ReadyPlanet.com


.."คม"


อยากแบ่งปันเรื่องนี้ "คม"

คัดมาจาก เรื่อง ขำขัน ของ ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช, ธันวาคม 2548 สำนักพิมพ์ดอกหญ้า

 

ผมได้เขียนถึงเรื่องขุนนางไทยเมื่อสมัย 117 ปีมาแล้ว วันนี้ก็ขอนำเรื่องเดียวกันมาหากินต่ออีกสักวันหนึ่ง

วันนี้จะได้เขียนถึงขุนนางไทยสมัยเดียวกัน ตำแหน่งสมุหนายกซึ่งฝรั่งเรียกว่า Prim Minister

เมื่อก่อน เซอร์ จอน เบาวริง จะเข้ามาถึงเมืองไทยในตำแหน่งฑูตอังกฤษนั้น ท่านสมุหนายกได้รู้แน่ว่าท่านจะต้องสนทนากับเซอร์ จอน เบาวริง

 

ด้วยเหตุนี้ เมื่อก่อน เซอร์ จอนเบาวริง จะเข้ามาถึงเมืองไทย ท่านสมุหนายกจึงได้เชิญฝรั่งอีกคนหนึ่ง ซึ่งท่านนับถือในความคิดเห็นให้ไปที่บ้านท่าน แล้วเริ่มการสนทนาด้วย

 

ฝรั่งคนนั้นได้จดบันทึกการสนทนานั้นไว้ แล้วได้นำมามอบให้ เซอร์ จอน เบาวริง ผู้ซึงได้นำมาลงไว้ในหนังสืออีกต่อหนึ่ง ดังรายละเอียดต่อไปนี้

 

สมุห์: ต่อไปนี้ ท่านจะสมมติตัวท่านว่าเป็น เซอร์ จอน เบาวริง และตอบข้าพเจ้า เพราะเหตุใดท่านจึงได้เข้ามาเมืองไทย

ฝรั่ง: เราได้มาเป็นเพื่อนบ้านของท่านแล้ว เราต้องการจะเป็นมิตรกับท่าน ขอให้เราเป็นเพื่อนบ้านที่ดีกันต่อไป เราต้องการจะซื้อและขาย เรามีสินค้าที่ท่านต้องการ และท่านก็มีสินค้าที่เราต้องการ อย่าปิดประตูของท่านเสีย

 

สมุห์:ประตูนั้นไม่ปิด

ฝรั่ง: ที่ปากลัดนั้นไม่มีโซ่ขึงข้ามแม่น้ำไว้เพื่อป้องกันมิให้เรือเข้าออกดอกหรือ?

 

สมุห์: เอาละ! ในบ้านใหญ่ที่มีผู้คนอยู่มากก็คงจะเปิดประตูไว้ ได้ด้วยความปลอดภัย แต่ในบ้านเล็ก ซึ่งมีผู้คนแต่น้อย ก็จำเป็นต้องปิดประตูเอาไว้ ท่านไม่ปิดประตูบ้านท่านดอกหรือ?

ฝรั่ง: ปิดเหมือนกันเพื่อป้องกันขโมยและโจร

 

สมุห์: แต่เราไม่ได้ปิดประตูของเรา! ใครจะเข้ามาในเมืองไทยก็ได้

ฝรั่ง:  ถูกแล้ว แต่ท่านเก็บค่าเข้าเมืองแพงเหลือเกิน

 

สมุห์: เรามิได้ลดค่าผ่านเข้าเมือง เมื่อท่านร้องขึ้นมาดอกหรือ?

ฝรั่ง: ท่านได้ลดให้จริง แต่ท่านได้ผูกขาดสินค้าทั้งปวงที่เราต้องการซื้อ ท่านทำให้ราคาสินค้าสูงเกินไป เรือที่เข้ามาซื้อสินค้านั้น หากำไรไม่ได้ ระหว่างผู้ผลิตสินค้ากับพ่อค้าที่นำสินค้ามาขายนั้น มีผู้หากำไรกันมาเหลือเกิน จนกระทั่งชาวต่างประเทศที่เข้ามาซื้อสินค้า ไม่ได้ประโยชน์อันใดเลย

 

สมุห์: ถ้าไม่มีภาษีอากรแล้วเราจะอยู่ได้อย่างไรเล่า

ฝรั่ง: ท่านจะไม่เก็บภาษีไม่ได้ก็จริงอยู่ แต่ภาษีนั้นจะต้องเป็นในอัตราพอสมควร ไม่มากเกินไป นอกจากนั้น ก็ยังมีสินค้าบางอย่าง ท่านไม่อนุญาตให้เราซื้อเลย เช่น ข้าวสาร และไม้สัก เป็นต้น

 

สมุห์: ไม้สัก! เราไม่มีพอที่จะขาย เราต้องการใช้ของเราเอง ข้าพเจ้าอยากให้ใคร หาไม้สักได้มากกว่านี้

ฝรั่ง: ไม้สักนั้นมีมากมายในป่า

สมุห์: เปล่า! ป่านั้นอยู่ไกลเกินไป ห่างจากลำน้ำ เรามีควายและช้าง ท่านก็รู้ว่าชักลากไม้สักมาได้แต่น้อย

ฝรั่ง: ท่านไม่ให้กำลังใจแก่ผู้ที่จะมาซื้อสินค้า

 

สมุห์: พูดถึงข้าว ในเมืองจีนนั้นเขาทำนาปีละสองหน เขามีภูเขาและหุบห้วย และทดน้ำเอาได้ตามใจ แต่ในเมืองไทยนั้นเป็นที่ราบ เรามีน้ำมากเกินไป แต่ไม่มีข้าว เมื่อเรามีน้ำน้อยเกินไป เราก็ไม่ได้ข้าวอีก แต่ครั้งใดที่เรามีข้าวเกินต้องการ เราก็ปล่อยให้ส่งออกนอกประเทศได้

 

ฝรั่ง: แต่ถ้าท่านอนุญาตให้ส่งข้าวออกนอกประเทศแล้ว คนก็จะทำนามากขึ้น ก็เพราะเหตุใดเล่า กรุงเทพฯ ซึ่งแต่ก่อนตั้งอยู่กลางป่า ถึงบัดนี้ จึงมีแต่เรือกสวนอันงดงาม และได้ผลมาก? เพราะเหตุว่ามีตลาด เปิดตลาดขึ้นใหม่แล้วท่านจะไม่ขาดสินค้า เช่น ข้าว และน้ำตาลเลย ขอให้ท่านดูพื้นดินอันอุดมที่ท่านมีอยู่

 

สมุห์: ถูกแล้วพื้นดิน แต่ไม่มีคน พื้นดินที่ไม่มีผู้คนก็เป็นป่าเท่านั้นเอง และคนที่เรามีอยู่ก็เกียจคร้านเหลือเกิน ไม่เหมือนคนของท่าน คนของท่านนั้นจะต้องทำการเพาะปลูกในพื้นแผ่นดิน แล้วท่านก็ยังมีเครื่องจักรและทุน และทำทุกสิ่งได้ด้วยเครื่องจักร สมัยก่อนคนอังกฤษต้องทอผ้ากันตามบ้านช่องใช่หรือไม่ แต่เดี๋ยวนี้ เครื่องจักรทำให้ผ้าที่ทอในอังกฤษมีราคาถูกมาก จนกระทั่งไม่มีใครในเมืองไทยอีกแล้วที่จะอยู่ได้ด้วยการทำด้ายสำหรับทอผ้า

ฝรั่ง: คนบางคนก็ต้องรับเคราะห์ไป แต่คนจำนวนมากกว่านั้นได้รับประโยชน์จากผ้าที่ดีกว่า และมีราคาถูกกว่า

 

สมุห์: ข้าพเจ้าไม่รู้ว่าเขามีเสื้อผ้านุ่งห่มที่ดีกว่าแต่ก่อนหรือไม่ ท่านลองบอกข้าพเจ้าดูทีหรือว่า ถ้าขายข้าวในราคา 50 บาทที่เมืองเซี่ยงไฮ้ นั่นเป็นกำไรหรือไม่?

ฝรั่ง: แต่ที่ไหนที่มีการค้า ที่นั่นก็มีประโยชน์ร่วมกัน ท่านขายได้ราคาสูงกว่าและซื้อได้ในราคาที่ถูกกว่า

สมุห์: เราจะซื้อเอาอะไรมาใช้ได้? เราเป็นประเทศเล็ก ไมตรีกับอังกฤษนั้น ก็เหมือนกับว่าคนจนไปเป็นเพื่อนสนิทกับเจ้าใหญ่นายโต เจ้าใหญ่นายโตก็ได้ประโยชน์ทุกทีไป แต่คนจนนั้นมีแต่จะเสีย เมืองอังกฤษจะได้อะไรจากเมืองไทย? ข้าพเจ้าเคยได้ยินมาว่า มีคนในประเทศอังกฤษหลายคนที่ร่ำรวย พอที่จะซื้อเมืองไทยได้ทั้งประเทศ

ฝรั่ง: ความร่ำรวยของอังกฤษนั้น มาจากการค้าขายของอังกฤษ การค้านั้นประกอบด้วยหลายประเทศ แต่ละประเทศก็จะช่วยได้ เมืองไทยก็จะช่วย ญี่ปุ่นก็จะช่วย เมืองญวนก็จะช่วย

 

สมุห์: เราไม่มีความต้องการอย่างใด แต่เมืองไทยนั้นร้อน ผู้ดีไทยนั้น ใส่เสื้อบางๆตัวเดียวก็พอแล้ว แต่สำหรับท่านนั้นความต้องการช่างมีมากเสียจริง

ฝรั่ง: แต่ท่านก็มีความต้องการมากมายหลายอย่าง ถ้ามิฉะนั้นท่านจะมีนาฬิกาเหล่านี้ กระจกเหล่านี้ และเครื่องตกแต่งบ้าน ตลอดจนสิ่งอื่นๆ อีกร้อยสีร้อยอย่างไว้ทำไมเล่า

สมุห์: ถึงเราจะมีความต้องการ เราก็ไม่มีเงิน

ฝรั่ง: เราไม่ต้องการเงิน ท่านมีสิ่งซึ่งเป็นเงินสำหรับเรา

 

สมุห์: ไม่ใช่ ไม่ใช่! เราไม่ได้ตั้งใจให้มันมี เรามีแต่สิ่งที่เรามีเท่านั้น แต่ท่านสิ มีสภาผู้แทน มีกฎหมาย มี...

ฝรั่ง:ขอให้ท่านอธิษฐานให้ได้มาซึ่งสิ่งที่ท่านยังไม่มี

สมุห์: อธิษฐาน อธิฐาน ท่านเองก็อธิษฐานมานานแล้ว แล้วท่านได้ตามที่ท่านอธิษฐานหรือเปล่า?

 

อ่านข้างต้นนี้แล้ว ก็ขอให้คิดกันดูให้ดีๆ เถิดครับ คนไทย เมื่อสมัยร้อยกว่าปีมาแล้วเวลาพูดจากับฝรั่งท่านคมแท้ๆทีเดียว

 



ผู้ตั้งกระทู้ จิ้งจก :: วันที่ลงประกาศ 2006-06-20 21:55:45


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2010 All Rights Reserved.