ReadyPlanet.com


ประวัตินายณัฐพงษ์ ขันวงษ์


ประวัติของข้าพเจ้า

ทั่วไป

ชื่อ นายณัฐพงษ์ นามสกุล ขันวงษ์  ชื่อเล่น เฟิร์ส  อายุ 19 ปี

เกิดวัน พฤหัสบดี ที่ 3 เดือน พฤศจิกายน  พุทธศักราช 2531  แรม 5 ค่ำ เดือน 12 ปีมะโรง เพศ ชาย สัญชาติ ไทย เชื้อชาติ ไทย ศาสนา พุทธ

เกิดที่ โรงพยาบาลอากาศอำนวย อำเภออากาศอำนวย จังหวัดสกลนคร

บิดาชื่อ พ.ต.สหทัย นามสกุล ขันวงษ์ อายุ 50 ปี

มารดาชื่อ นางนัฐฐานันท์ นามสกุล ขันวงษ์ อายุ 39 ปี

มีพี่น้อง 3 คน (รวมตนเอง)  เป็นบุตรคนโต

การศึกษา

                ชั้นอนุบาล

                                โรงเรียนอนุบาลค่ายประจักษ์ศิลปาคม จังหวัดอุดรธานี

                ชั้นประถมศึกษา

                                ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-5  โรงเรียนชุมชนบ้านตากแว้ง อำเภอบ่อไร่ จังหวัด ตราด

                                ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5-6  โรงเรียนอุทุมพรพิสัย อำเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ

                ชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น

                                ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-3  โรงเรียนกุดบากพัฒนาศึกษา อำเภอกุดบาก จังหวัดสกลนคร

                                ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนดงมะไฟวิทยา อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร

                ชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย

                                ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4-6 โรงเรียนธาตุนารายณ์วิทยา อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร

                ปัจจุบัน

กำลังศึกษา คณะวิยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมเครื่องกลและการผลิต ชั้นปีที่ 2  มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสกลนคร

อื่นๆ

อุปนิสัย : เรียบง่ายไม่ชอบพิธีรีตอง สบายๆ ทำอะไรจะทำจนกว่าจะสำเร็จ จริงจังกับงาน ชอบคิดสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ชอบหาความรู้ใหม่ๆ สิ่งใหม่ๆ ตัดสินใจเมื่อมั่นใจ 100% และ 0%เมื่อตัดสินใจไปแล้วไม่มีทางเปลี่ยนใจ

นิสัยเสีย : โกรธง่ายหายยาก เวลาโกรธจะไม่แสดงออก ถ้าแสดงออกแสดงว่าโกรธมากที่สุด เป็นคนพูดมากปากไม่ดี ปกตอชอบพูดคำหยาบ รุนแรงระคายหู

งานอดิเรก : อ่านหนังสือ และ อื่นๆ

หนังสือชอบหนังสือแนววิทยาศาสตร์, เทคโนโลยี-สิ่งประดิษฐ์, ประวัติศาสตร์สงคราม-พิชัยสงคราม, ไสยศาสตร์-ธรรมมะแต่ไม่ชอบนิยายน้ำเน่า

อาหาร  : กินได้ทุกอย่าง แต่ไม่กินอาหารที่ทำจากงู, สุนัข และสัตว์ที่ปกติไม่กินกัน (ถึงแม้ว่าจะกินได้)

สี : ชอบสีม่วง กับสีเงิน (สีโลหะ) ไม่ชอบสีฟ้า

สัตว์ : ชอบแมวไม่ชอบสุนัข (เป็นอย่างยิ่ง)

เพลง : ฟังได้ทุกแนวเพลงยกเว้นเพลงที่ร้องมั่วๆฟังไม่รู้เรื่อง

 

ภาพยนตร์ : ดูได้ทุกแนว ยกเว้น หนังผีและหนังสัตว์ประหลาดขยะแขยง

กีฬา : ศิลปะการต่อสู้ทุกชนิด

คติประจำใจ : หนึ่งพญาราชสีห์ฤาจะสู้หมื่นหมาขี้เรื้อน

 

 บุคคลในดวงใจ

1.คุณครูในดวงใจ

                1.อาจารย์ชัยวัฒน์  แก้วคล้าย ร.ร.ธาตุนารายณ์วิทยา   อำเภอ เมือง  จังหวัดสกลนคร

เพราะ ท่านเป็นอาจารย์ที่สอนได้ดี ชอบถามความรู้รอบตัว(ซึ่งผมชอบมาก) วางตัวได้เหมาะสมและน่านับถือ เป็นคนรอบคอบและรอบรู้

                2.อาจารย์ชัยมงคล  จินดาสมุทร์  ร.ร.ธาตุนายรายณ์วิทยา  อำเภอ เมือง จังหวัดสกลนคร

เพราะ ท่านคล้ายๆกับอาจารย์ชัยวัฒน์ คือ ท่านเป็นอาจารย์ที่สอนได้ดี ชอบถามความรู้รอบตัว(ซึ่งผมชอบมาก) วางตัวได้เหมาะสมและน่านับถือ เป็นคนรอบคอบและรอบรู้ ท่านชอบนำเรื่องราวต่างๆเกี่ยวกับสกลนครมาเล่าให้ฟังเสมอๆ

3.อาจารย์บรรพต   หนุยจันทึก   ร.ร.ธาตุนารายณ์วิทยา  อำเภอ เมือง จังหวัดสกลนคร

เพราะท่านเป็นอาจารย์ฝ่ายปกครองที่ใจดีมาก ไม่เน้นทำโทษ แต่เน้นตักเตือนมากกว่า เวลาสอนก็ตั้งใจสอนและเข้าใจนักเรียนดี

                4.อาจารย์ ว่าที่พันตรี เทพรังสรรค์  ศรีนครินทร์ ร.ร.ธาตุนารายณ์วิทยา  อำเภอ เมือง จังหวัดสกลนคร

เพราะท่านฝึกให้คนมีวินัย และชอบพาร.ด.ของธาตุนารายณ์วิทยา ไปทำกิจกรรมบ่อยๆ ท่านชอบพูดว่า”ดาบที่ดีคือดาบน้ำพี้ และดาบน้ำพี้นั้นต้องทำมาจากเหล็กน้ำพี้ ไม่ใช่เหล็กแหนบ และเหล็กน้ำพี้จะมาเป็นดาบน้ำพี้ที่ดีได้นั้น ก็ต้องผ่านการตี การเค้น การลับ จึงจะมาเป็นดาบน้ำพี้ เช่นเดียวกันกับคน ก็ต้องผ่านการฝึกฝน การเคี่ยวกรำ ผ่านอะไรหลายๆอย่าง จึงจะเป็นยอดคน ยอดมนุษย์ได้ ฉะนั้น ถ้าอยากจะเป็นคนเหนือคน ก็ต้องฝึกฝนและอดทนเหมือนกับดาบน้ำพี้ให้ได้”

                5.คุณครูเรวัต  นาพรหม  ร.ร.ชุมชนบ้านตากแว้ง               อำเภอ บ่อไร่  จังหวัด ตราด

เพราะ ท่านเป็นคุณครูประจำชั้น ป.1 ของผมครับ

 

2.บุคคลที่ยึดเป็นแบบอย่าง

1. พระพุทธเจ้า

     ทรงค้นพบสัจจธรรมด้วยพระองค์เอง ทรงเลือกค้นหาความสุขที่แท้จริง มากกว่าความสุขชั่วครู่

ยอมสละทุกสิ่งเพื่อสรรพสัตว์

                2. สตีเฟ่น ฮอว์วคิง

     แม้ร่างกายของเขาจะไม่สมบูรณ์พร้อม (เรียกได้ว่าแทบทำอะไรไม่ได้เลย) คือ เขาเป็นโรคชนิดหนึ่ง ที่ทำให้กล้ามเนื้อต่างๆทั่วร่างกายไม่สามารถทำงานได้เลย กล่าวง่ายๆคือเหมือนเป็นอัมพาต เขาขยับร่างกายได้เพียงบางส่วน(นิ้วมือ ศีรษะ ตา และอวัยวะอื่นๆเพียงเล็กน้อย) แต่เขาไม่ยอมแพ้ต่อชีวิต เขาใช้อวัยวะส่วนที่ทำงานได้ ที่เหลือทำประโยชน์เพื่อมนุษยชาติ เขาได้ใช้สมองที่ยังปกติอย่างเต็มที่ คิดคำนวณสมการทางคณิตศาสตร์ และฟิสิกส์ (โดยไม่ใช้กระดาษทด....คิดในใจ!)ค้นคว้าวิจัยทฤษฎีต่างๆ จนเป็นที่ยอมรับ และถึงแม้ว่าเขาพูดไม่ได้ แต่เขายังได้รับเชิญไปกล่าวบรรยาย ปาฐกถาให้คนนับพันฟังอยู่เสมอ !!

                3. ขงเบ้ง

    ขงเบ้งรู้จักเลือกคนให้ถูกกับงาน ขงเบ้งรู้จักมองสถานการณ์ และใช้สถานการณ์ให้เป็นประโยชน์ได้อย่างดี เป็นคนรอบคอบ และมองรอบทิศ ตัดสินใจได้เด็ดขาดและแม่นยำ ใช้ข้อมูลได้คุ้มค่ามาก เรียกได้ว่าเป็นผู้นำที่ดีเลยทีเดียว  

                4. อด็อฟ ฮิตเลอร์

      บางครั้งการมองต่างมุมอาจจะทำให้เราเห็นข้อดีที่สุดของคนที่เลวที่สุดก็ได้จริงไหมครับ  ถ้าไม่นับความโหด***มของเขา ก็จะนับได้ว่าเขาเป็นบุคคลที่น่าทึ่งคนหนึ่ง เขาเป็นคนเด็ดขาด กล้าได้กล้าเสีย กล้าทำในสิ่งที่คนอื่นไม่กล้า เขาตัดความกลัวออกจากเส้นทางไปสู่เป้าหมายของเขาได้ นี่คือสิ่งที่ดีของเขา

                5. อิมโฮเทป

  เขาเป็นสถาปนิกคนแรกที่สร้างพีระมิดขึ้นมา เขาได้คิดค้นในสิ่งที่คนอื่นยังไม่คิด และสิ่งที่เขาคิดค้นกลายเป็นพื้นฐานและแบบอย่างให้กับคนรุ่นหลังต่อไป เขามองเห็นในสิ่งที่คนอื่นมองไม่เห็น เขากล้าคิดในสิ่งที่คนอื่นไม่คิด และเขาสามารถทำได้ด้วย

 

 

3. สิ่งที่อยากมี อยากได้ อยากเป็น

อยากสร้างสิ่งประดิษฐ์ ที่จะต้องจารึกไว้ในประวัติศาสตร์โลก ว่าเป็นสิ่งประดิษฐ์ ที่ทำให้โลกเปลี่ยนไปได้อย่างไม่น่าเชื่อ เช่น

หุ่นยนต์ แบบสมบูรณ์แบบที่สุด คิดได้เหมือนมนุษย์ (สมองของมนุษย์คือคอมพิวเตอร์ที่ดีที่สุดในจักรวาล) และเหมือนมนุษย์มากที่สุด  ผมคิดว่าด้วยความรู้ทางฟิสิกส์ของมนุษย์ในขณะนี้สามารถสร้างมันได้ อย่างแน่นอน คำถามคือ สร้างมาทำไม  ถ้าโลกเรามีหุ่นยนต์ที่สมบูรณ์แบบขนาดนั้นแล้วบางอย่างที่มนุษย์ทำแล้วร่างกายทนไม่ได้ เราก็ให้หุ่นยนต์นี้ทำแทนได้  ขอเพียงแค่มันคิดได้เหมือนมนุษย์เท่านี้ก็สบายแล้ว

นี่คือตัวอย่างของสิ่งประดิษฐ์  เปลี่ยนโลกที่อยากทำ ถึงแม้ว่าตอนนี้จะยังไม่รู้เรื่องอะไรเลย แต่ผมคิดว่า ผมยังสามารถหาความรู้ใส่ตัวและทำมันได้แน่นอนครับ อาจจะมีอย่างอื่นอีกแต่อาจจะคิดออกในเวลาต่อไป

 

 

4.จากข้อ 3 เมื่อได้ในสิ่งที่ต้องการแล้วจะตอบแทนสังคมและประเทศชาติอย่างไร

                แน่นอน สิ่งประดิษฐ์ที่ผมทำได้ย่อมส่งผลต่อโลกโดยตรง ผมสร้างได้ก็จะขายมัน เอาเงินมาตั้งกองทุนสนับสนุนเด็กและคนที่ทำประโยชน์ต่อโลก และบ้านเมืองเรา ผมจะเปิดห้องสมุดทั่วประเทศให้มีเยอะเหมือนกับ7-11 จะซื้อหนังสือเข้าห้องสมุดโรงเรียน ถามว่าทำไมทำอย่างนี้ เพราะการอ่านหนังสือจะทำให้คนเราเก่งขึ้นและดีขึ้นได้   คนเราเมื่ออ่านหนังสือบ่อยๆ จะใจเย็น และมีการคิดที่เป็นระบบมากขึ้น เด็กไทยจะได้รู้จักคิด รู้จักทำ และมีความรู้มากขึ้น และเมื่อมีความรู้ก็จะสามารถพัฒนาประเทศเราให้เจริญได้ สำหรับกองทุน เด็กที่อยู่ห่างไกลครอบครัวยากจน หรือทุนน้อย เวลาเรียนจะลำบาก ถ้ามีเงินทุน เด็กก็จะเรียนได้สบายขึ้นมาก นอกจากนี้ยังมอบให้คนที่ทำประโยชน์ต่อบ้านเมืองเรา เพื่อเป็นกำลังใจและเป็นรางวัลที่เขาทำดี จะได้ทำดีต่อๆไป

                ต่อโลก สิ่งประดิษฐ์ของผมจะสามารถหยุดสงครามได้!  ถ้าโลกไม่มีสงคราม โลกจะดีขึ้นแน่นอน

 

 

 

 

 

5. สิ่งที่คิดว่าจังหวัดสกลนครมีแต่จังหวัดอื่นไม่มี จะทำอย่างไรให้นำรายได้มาสู่จังหวัดสกลนคร

1.หนองหาร แหล่งน้ำสำคัญของจังหวัดสกลนคร ทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในภาคอีสาน อันดับที่ สาม ของประเทศไทย  ปกติก็เป็นแหล่งท่องเที่ยวอยู่แล้ว หากจะให้นำรายได้มาสู่สกลนคร เพียงแค่ประชาสัมพันธ์ให้มาก และสร้างจุดชมวิวใหม่ๆ ก็จะนำรายได้มาสู่จังหวัด

2.วัดพระธาตุและวัด สกลนครมีวัดพระธาตุหลายแห่ง เช่น วัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหาร วัดพระธาตุนารายณ์เจงเวง วัดพระธาตุภูเพ็ก เหล่านี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี อาจจะจัดทัวร์”ไหว้พระฟังธรรมนำสุขสู่ชีวี” (หรือชื่ออื่นๆ) เพราะจังหวัดเรามีวัดดังๆ ดีๆเยอะอยู่แล้ว

3.พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ จังหวัดเรามีวาสนากว่าจังหวัดอื่นๆที่มีพระตำหนักอยู่ในจังหวัดของเรา เป็นสิ่งที่น่าภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง

4.โค้งปิ้งงู หากปรับภูมิทัศน์ให้ดีกว่านี้ก็จะกลายเป็นจุดชมวิวที่ดีมากที่หนึ่งเลยทีเดียว อีกทั้งโค้งนี้อยู่ใกล้น้ำตกคำหอม ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวอยู่แล้ว หากเอาใจใส่กับการปรับแต่งต้นไม้ก็จะเป็นจุดที่น่าสนใจมากจุดหนึ่ง

 

 

 

6.บทกลอนบูชาพระพิรุณ

             บูชาพระพิรุณ

           พิรุณเทพองค์เทวาแห่งสายฝน
เทวฤทธิ์ขจายล้นทุกแหล่งหล้า
สายพิรุณโปรยปรายจากนภา
พันธุ์พฤกษาสรรพชีวาได้ยินดี
          ขอเทวาบารมีพระองค์ท่าน
โปรดบันดาลประทานซึ่งสุขศรี
อโรคยา มหาลาภัง สุขสวัสดี
ขอบารมีพระพิรุณทรงคุ้มครอง

 

 

 

 



ผู้ตั้งกระทู้ นายณัฐพงษ์ ขันวงษ์ KU เรียนศุกร์บ่าย :: วันที่ลงประกาศ 2008-02-01 22:26:42


[1]

ความคิดเห็นที่ 1 (944551)

หล่าเป็นคนแปลกชื่นชอบผู้เป็นแบบอย่าง ที่แตกต่างกัน

อย่างพระพุทธเจ้า และ ฮิดเล่อ สงสัยลุงต้องแนะนำให้ศึกษาหลักพุทธให้มากขึ้นกว่านี้แล้วล่ะ บักหล่า

โดยอย่างยิ่ง ศึกษา กาลามสูตร อย่างลึกซึ่ง ลุงแนะนำให้ไปที่วัดป่าหนองไผ่

เพราะคณะบดีของหล่า เป็นโยมอุปัฏฐากอยู่ แสดงว่าหล่ามีเส้นสายแล้ว   ล่ะเบ้อ

ผู้แสดงความคิดเห็น บ่าวคำหอม วันที่ตอบ 2008-02-02 22:56:19


ความคิดเห็นที่ 2 (986199)

ไคเติบหมอนี่

ผู้แสดงความคิดเห็น บ่าวคำผาน วันที่ตอบ 2008-02-05 17:16:22


ความคิดเห็นที่ 3 (990651)

๑. อย่าเพิ่งเชื่อตามที่ฟังๆ กันมา

๒. อย่าเพิ่งเชื่อตามที่ทำต่อๆ กันมา

๓. อย่าเพิ่งเชื่อตามคำเล่าลือ

๔. อย่าเพิ่งเชื่อโดยอ้างตำรา

๕. อย่าเพิ่งเชื่อโดยนึกเดา

๖. อย่าเพิ่งเชื่อโดยคาดคะเนเอา

๗. อย่าเพิ่งเชื่อโดยนึกคิดตามแนวเหตุผล

๘. อย่าเพิ่งเชื่อเพราะถูกกับทฤษฎีของตน

๙. อย่าเพิ่งเชื่อเพราะมีรูปลักษณ์ที่ควรเชื่อได้

๑๐.อย่าเพิ่งเชื่อเพราะผู้พูดเป็นครูบาอาจารย์ของตน

ผู้แสดงความคิดเห็น บ่าวสิมึน วันที่ตอบ 2008-02-07 20:08:55


ความคิดเห็นที่ 4 (1409900)

ทำให้สำเร็จเด้อหุ่นยนต์นะ

เยี่ยมๆๆ

ผู้แสดงความคิดเห็น ^o^ วันที่ตอบ 2009-02-01 10:45:16



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2010 All Rights Reserved.