ReadyPlanet.com
dot
dot
แนะนำผู้เขียน
dot
bulletนายกสโมสรโรตารีสกลนคร ปีบริหาร 2556 - 2557
bulletสรรค์สนธิ บุณโยทยาน
dot
สากกะเบือยันเรือรบ กับปราสาทภูเพ็ก สกลนคร
dot
bulletปฏิบัติการวันสิ้นโลกภาค 2 ข้ามทวีป ปราสาทภูเพ็ก สกลนคร VS ปีรามิดเผ่ามายา เม็กซิโก
bulletพระพุทธรูปศิลปะขอมซ่อนอยู่ใต้โพรงหินที่ปราสาทภูเพ็ก.....สื่อถึงอะไร
bulletปฏิบัติการภูเพ็ก ดอนสวรรค์ พิสูจน์คำทำนายซินแส ฮวงจุ้ยเมืองสกล
bulletปฏิบัติการ "กาลิเลโอ" วัดความเร็วการหมุนของโลกที่ปราสาทภูเพ็ก
bulletภูเพ็ก....เมกกะโปรเจค นครที่สาปสูญ
bulletปฏิบัติการวันสิ้นโลก 2012 ท้าพิสูจน์ที่ปราสาทภูเพ็ก สกลนคร
bulletความเป็นมาของปราสาทภูเพ็ก
bulletตลึง ! พบ “ฝายหินพันปี” กลางป่าภูเพ็ก
bulletวัดโลกทั้งใบ ไทย กัมพูชา ปฏิบัติการ "อีราโตสทีเนส" ข้ามประเทศ
bulletครบรอบ 10 ปี การค้นพบ "สุริยะปฏิทินพันปี" ปราสาทภูเพ็ก
bulletปรากฏการณ์ดาราศาสตร์ "เหมายัน" 21 -22 ธันวาคม ที่ปราสาทภูเพ็ก
bulletเผยเทคนิคการออกแบบก่อสร้างปราสาทภูเพ็ก
bulletความเป็นมาของสุริยปฏิทิน
bulletพิสูจน์สุริยะวิถี กับปฏิทินมหาศักราชที่ปราสาทภูเพ็ก
bulletรับพลัง "สุริยันจันทรา" ประชันดาวหางแพนสตาร์
dot
เปิดโลกวิทยาศาสตร์
dot
bulletวิเคราะห์ฤกษ์รัตนโกสินทร์ในมุมวิทยาศาสตร์
bulletOperation Rahu for STEMS Education
bulletปฏิบัติการพิมาย ชาตินี้มีครั้งเดียว Operation Phimai Once or Never
bulletนาฬิกาแดดโรงเรียนวิถีธรรม ม.ราชภัฏสกลนคร
bulletทำไมชาวมายาในเม็กซิโกจึงมีรูปร่างหน้าเหมือนคนเอเซีย
bulletปฏิบัติการชูหลี (Operation Chou Li) ยืนยันมุมเอียงโลก 23.5 องศา
bulletปรากฏการณ์ดวงอาทิตย์ตรงศรีษะ (sun overhead)
bulletOperation Rahu 5 วัดระยะทางโลก - ดวงอาทิตย์
bulletOperation Rahu 4 วัดระยะทางโลก - ดวงจันทร์
bulletเกาะติดไปกับยาน New Horizons เผยความลับพลูโต "ดาวเคราะห์ลูกเมียน้อย"
bulletทำนาน้ำน้อยแต่ผลผลิตสูง เป็นไปได้หรือไม่ ?
bulletปฏิบัติการเวกัส 2558 "อีราโต้สทีเน้ส " ภาค 2 วัดโลกทั้งใบด้วยไม้แท่งเดียว
bullet21-22 มิถุนายน ปรากฏการณ์ดาราศาสตร์ "ครีษมายัน" Summer Solstice กลางวันยาวที่สุดในรอบปี
bulletOperation Rahu Episode III 4 April 2015 วัดระยะทางโลกไปดวงจันทร์
bulletปฏิบัติการ "เจนัส" วัดมุมเอียงของโลก
bulletOperation Rahu Episode II สูตรใหม่คำนวณระยะทางโลกไปดวงจันทร์
bulletOperation Rahu Episode I measuring earth to moon วัดระยะทางจากโลกถึงดวงจันทร์ ในปรากฏการณ์จันทรุปราคาเต็มดวง
bulletดางหาง ISON ปรากฏการณ์ดาราศาสตร์ปิดท้ายปี 2556
bulletมองหมากเม่าผ่านมิติดาราศาสตร์
bulletดาราศาสตร์ที่เราเห็น.....ล้วนเป็นภาพลวงตา
bulletเข้าพรรษาปี 2555 ทำไมต้องเดือน 8-8 วิทยาศาสตร์มีคำตอบ
bulletประสบการณ์ตรงเรื่อง "ยูเอฟโอ" ผมคิดแบบวิทยาศาสตร์
bulletโลกล้านปีที่แอ่งสกลนคร
bulletวัดมุมเอียงของโลก...ด้วยไม้แท่งเดียว
bulletเกาะติดการค้นหาชีวิตบนดาวอังคาร กับยาน Curiosity
bulletหม้อหุงข้าวพลังแสงอาทิตย์ นวัตกรรมติดดิน
bulletนาฬิกาแดดต้นแบบมิติเวลาของมนุษยชาติ
bulletภาคปฏิบัติ....วัดโลกทั้งใบด้วยไม้แท่งเดียว
bulletการอบรมเชิงปฏิบัติการ "อีราโทสทีเนส"
bulletชวนครูไทย วัดโลกทั้งใบ ด้วยไม้แท่งเดียว
dot
จับประเด็นร้อน
dot
bulletฤาตำนานหนองหารล่ม.....จะกลายเป็นเรื่องจริง
bulletทำไมคนถึงอยากครอบครอง "ดอนสวรรค์" ในบึงหนองหาร สกลนคร
bulletกู้ "หนองหาร" ด้วยมือเรา.....เริ่มต้นที่บ้าน
bulletบทเรียนอันเจ็บปวดของเขื่อนในอเมริกา....ฤา จะสะท้อนสามแสนล้านบาทเพื่อจัดการน้ำของไทย
bulletโบราณวัตถุพันปีสกลนคร....อยู่ในภาวะเสี่ยงสูญหาย
bulletภัยมืดรุกชาวสกล...จากสาหร่ายพิษในหนองหาร
bulletกรมศิลปากรโยนหินถาม...เอกสารสิทธิ์ทับคูเมืองโบราณ จะออกทางไหน
bulletน้ำท่วม "ตัวเมืองสกล" บทเรียนที่น่าจะถึงเวลาสรุปเสียที
bulletพายุ "นกกระเตน" ทำเสียหายสวนยางเมืองสกล
bulletฤา...นโยบาย 300 บาท จะช่วยบรรเทาปัญหา “หัวดำออก หัวหงอกเลี้ยง”
dot
อินเดียน่าโจนส์ (ภาคสรรค์สนธิ)
dot
bulletAyutthaya the Astronomical City
bulletOperation Bhishma 2016 ปฏิบัติการดาราศาสตร์ข้ามทวีป ..... การหมุนรอบตัวเองและวงโคจรของโลกยังคงปกติหรือไม่?
bulletทำไมวันปีใหม่ต้องเป็น 1 มกราคม? Why does the new year begin on January 1 ?
bulletผลการดูงานสหกรณ์การเกษตรประเทศไต้หวัน 23 - 26 สิงหาคม 2559
bulletSt.Peter's Fish โปรโมทการท่องเที่ยวและสร้างอาชีพใหม่....สกลนคร
bulletประกาศิตเทพเจ้ากูกูลข่าน The Return of God Kukulkan
bulletปฏิบัติการดาราศาสตร์ข้ามทวีป Operation Transcontinental Equinox 2016
bulletวางผังเมืองเชียงใหม่ด้วยวิธีดาราศาสตร์
bulletกุมภาพันธ์ ปี "อธิกสุรทิน" ทำไมต้อง 29 วัน
bulletมองผ่านประตูพระธาตุพนมในอีกมุม
bulletจับพิรุธรูปสลักหินอ่อน "กษัตริย์เดวิท" ที่เมืองฟอร์เรนซ์
bulletย้อนอดีตกรุงเก่าอยุธยา ถือฤกษ์ "รามนะวามิ"
bulletท่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ "โสมสูตร" ที่ปราสาทขอมในกัมพูชาหายไปไหนหมด
bulletอาทิตย์ตั้งฉากกับพุทธสถานชื่อดังในวันวิสาขบูชาโลก
bulletประตูเมืองโบราณสกลนครอยู่ตรงไหน
bulletTourism Gimmick
bulletปราสาทพิมายในมุมมองวิทยาศาสตร์
bulletมองปราสาทขอม ในแง่มุมดาราศาสตร์ การเมือง และความเชื่อ โดยนักรบออนไลน์ กับไกด์มืออาชีพ
bulletตรุษจีน ตรุษเวียต ตรุษไทสกล และบุญเบิกฟ้า
bulletปริศนา "ปราสาทบายน" ฤา.....มนุษยชาติจะผ่านพ้นความขัดแย้ง
bulletประสูติ ตรัสรู้ ปรินิพพาน ทำไมต้องใช้ชื่อว่า "วิสาขะ"
bulletราหู.....น้ำอมฤต.....สนามบินสุวรรณภูมิ
bulletอาณาจักร "ทวารวดี" ทำไมจึงล่มสลาย
bulletไขประตูสู่อดีตพระธาตุเชิงชุม ...... ในอีกมุมมอง
bullet"มาฆบูชา" ทำไมต้องใช้ชื่อนี้
bullet"ทัชมาฮาล" ในมุมมองดาราศาสตร์
bulletคำสอนพุทธองค์เปล่งประกายอีกครั้งในดินแดนภารตะ
bulletเมือง "สารนาท" ที่มาแห่งวันอาสาฬหบูชา
bulletพระธาตุดุม....ในอีกมุมมอง
bulletถอดจารึกขอม "ภูถ้ำพระ" ทำไมพระพุทธรูปไปอยู่ที่นั่น
bulletแกะรอย "สุริยะเทพ" ที่ปราสาทพนมบาเค็ง
bulletหนองหารหลวงเมืองหน้าด่าน ยันกับอาณาจักรจาม
bulletถอดความศิลาจารึกพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 พบ "ฤกษ์อโรคยาศาล"
bulletมุมมองใหม่ "สะพานขอม" ฝายทดน้ำชลประทาน
bulletปราสาทหินพิมาย กับสามเหลี่ยมพุทธมหายาน
bulletจากพระธาตุเชิงชุม ถึงพุทธคยา
bulletปราสาทขอมเมืองสกล.....เอาหินมาจากไหน ?
bulletไขความลับปราสาทนารายณ์เจงเวง
bulletถอดรหัสขอมพันปี 80 องศา พบราศีเมษ
bulletหลากมิติอารยธรรม 4 ยุค "บ้านท่าวัด" ริมหนองหาร สกลนคร
bulletไขปริศนาปราสาทพนมรุ้ง
bullet13 เมษายน 2551 วันสงกรานต์ จริงหรือ ?
bullet21 มี.ค. 51 ปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ของโลก
bulletตำนานวันปีใหม่ มิติแห่งกาลเวลาของมนุษยชาติ
bulletเข้าพรรษา ปี 2550 ทำไมต้องมีเดือนแปดสองหน
bulletมหาสงกรานต์ 13–15 เม.ย.
bulletDownload ภาคสรรค์สนธิ
bulletปฏิบัติการอีราโตสทีเนสวัดโลกทั้งใบ ด้วยไม้แท่งเดียว
dot
รายการการศึกษาที่น่าสนใจ
dot
bulletความรู้เรื่องพระไตรปิฎก
bulletวัดอภัยสมุทร
bulletสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน
dot
คอลัมน์กิตติมศักดิ์
dot
bulletบ่าวคำหอม ล่ะเบ๋อ
bulletอินเดียน่าโจนส์ (ภาคสรรค์สนธิ)
dot
เว็บที่เกี่ยวข้อง
dot
bulletจังหวัดสกลนคร
bulletเทศบาลเมืองสกลนคร
bulletม.ราชภัฏสกลนคร
bulletจดหมายเหตุเมืองสกลนคร
bulletเทศบาลเมืองนครพนม
bulletเทศบาลตำบลอากาศอำนวย
bulletศูนย์ประติมากรรมกรุงเทพ
bulletweb thaiNGO
bulletสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสกลนคร
dot
นานาสาระ
dot
bulletฝนหลวง
bulletรวมชีวประวัติ ปฏิปทา คติธรรมคำสอนพระกรรมฐาน
bulletฐานรากเศรษฐกิจพอเพียง
bulletบทความน่าสนใจ จากสื่อไทย
bulletรู้ไว้ใช่ว่า ใส่บ่าแบกหาม
bulletพจนานุกรมภาษาอีสาน
bulletข้อคิดดีๆจากภาพยนต์
dot
ข้อมูลเกี่ยวกับขยะ
dot
bulletพลังงานจากขยะ
bulletตัวอย่างโครงการคัดแยกขยะ
dot
ข่าวประชาสัมพันธ์
dot
bulletข่าวสาร บ้านเฮา
bulletข่าว เด่นประเทศเพื่อนบ้าน
bulletช่าว สด ข่าวเด่น
bulletแวดวง BCL.
bulletประมวลภาพ โรตารีสกลนคร ไปทัวร์ยูนนาน
bulletชมรมส่งเสริมคนดีเมืองสกล
bulletกลุ่มศิลป์เพื่อชีวิต
bulletกิจกรรมกลุ่ม young
dot
มุมสุนทรียภาพ
dot
bulletแวดวง ศิลปะ
bulletท่องเที่ยว
bulletแผนที่ทางดาวเทียม
bulletแผนที่ทางหลวง
bulletภาพเก่าๆ ของหัวใจใหม่ๆ
dot
ช่องทางส่งข้อมูล
dot
bulletทาง E-mail
bulletปฏิบัติการ "อีราโทสทีเนส" วัดเส้นรอบวงโลกด้วยไม้แท่งเดียว




อินเดียน่าโจนส์ (ภาคสรรค์สนธิ)

ออกเป็นรูปเล่มแล้ว"สุริยะปฏิทิน ขอม๑๐๐๐ปี"วางจำหน่ายแล้ว จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ นัยนาประไพ เล่มละ ๑๕๐ บาทเท่านั้น  หาซื้อได้ตามร้านหนังสือชั้นนำ

 20 มค.50

                                                        ดวงอาทิตย์จะขึ้น ฉายแสงทำมุม 90 องศาตะวันออก อาบยอด ศิวะลึงค์หัก หน้าประตูพระธาตุภูเพ็ก ทุกวันที่ ๒๑ มีนาคม และวันที่ ๒๓ กันยายน ของทุกปี เป็นอย่างนี้มากว่า ๗๐๐ ปีแล้ว

                                    

               สุริยะปฎิทินที่ปราสาทพนมบาแค็ง จังหวัดเสียมเรียบ กัมพูชา                                                แสตมป์ Unseen Thailand สุริยะปฏิทิน ภูเพ็กสกลนคร  

          

                                                             

                               วันที่ ๒๓ ธันวาคม ทุกปี คือวัน"เหมายัน" (Winter solstice)                   วันที่ ๒๑ มีนาคม ทุกปีคือวัน"วสันตวิษุวัต"(Spring equinox)

                                                                                    สุริยะปฏิทินที่พระธาตุภูเพ็ก จังหวัดสกนคร                                                                                                      

สุริยะปฏิทินคืออะไร? 

            บรรพชนชาวสุเมเรี่ยนที่เมืองนิปปูร์ (Nippur) ใช้ข้อมูลความสัมพันธ์ระหว่างโลกและดวงอาทิตย์สร้างปฏิทินขึ้นมาเป็นครั้งแรกเมื่อห้าพันปีที่แล้ว (Nippurian calendar) นับเป็นต้นแบบของปฏิทินในปัจจุบัน พวกเขาใช้ปรากฎการณ์สำคัญทางดาราศาสตร์เป็นตัวกำหนดช่วงเวลาต่างๆในรอบปี นี้

1.วันเริ่มต้นของปีหรือปีใหม่ได้แก่วันที่กลางวันและกลางคืนเท่ากันพอดีในช่วงฤดูใบไม้ผลิ วันนี้ดวงอาทิตย์ขึ้นในทิศตะวันออกแท้(Due east) และตกในทิศตะวันตกแท้(Due west) เพราะทำมุมตั้งฉากกับเส้นศูนย์สูตรของโลก ปัจจุบันเรียกว่า วสันตวิษุวัต (Vernal equinox หรือ Spring equinox) ตรงกับวันที่      21 มีนาคม (หลังจากวันนี้ไปดวงอาทิตย์จะค่อยๆคล้อยไปทางทิศเหนือ และช่วงเวลากลางวันจะเริ่มยาวขึ้นเรื่อยๆ) ณ วันนี้ดวงอาทิตย์อยู่ในจักรราศีเมษ หรือแกะทองคำ (Aries) ทางดาราศาสตร์ถือว่าเป็นวันปีใหม่ โหราศาสตร์สากลก็เรียกว่าจุดเริ่มต้นของราศีเมษ หรือ ปีใหม่เช่นกัน (First point of Aries) 

2.เมื่อดวงอาทิตย์คล้อยไปทางทิศเหนือจนถึงจุดที่ไกลที่สุดแล้ว ณ วันนั้นเรียกว่า ครีษมายัน (Summer solstice) กลางวันจะยาวที่สุดในรอบปี ที่จังหวัดสกลนคร เส้นรุ้ง 17 องศาเหนือ กลางวันยาวถึง 13 ชั่วโมง กลางคืนเหลือเพียง 11 ชั่วโมง ถ้าเป็นที่ทวีปยุโรปและอเมริกา เส้นรุ้ง 30 องศาเหนือขึ้นไปกลางวันจะยิ่งยาวมากขึ้น ขนาดสามทุ่มยังสว่างอยู่เลยและยิ่งใกล้ขั้วโลกจะมองเห็นพระอาทิตย์ลอยอยู่ตอนเที่ยงคืน (Midnight Sun) ปัจจุบันตรงกับวันที่ 21 มิถุนายน ในวันนี้ดวงอาทิตย์ทำมุมฉากกับโลกที่เส้นรุ้ง 23.5 องศาเหนือ และดวงอาทิตย์ก็อยู่ในจักรราศีของกลุ่มดาวฤกษ์ปู (Cancer) จึงเรียกเส้นรุ้งนี้ว่า Tropic of Cancer 

3.จากนั้นดวงอาทิตย์จะเคลื่อนกลับมาทางเก่าและถึงจุดที่กลางวันเท่ากับกลางคืนอีกครั้งหนึ่ง แต่เป็นฤดูใบไม้ร่วง เรียกว่าศารทวิษุวัต (Autumnal equinox หรือ Fall equinox) หลังจากวันนี้กลางวันจะเริ่มหดสั้นเข้าเรื่อยๆ คราวนี้ดวงอาทิตย์ค่อยๆคล้อยกลับไปทางทิศใต้

4.เมื่อดวงอาทิตย์คล้อยไปถึงจุดไกลสุดในทิศใต้ กลางวันจะหดสั้นที่สุดในรอบปี ที่จังหวัดสกลนครเหลือเพียง 11 ชั่วโมง ตอนเลิกงานห้าโมงเย็นก็เกือบมืดแล้ว เรียกว่าเหมายัน (Winter solstice) วันนี้ดวงอาทิตย์ทำมุมฉากกับโลกที่เส้นรุ้ง 23.5 องศาใต้ และดวงอาทิตย์ก็อยู่ในกลุ่มดาวฤกษ์จักรราศีแพะทะเล (Capricornus)  จึงเรียกเส้นรุ้งนี้ว่า Tropic of Capricorn หลังจากวันนี้ไปแล้วกลางวันจะเริ่มยาวขึ้นอีกและดวงอาทิตย์ค่อยๆคล้อยกลับไปทางทิศเหนือจนถึงจุดเดิมที่ปีใหม่ หรือวสันตวิษุวัต           ทั้งหมดนี้กินเวลาทั้งสิ้นประมาณ 365.25 วัน ดังนั้นจึงปัดเศษให้ไปรวมกันเป็น 1 วัน ใน

ปีที่สี่ เดือนกุมภาพันธ์จึงมี 29 วันทุกๆ 4 ปี บรรพชนในสมัยก่อนไม่มีปฏิทินติดข้างฝาเหมือนพวกเราในปัจจุบัน จึงใช้ตำแหน่งการขึ้นของดวงอาทิตย์เป็นตัวบ่งชี้ว่าขณะนี้เราอยู่ในช่วงฤดูอะไร และเพื่อให้ง่ายต่อการสังเกตจึงทำเครื่องชี้ในรูปแบบของสิ่งก่อสร้าง เช่น

หน้า 35

ปราสาท เสาหิน หน้าต่าง ฯลฯ โดยให้ผู้สังเกตยืนอยู่ในจุดใดจุดหนึ่งที่มองเห็นดวงอาทิตย์ในยามเช้าได้ง่าย สำหรับปราสาทภูเพ็กน่าจะเป็นช่องประตูและหน้าต่างโดยดูจากแบบแปลนฐานราก แต่เสียดายที่สร้างไม่เสร็จเพราะมีการผละงานเสียก่อน    

          บรรพชนในอาณาจักรทั่วโลกได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีนี้จากจุดเริ่มต้นที่เมโสโปเตเมีย ไม่ว่าจะเป็นชาวอียิปส์ที่ลุ่มน้ำไนล์ ชาวพื้นเมืองดั่งเดิมในทวีปอเมริกากลางและอเมริกาใต้ ชาวภารตะในชมพูทวีป และชาวขอมในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ที่รับอารยะธรรมมาจากอินเดีย ในสมัยนั้นกิจของมนุษย์ที่จำเป็นต้องใช้สุริยะปฏิทินมี 2 ประการหลักๆ กล่าวคือ

1.วันสำคัญทางศาสนาและวันเฉลิมฉลอง เช่นวันบูชาพระศิวะต้องให้ตรงกับวสันตวิษุวัตเพราะถือว่าเป็นวันศักดิ์สิทธิ์ หรือวันบูชาพระวิษณุตรงกับครีษมายันเพราะเป็นวันที่พระอาทิตย์ร้อนแรงที่สุด เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2545 ที่ผ่านมาชาวอังกฤษจำนวนหนึ่งถึงกับลงทุนเปลือยกายเต้นรำถวายที่หน้ากองหินปริศนา (Stonehenge) เป็นข่าวดังไปทั่วโลก ชาวเมโสโปเตเมียถือว่าวันวสันตวิษุวัตเป็นวันปีใหม่ ปัจจุบันปีใหม่เปลี่ยนไปอยู่ที่ 1 มกราคม เพราะการออกพระราชกฤษฏีกาของโป๊ปเกกอร์รี่ ที่ 13 แห่งกรุงโรม (Pope Gregory XIII) เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม พ..2125 ประกาศใช้ปฏิทินที่ชื่อว่า Gregorian calendar ซึ่งใช้เป็นปฏิทินสากลในปัจจุบัน สำหรับประเทศไทยเรากำหนดวันปีใหม่ตรงกับมหาสงกรานต์ คือวันที่ 13 เมษายน มหาสงกรานต์ก็แปลว่าการเคลื่อนที่ของดวงอาทิตย์เพื่อเปลี่ยนจักรราศีใหม่ที่ยิ่งใหญ่ คือเปลี่ยนจากจักรราศีมีน (Pisces) ไปยังจักรราศีแกะทองคำ (Aries) ซึ่งตามหลักดาราศาสตร์และโหราศาสตร์ถือเป็นจักรราศีแรกของปีจึงยิ่งใหญ่(มหา) แต่จริงๆแล้วเรามีสงกรานต์ทุกเดือนเพราะดวงอาทิตย์เปลี่ยนจากจักรราศีหนึ่งไปยังอีกจักรราศีหนึ่ง ตามหลักดาราศาสตร์และโหราศาสตร์สากล วันมหาสงกรานต์น่าจะตรงกับวสันตวิษุวัต 21 มีนาคม แต่โหราศาสตร์ของไทยเราช้ากว่าโหราศาสตร์สากลเกือบเดือนจึงทำให้จักรราศีแกะทองคำ (Aries) ของเรากลายเป็นวันที่ 13 เมษายน แทนที่จะเป็น 21 มีนาคม อย่างไรก็ตามโดยหลักการถือว่ายึดหลักดาราศาสตร์เดียวกันเพียงแต่นับวันที่ต่างกันเท่านั้น ประเทศไทยเริ่มใช้ปฏิทินเกเกอร์เรี่ยนเมื่อ พ..2431 ในรัชการที่ 5 ต่อมาจอมพล ป.พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรีได้ออกกฎหมายเปลี่ยนวันปีใหม่เป็น 1 มกราคม ตามชาติตะวันตก จากเอกสาร http://kaladarshan.arts.ohio-state.edu/seasia/angkor.html มีเหตุผลเชื่อได้ว่าพระเจ้าสุริยะวรมัน ที่ 2  ผู้สร้างนครวัด พ..1656 – 1693 ขึ้นครองราชในวันวสันตวิษุวัต ขณะเดียวกันศาสนาบาไฮ (Bahai) ซึ่งมีศูนย์กลางอยู่ที่เมืองไฮฟ่า (Haifa) ประเทศอิสราเอลก็ถือว่าวันนี้เป็นวันปีใหม่ ศาสนาพุทธมหายานในประเทศญี่ปุ่นมีพิธีเรียกว่า ฮิงัน ปีละ 2 ครั้ง ในช่วงวันวสันตวิษุวัต และศารทวิษุวัต ศาสนาพุทธก็ต้องใช้สุริยะปฏิทินเป็นตัวกำกับช่วงฤดูกาลของวันสำคัญ เช่น วันมาฆะบูชาต้องอยู่ในฤดูแล้งก่อนวันวสันตวิษุวัต เพราะคงไม่ดีแน่ถ้าพระสงฆ์พันกว่ารูปไปชุมนุมกันกลางฤดูฝน วันเข้าพรรษาต้องอยู่ในช่วงต้นฤดูฝนกึ่งกลางระหว่างครีษมายันกับศารทวิษุวัต  และวันลอยกระทงน่าจะอยู่ในช่วงก่อน เหมายัน ประมาณ 1 เดือน แต่วันสำคัญเหล่านี้ต้องอาศัย

 

            

พระธาตุภูเพ็ก อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร                                 แท่งศิวลึงค์ปลายหัก หน้าแท่นสุริยะปฏิทิน

 

หน้า 36

ปฏิทินจันทรคติ (Lunar calendar) โดยใช้วันพระจันทร์เต็มดวง (ขึ้น 15 ค่ำ) หรือ แรม 1 ค่ำ เมื่อปี พ..2544 วันลอยกระทงตรงกับ 31 ตุลาคมซึ่งเฉียดเข้ามาใกล้ฤดูฝน จึงต้องมีการปรับให้ถอยกลับไปอยู่ในเดือนพฤศจิกายน โดยวิธีชดเชยให้มีเดือน 8 สองครั้ง ทุกๆ 2 – 3 ปี เพราะปฏิทินจันทรคติสั้นกว่าสุริยะคติ  ปีละ 11 วัน หากไม่มีการปรับ 8-8 วันลอยกระทงจะร่นขึ้นไปเรื่อยๆจนไปอยู่กลางกลางฤดูฝนในปี 2550 ขณะเดียวกันก็ต้องให้พระเข้าพรรษากลางฤดูแล้ง และ

หน้า 6

ออกพรรษากลางฤดูฝน เมื่อถึงปี พ.. 2553 อย่างไรก็ตามปฏิทินของศาสนาอิสลามใช้จันทรคติอย่างเดียวโดยไม่สนใจสุริยะคติ ดังนั้นเทศกาลถือศีลอด (รามาดาน) และออกจากศีลอด (ฮารีรายอ) จึงเคลื่อนที่ไปเรื่อยๆทุกฤดูกาล ในช่วงปี 2517 – 2519 ผมเป็นพัฒนากรตรี อยู่ที่อำเภอละงู จังหวัดสตูล คุ้นเคยกับประเพณีของชาวมุสลิมเป็นอย่างดี ในช่วงเดือน “รามาดาน”ผมต้องกินข้าวถึงวันละ 5 มื้อ คือกลางวันกินตามปกติ 3 มื้อ แต่พอตกกลางคืนและดึกๆบรรดาโต๊ะอีหม่ามซึ่งรู้จักกันดีจะมาชวนผมกินร่วมกับพวกเขาอีก 2 มื้อ ตอน 3 ทุ่ม กับหลังเที่ยงคืน 

2.กำหนดช่วงเพาะปลูกที่ถูกต้องตามฤดูกาล ในสมัยก่อนข้าวที่ใช้ปลูกทั่วไปเป็นพันธุ์พื้นเมืองที่ ไวต่อช่วงแสง (Photo sensitive) หากปลูกไม่ถูกต้องตามฤดูกาลจะได้ผลผลิตน้อยเพราะต้องใช้ช่วงแสงของวันสั้นในระยะศารทวิษุวัต (Autumnal equinox) 23 กันยายน กระตุ้นให้ออกดอก เช่นข้าวเจ้าพันธุ์ขาวดอกมะลิ 105 และ ข้าวเหนียวพันธุ์ กข.6 ซึ่งมักเรียกว่าข้าวนาปี ชาวขอมน่าจะใช้สุริยะปฏิทินเป็นตัวชี้ฤดูทำนาที่เหมาะสมเพื่อให้ได้ผลผลิตสูง อย่างไรก็ตามในปัจจุบันกรมวิชาการเกษตรใช้เทคโนโลยีปรับปรุงพันธุ์ใหม่ๆให้ปลูกเมื่อไหร่ก็ได้เรียกว่าข้าวนาปรัง เช่น กข.7 กข.23 ปทุมธานี –1 ชัยนาท – 1 แต่คุณภาพการหุงต้มและความอร่อยสู้พวกพันธุ์นาปียังไม่ได้ สำหรับเมืองหนองหานหลวงควรปักดำในช่วงจักรราศีปูและจักรราศีสิงห์ (กลางเดือนกรกฏาคม – กลางเดือนสิงหาคม) เพื่อให้ข้าวตั้งท้องในราววันศารทวิษุวัต 23 กันยายน และไปเก็บเกี่ยวประมาณปลายเดือนพฤศจิกายน

 อาจารย์เสถียร พรหมชัยนันท์ ผู้เชี่ยวชาญการปลูกข้าวขาวดอกมะลิ 105 ของเครือเจริญโภคภัณฑ์ เจ้าของเทคโนโลยีหว่านวันแม่ เกี่ยววันพ่อ ยืนยันว่าข้าวหอมพันธุ์นี้มีความเกี่ยวข้องกับดาราศาสตร์อย่างแน่นอนเพราะจะตั้งท้องจากการถูกกระตุ้นด้วยช่วงแสงอาทิตย์ซึ่งเริ่มหดสั้น ตั้งแต่จักรราศีหญิงสาว (Virgo)วันที่ 24 สิงหาคม หรือเท่ากับ 1 เดือนก่อนวันศารทวิษุวัต จนถึงสิ้นสุดจักรราศีแพะทะเล(Capricornus) วันที่ 20 มกราคม หรือเท่ากับ 1 เดือนหลังวันเหมายัน แต่ช่วงที่ดีที่สุดคือให้ตั้งท้องในราววันที่ 17 -24 กันยายน ซึ่งเป็นช่วงวันศารทวิษุวัต เทียบได้กับสุภาพสตรีอายุประมาณ       18 - 21 ปี โดยปลูกให้อยู่ในช่วง วันที่ 25 กรกฎาคม – 12 สิงหาคม อย่างไรก็ตามยังสามารถปลูกในช่วงเวลาหลังจากนี้ไปจนถึง 31 ธันวาคม แต่ผลผลิตอาจจะลดลงไปตามส่วนเพราะอายุการเจริญเติบโตสั้นลง   

 ชาวยุโรปในสมัยโบราณก็อาศัยสุริยะปฏิทินในการกำหนดช่วงผสมพันธุ์สัตว์เลี้ยงให้ตกลูกในฤดูที่มีอาหารอุดมสมบูรณ์หรือหว่านข้าวสาลีให้ตรงตามฤดูกาล ชาวเผ่ามายาในทวีปอเมริกากลางก็กำหนดวันเก็บเกี่ยวผลโกโก้ตามฤดูกาล

สุริยะปฏิทินทั่วโลก

            สุริยะปฏิทินเป็นอุปกรณ์ดาราศาสตร์ที่มนุษย์ทั่วโลกรู้จักและใช้งานมาหลายพันปี หลายแห่งสูญสลายไปกับกาลเวลา แต่หลายแห่งยังคงยืนอยู่อย่างท้าทาย เพื่อให้ท่านผู้อ่านได้มองเห็นภาพชัดขึ้น ผมขอเลือกเอาสุริยะปฏิทินอันที่มีชื่อเสียงโด่งดังระดับโลกมาให้ท่านได้สัมผัส ดังนี้

            1.สโตนศ์เฮ็จน์ (Stonehenge) เป็นกองหินขนาดมหึมาเรียงตัวเป็นรูปทรงกลม ตั้งอยู่บนที่ราบของเมือง Salisbury ประเทศอังกฤษ เข้าใจว่าสร้างขึ้นเมื่อ 3000 ปี ก่อน ค.. หรือประมาณ 5000 ปีที่แล้ว มีช่องให้แสงอาทิตย์ในยามเช้าของวันครีษมายัน (Summer Solstice) ส่องตรงไปที่ก้อนหินจุดเล็ง (Heel stone)   

            2.นิวเกรน (Newgrange) เป็นกองหินทรงกลมขนาดใหญ่ สูง 10 เมตร กว้าง 87 เมตร ก่อเหมือนเนินเขาขนาดย่อม อายุประมาณ 5300 ปี มีช่องทางแคบๆให้แสงอาทิตย์ในยามเช้าของวันเหมายัน(Winter Solstice) ส่องเข้าไปใจกลางซึ่งปกติจะมืดสนิท

3.มหาปีรามิด และสฟิ๊ง แห่งอียิปส์ (The Great pyramids and sphinx)  ตามตำราที่เราเคยเรียนบอกว่าสร้างในสมัยฟาร์โรคูฟู แต่นักดาราศาสตร์แห่งบรรพกาลบอกว่าสิ่งก่อสร้างมหัศจรรย์แห่งนี้มีอายุเป็นหมื่นปี และเก่าแก่กว่าสมัยฟาร์โร   คูฟูหลายพันปี

            4.ปีรามิดและสิ่งก่อสร้างของชาวมายา (The Mayan pyramids) ในทวีปอเมริกากลาง ชาวมายาเป็นชนเผ่าลึกลับที่ไม่มีใครรู้ว่าพวกเขามาจากไหนและหายไปไหน แต่หลักฐานทางโบราณคดีที่บรรพชนเหล่านั้นทิ้งไว้ล้วนเป็นสุดยอดแห่งวิชาดาราศาสตร์ที่น่าทึ่ง   

            5.มาชูปิกชู (Machu Picchu)เมืองลึกลับบนยอดเขาสูงที่ประเทศเปรู นักโบราณคดียังไม่รู้ว่าใครเป็นผู้สร้าง และไม่ใช่ชาวอินคา แต่ที่แน่ๆผู้สร้างต้องมีความรู้ด้านดาราศาสตร์อย่างดี

            6.เมดิซีนวีล (Medicine wheel) ที่ยอดเขาเมดิซีน เมืองเชริดาน รัฐไวโอมิ่ง สหรัฐอเมริกา เป็นกองหินที่เรียงเป็นวงกลม ชี้ตำแหน่งครีษมายัน (Summer Solstice) และเหมายัน (Winter Solstice) 

            7.นครวัด (Angkor Wat) ปราสาทหินขนาดใหญ่อลังการ เป็นหนึ่งในเจ็ดมหัศจรรย์ของโลก สร้างในสมัยพระเจ้าสุริยะวรมันที่ 2 ราว พ..1656 – 1693 ตั้งอยู่ที่เมืองเสียมเรียบ หรือคนไทยเรียก เสียมราช ปราสาทหลังนี้เต็มไปด้วยข้อมูลทางดาราศาสตร์และเรื่องราวของเทพเจ้าในศาสนาฮินดู

สรุป

1.      การที่โลกโคจรรอบดวงอาทิตย์ พร้อมกับหมุนรอบตัวเองในลักษณะเอียง 23.5 องศา จากแนวดิ่ง ทำให้ผู้ที่อยู่บนพื้นโลกมองเห็นภาพการเคลื่อนที่เสมือน (Appearance movement) ของดวงอาทิตย์ โผล่ขึ้นขอบฟ้าด้านหนึ่งและข้ามศรีษะไปตกอีกด้านหนึ่ง ตำแหน่งที่ดวงอาทิตย์ขึ้นและตกในแต่ละวันก็เปลี่ยนไปเรื่อยๆโดยเคลื่อนกลับไปกลับมาในแนวทิศเหนือ – ใต้ ฤดูร้อนดวงอาทิตย์ขึ้นคล้อยไปทางทิศเหนือ ส่วนฤดูหนาวก็ขึ้นคล้อยไปทางทิศใต้

2.      บรรพชนในอดีตได้เฝ้าสังเกตปรากฏการณ์นี้อย่างต่อเนื่อง จนสรุปได้ว่าการเคลื่อนที่ของดวงอาทิตย์ครบ 1 รอบ เท่ากับ 1 ปี ชาวสุเมเรี่ยนในดินแดนที่เรียกว่าเมโสโปเตเมีย หรืออู่อารยธรรมของโลกเมื่อ 6,000 ปี ที่แล้ว ใช้การเคลื่อนที่ของดวงอาทิตย์เป็นตัวสร้างปฏิทิน โดยกำหนดให้เริ่มต้นที่จุด Vernal Equinox หรือ Spring Equinox ซึ่งเป็นวันที่กลางวันและกลางคืนเท่ากันพอดี เป็นจุดเปลี่ยนจากฤดูหนาวไปเป็นฤดู ใบไม้ผลิ ดังนั้นวันนี้จึงเป็นปีใหม่ขนานแท้ดั่งเดิมของมนุษยชาติ ปัจจุบันตรงกับวันที่ 21 มีนาคม ดังนั้น สุริยะปฏิทินจึงหมายถึง การใช้วัตถุหรือสิ่งก่อสร้างอย่างหนึ่งอย่างใดเป็นเครื่องหมายชี้ตำแหน่งขึ้นของดวงอาทิตย์ในวันสำคัญต่างๆ เพื่อประโยชน์ต่อพิธีกรรมทางศาสนา การเฉลิมฉลอง การเกษตรกรรม และวันสำคัญต่างๆ

3.      วันปีใหม่ 1 มกราคม ที่ใช้อยู่ในปัจจุบันเริ่มใช้ครั้งแรกโดยจอมจักรพรรดิ์โรมันผู้ยิ่งใหญ่ Julius Caesar เมื่อ 46 B.C. (46 ปี ก่อน ค..) หรือ 2,049 ปี มาแล้ว              (ณ พ..2546) โดยกำหนดให้เดือนแรกของปีมีชื่อว่า January ตามชื่อของเทพเจ้า Janus ซึ่งมีหน้าที่เฝ้าประตู ต่อมาในสมัยกลางของยุโรป วันปีใหม่ถูกเปลี่ยนเป็น 25 ธันวาคม ตรงกับวันเกิดของพระเยซู (Christmas) และถูกเปลี่ยนไปเป็น วันที่ 25 มีนาคม ตรงกับวันสำคัญทางศาสนาเรียกว่า Annunciation ที่สุดของที่สุด Pope Gregorian ที่ 13 แห่งกรุงโรมได้ออกกฎหมายปรับปรุงปฏิทินเสียใหม่เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.. 2125 กำหนดให้วันที่ 1 มกราคม เป็นวันปีใหม่ โดยให้เริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม พ..2125 เป็นต้นไป และในคราวเดียวกันนี้ท่านสันตะปาปายังได้สั่งให้เปลี่ยนวันที่ 5 ตุลาคม ไปเป็นวันที่ 15 ตุลาคม เพื่อปรับให้ปฏิทินฉบับใหม่นี้ตรงกับฤดูกาลในรอบปี และยังให้เดือนกุมภาพันธ์มี 29 วัน ทุกๆ 4 ปี ทั้งนี้เพราะปฏิทินของจักรพรรดิ์ซีซ่าร์ชักไม่ค่อยตรงกับฤดูที่เป็นจริงเสียแล้ว เนื่องจากได้สะสมเศษ(ติดลบ)ที่ไม่ลงตัวของปีเอาไว้มากถึง 10 วัน อย่างไรก็ตามปฏิทิน Gregorian ก็ต้องปรับใหม่ ในอีก 3 พันปีข้างหน้า เพราะ 1 ปี ไม่ได้ลงตัวแบบ 100% ที่ 365.25 วัน            

                                                                                                                         

จาก บทความเรื่องปฏิทินสุริยะ โดย สรรค์สนธิ บุณโยทยาน

 

 

... สุ ริ ย ะ ป ฎิ ทิ น พั น ปี ...
เรื่องของดาราศาสตร์เดี๋ยวนี้พัฒนาไปมาก สามารถคำนวณหาตำแหน่งของดวงอาทิตย์ได้อย่างแม่นยำ อย่างที่
เรียกว่าสุริยะปฎิทิน ซึ่วันนี้เราจะตามไปดูทีมนักวิชาการด้านดาราศาสตร์ที่ไปดูดวงอาทิตย์ที่ปราสาทภูเพ็ก สกลนคร
หินศิลาแลงที่ถูกตัดตกแต่งเป็นก้อนขนาดน้ำหนักเป็นตันวางเรียง
รายที่เห็นอยู่นี้ คือชิ้นส่วนสำคัญของงานก่อสร้างปราสาทพระธาตุ
ภูเพ็ก อำเภอพรรณานิคม จังหวัดสกลนคร ถูกปล่อยทิ้งรกร้างมา
นานกว่า 1,000 ปี ปลายสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 กษัตริย์ขอมได้
ล้มเลิกก่อสร้างไม่แล้วเสร็จหลังสิ้นพระชนม์

ปราสาทภูเพ็กไม่ได้เป็นเพียงแค่ศาสนสถานแบบธรรมดาดังตำนาน
แห่งดาวเพ็กตามที่เราๆท่านๆเคยได้ยินมา แต่ที่นี้มีอุปกรณ์ดารา
ศาสตร์ไฮเทคเรียกว่าสุริยะปฏิทิน สามารถบ่งชี้ตำแหน่งดวง
อาทิตย์ในจักรราศีสำคัญได้อย่างแม่นยำไม่แพ้คอมพิวเตอร์

แต่สิ่งที่มหัศจรรย์ไปกว่านั้นสถานทีตั้งปราสาทภูเพ็ก สกลนคร
ปราสาทหินพิมายนครราชสีมาและปราสาทนครทมเสียมเรียม
ประเทศกัมพูชาทำมุมเป็นรูปสามเหลี่ยมสวยงามโดยเฉพาะอย่าง
ยิ่งปราสาทภูเพ็กกับปราสาทนครทมอยู่เส้นตรงเดียวกันในแนว
เหนือใต้ เป็นความบังเอิญหรือผู้สร้างจงใจเช่นนั้น

การค้นพบสุริยะปฏิทินครั้งนี้พิสูจน์ให้เห็นชัดเจนว่าบรรพชน
โบราณแห่งอาณาจักรขอมมีความรู้ด้านดาราศาสตร์อย่างเหนือ
ชั้น ข้อมูลของพวกเขาทำให้เกิดคำถามว่า วิทยาศาสตร์ปัจจุบัน
ฤาจะเทียบชั้นเมื่อวันวาน








Copyright © 2010 All Rights Reserved.
มูลนิธิเพื่อการพัฒนาผู้นำธุรกิจและชุมชน
The Foundation for Business and Community Leadership Development
โดย
นายอารีย์ ภู่สมบูญ
ประธานกรรมการมูลนิธิฯ