้จักและเริ่มใช้กันบ้างแล้ว เพียงแต่มีอุปสรรคสำคัญคือ การขาดความรู้และทักษะเพียงพอ และแม้ว่าผู้หญิงที่แต่งกับชาวต่างชาติจะมิใช่กลุ่มที่ยากจนที่สุดในชุมชน แต่หลังการแต่งงานก็ได้ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจนในทรัพยากรทางวัตถุของครัวเรือน หญิงที่แต่งงานกับต่างชาติส่วนใหญ่มีรายได้ประจำจากสามี และการแต่งงานดังกล่าวได้ทำให้เกิดกระแสไหลเวียนของรายได้เพิ่มขึ้น และส่งผลต่อทรัพยากรอื่น ๆ เช่น ครัวเรือนที่หญิงแต่งงานกับต่างชาติและประสบความสำเร็จทางวัตถุ ได้รับการยกย่อง การนับหน้าถือตา สถานภาพก็ปรับเปลี่ยนในทางที่ดีขึ้น
       

       นอกจากนี้ การแต่งงานข้ามวัฒนธรรมยังเป็นที่ยอมรับของชุมชน คนในครอบครัวของหญิงที่แต่งงานข้ามวัฒนธรรม หรือญาติพี่น้องในชุมชนต่างสนับสนุนหญิงในการแต่งงานดังกล่าว เนื่องจากมีความหมายทางเศรษฐกิจมาก คนในชุมชนจะมองว่าเป็น “ช่องทาง” ในการมีรายได้เพิ่มมากกว่าที่อาจจะได้มาจากช่องทางอื่น ๆ และที่สำคัญคือ “เขยต่างชาติ” สามารถสนับสนุนจุนเจือครอบครัวด้านรายได้มากกว่า “เขยไทย”

 

หลวงตาบัวอัปเปหิลูกศิษย์คนดังออกจากวัด

 

โดย komchadluek วัน ศุกร์ ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2549 14:23 น.

"ทองก้อน วงศ์สมุทร" ลูกศิษย์วัดป่าบ้านตาดถูกหลวงตามหาบัวขับออกจากวัด หลังพบหลักฐานยันประพฤติไม่เหมาะสมอย่างรุนแรงเกี่ยวกับการบริหารสถานีวิทยุเสียงธรรมชุมชน

(11ส.ค.) รายงานข่าวจากลูกศิษย์วัดป่าบ้านตาด จ.อุดรธานี ระบุว่าเมื่อวันเสาร์ที่ 5 สิงหาคมที่ผ่านมา หลวงตามหาบัว ญานสัมปันโน แห่งวัดป่าบ้านตาดได้ออกคำสั่งให้นายทองก้อน วงศ์สมุทร ลูกศิษย์ใก้ล้ชิดออกจากวัดแล้ว และห้ามยุ่งเกี่ยวกับเรื่องใดๆของวัดป่าบ้านตาดอีกต่อไป

รายงานข่าวระบุว่าก่อนหน้านี้ราว 1 เดือน มีเจ้าหน้าที่ที่ทำงานในสถานีวิทยุชุมชนที่วัดป่าบ้านตาดจัดทำขึ้นเพื่อเผยแพร่ธรรมะ ได้ไปเล่าให้กับพระรูปหนึ่งในวัดป่าบ้านตาดฟังว่าถูกปฏิบัติไม่เหมาะสมจากผู้ที่ดูแลสถานีฯซึ่งหมายถึงนายทองก้อน จากนั้นพระรูปดังกล่าวได้ไปเล่าเรื่องนี้ให้หลวงตามหาบัวทราบ จากนั้นได้มีการประชุมและสอบสวนเรื่องนี้ซึ่งผลการสอบสวนมีผู้เสียหายและพยานยืนยันชัดเจนจนเชื่อได้ว่าเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องจริง

หลวงตามหาบัวจึงออกคำสั่งให้นายทองก้อนออกจากวัดป่าบ้านตาด โดยให้เหตุผลว่า พฤติกรรมของนายทองก้อนถือว่าทำผิดร้ายแรงไม่เหมาะสมอย่างยิ่งที่จะทำหน้าที่ดูแลสถานีวิทยุที่เผยแพร่ธรรมะ ในตำแหน่งผู้อำนวยการสถานีวิทยุเสียงธรรมชุมชนที่เป็นแม่ข่ายกระจายเสียงไปยังสถานีวิทยุชุมชนต่างๆทั่วประเทศ

นายทองก้อน เป็นที่รู้จักในนามศิษย์ใกล้ชิดของหลวงตามหาบัวเป็นแกนนำในกิจกรรมต่างๆ ของวัดป่าบ้านตาดมานาน ตลอดจนการออกมาเคลื่อนไหวในเรื่องต่างๆ รวมทั้งไปขึ้นเวทีปราศรัยขับไล่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรี ร่วมกับพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยด้วย

เมื่อเรื่องนี้ถูกเปิดเผย ได้พยายามติดต่อไปยังนายทองก้อน เพื่อสอบถามถึงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น แต่ไม่สามารถติดต่อได้ ทราบแต่เพียงว่าขณะนี้เจ้าตัวได้เดินทางเข้ากรุงเทพฯ

 
สนับสนุนเนื้อหาโดย
 

  'ศุภชัย'ชี้ประเทศยากจนที่สุดในโลกไม่ได้ประโยชน์จากศก.ขยายตัว

21 กรกฎาคม 2549 19:09 น.
"เลขาฯอังค์ถัด"ระบุเศรษฐกิจที่เติบโตขึ้น และการพัฒนาเป็นเมืองมากขึ้นสร้างโอกาสน้อยมากแก่ประชาชนในประเทศยากจนที่สุดในโลก และยังทำให้เปราะบางต่อการแข่งขันและตลาดโลกที่เปิดกว้างขึ้น

กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ : "อังค์ถัด"ระบุเศรษฐกิจที่เติบโตขึ้น และการพัฒนาเป็นเมืองมากขึ้นสร้างโอกาสน้อยมากแก่ประชาชนในประเทศยากจนที่สุดในโลก และยังทำให้เปราะบางต่อการแข่งขันและตลาดโลกที่เปิดกว้างขึ้น

อังค์ถัด ชี้ว่าหากประเทศยากจนที่สุดในโลก 50 ประเทศ ในจำนวนนี้ 3 ใน 4 อยู่ในแอฟริกา ไม่สามารถสร้างงานรองรับประชาชนได้เพียงพอ ก็จะเกิดปัญหาคนอพยพไปยังประเทศอุตสาหกรรม และหากไม่สามารถเพิ่มผลผลิตภายในประเทศก็เสี่ยงเกิดวิกฤติถึงขั้นเกิดสงครามกลางเมืองได้ ทั้งนี้ ในช่วงปี 2543-2546 ที่ผ่านมา แรงงานของประเทศยากจนที่สุดในโลกอยู่ในภาคเกษตรถึงร้อยละ 70 แต่คาดกันว่า ในช่วง พ.ศ. 2543-2553 แรงงานนอกภาคเกษตรจะขยายตัวเร็วกว่าแรงงานภาคเกษตรเป็นครั้งแรก

ดร.ศุภชัย พานิชภักดิ์ เลขาธิการอังค์ถัด ชี้ว่าต้องเปลี่ยนการขยายตัวทางเศรษฐกิจให้เป็นการสร้างงานและลดความยากจน ประเทศเหล่านี้ส่วนใหญ่ดำเนินนโยบายเปิดเสรีการค้าอย่างรวดเร็ว ทำให้เศรษฐกิจปี 2547 ขยายตัวเฉลี่ยร้อยละ 5.9 เป็นอัตราสูงที่สุดในรอบ 20 ปี

ขณะที่ความช่วยเหลือจากประเทศร่ำรวยก็เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า จากปี 2542 ประเทศยากจนที่สุดในโลกยังส่งออกน้ำมันและทรัพยากรธรรมชาติในปี 2547 สูงเป็นประวัติการณ์ถึง 57,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2.28 ล้านล้านบาท) เพิ่มขึ้น 5 เท่า จากปี 2546 และมีต่างชาติเข้าไปลงทุนภาคเอกชนถึง 10,700 ล้าน ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 428,000 ล้านบาท) แต่การขยายตัวทางเศรษฐกิจนี้กระจุกตัวอยู่เพียงไม่กี่ประเทศ และแม้นานาชาติมีมาตรการปลดหนี้ให้อย่างต่อเนื่อง

ประเทศเหล่านี้ยังคงแบกรับภาระหนี้ต่างประเทศที่เพิ่มขึ้น อัตราการออมในประเทศยังอยู่ในระดับต่ำ มีการนำเข้าอาหารเพิ่มขึ้น อัตราผลผลิตของประชากรต่ำมาก คิดเป็นสัดส่วน 94 คน ต่อประชากรในประเทศพัฒนาแล้ว 1 คน

อังค์ถัด แนะว่า ต้องปรับปรุงสาธารณูปโภค โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ด้านการคมนาคม โทรคมนาคม และพลังงาน แก้ปัญหาการลงทุนภาคเอกชน เช่น ระบบการธนาคารที่อ่อนแอ สินเชื่อมีต้นทุนสูง และกำหนดยุทธศาสตร์ในการลดความยากจน


 

 
              

 

 


 







Copyright © 2010 All Rights Reserved.
มูลนิธิเพื่อการพัฒนาผู้นำธุรกิจและชุมชน
The Foundation for Business and Community Leadership Development
โดย
นายอารีย์ ภู่สมบูญ
ประธานกรรมการมูลนิธิฯ