ReadyPlanet.com


ขอถามน้องจาก มก.ฉกส. หรือใครๆก็ได้ หน่อยว่า


ท่านว่าต่อไปจะเหลือใครทำนา เพราะทุกวันนี้ลูกชาวนาเรียนจบปนิญญาหมดแล้ว

และก็ที่มหาวิยาลัยไม่ได้สอนให้กลับไปทำนาเสียด้วย เขาสอนให้ไปทำงานที่มีรายได้สูงๆ โก้ๆ

เช่นนี้แล้ว อาชีพทำนาจะเป็นเดพียงตำนานรึเปล่า?

 



ผู้ตั้งกระทู้ 4Dd :: วันที่ลงประกาศ 2006-08-04 10:13:58


[1]

ความคิดเห็นที่ 1 (407471)
ขอถามน้องจาก มก.ฉกส. หรือใครๆก็ได้ หน่อยว่า

ท่านว่าต่อไปจะเหลือใครทำนา เพราะทุกวันนี้ลูกชาวนาเรียนจบปริญญากันหมดแล้ว

และที่มหาวิยาลัยก็ไม่ได้สอนให้กลับไปทำนาเสียด้วย เขาสอนให้ไปทำงานที่มีรายได้สูงๆ แต่งตัวโก้ๆ

เช่นนี้แล้ว อาชีพทำนาจะเป็นเพียงตำนานรึเปล่า ?

ผู้แสดงความคิดเห็น 4Dd วันที่ตอบ 2006-08-04 10:17:30


ความคิดเห็นที่ 2 (410373)

คุณครับ ผม ชื่อ ลวดลาย ชื่อจริงชื่อนายธนินทร์  ผิวขำ เป็นคนคำชะอีครับ อีกไม่กี่เดือนผมก็จะจบปริญญาตรี พ่อกับแม่ผมเป็นชาวนาส่งผมเรียนจนเกีอบจะจบการศึกษาคุณครับก็อย่าเหมาหมดสิ ตอนที่ผมเรียนที่มัธยมน่ะมีหลวงตา ชี ตอนนี้อยู่ที่อเมริกา วัดไทย วอชิงตัน ดี ชี นู้น ท่านสอนว่าเข้ากรุงมุ่งปริญญา แล้วกลับมาเพื่อพัฒนาท้องถิ่น ผมยังจำได้เลยผมไม่เคยคิดว่าจะทิ้งการทำนา บางคนคิดว่า ทำนาแล้วจะได้แต่ข้าวอย่างเดียวผมจะบอกให้น่ะว่า

ผมทำนา ได้ข้าว,ได้ปุ๋ย
ผมทำนา ได้ปลา,ปลาร้า
ผมทำนา ได้ไก่จำนวนหนึ่งและเป็ดไข่
ผมทำนา ได้ไข่เข็มสมุนไพร
ผมทำนา ได้วัวและควาย
ผมทำนา ได้ถั่วลิสง,ถั่วเขียว
ผมทำนา ได้ผักสวนครัว อีกมากมาย
อยากรู้ไหมว่าผมทำนาอย่างไร

ที่นาผม มี 6 ไร่ ขุดสระเลี้ยงปลา 60*80 เมตร คันสระปลูก พื้ชสวนครัว(ตระไคร้ ข่า เพื่อทำเป็นส่วนประกอบของไข่เค็ม)
ในฤดูทำนา ผมเลี้ยงปลาในนาข้าวและปลาที่มาจากธรรมชาติ(ที่มาของปลาและปลาร้า)พร้อมเลี้ยงไก่และเป็ดไข่ไปด้วยตอนที่เราปักดำอายุข้าวในนากว่าจะสุขงอม ไก่และเป็ดไข่โตเต็มที่แล้วปล่อยให้หากินข้าวที่หล่นหามท้องนา(ข้าวเปลือกที่หล่นจากรวง)มันประหยัดต้นทุนกว่ากันเยอะเลยแล้วไก่ช่วงคนเก็บเกี่ยวก็ราคาดีด้วย(ไก่และเป็ดไข่ที่ผมกล่าวถึง)เป็ดไข่ที่ผมเลี้ยงก็สามารถออกไขได้แล้ว(ผมเลี้ยง 50 ตัวออกไขทุกวันวันล่ะ 20 ฟอง 1 เดือน 20 *30 = 600 ฟอง ทำไข่เค็มฟองละ 7 บาท 600 * 7 = 4,200 บาท)เลี้ยงวัว และควาย ปล่อยตามที่นาให้กินตอฟาง(แล้วเราได้ปุ๋ยจากควายและวัวลดต้นทุนการใช้ปุ๋ยเคมีตั้งเยอะเลย คุณคิดเอาเองแล้วกันว่าแต่ละปีเสียเงินค่าปุ๋ยเคมีไร่ล่ะเท่าไหร ดินก็ไม่เค็มเร็ว)หลังจากวัวและควายกินตอฟางแล้วเราก็ปลูกถั่วลิสงครับเพื่อดึง ไนโตรเจนที่อยู่ในอากาศมาให้แก่ดินในท้องนาดินจะได้ดีไงครับ....

ไม่จำเป็นที่ผมจะดิ้นรนหางานที่โก้ ๆรายได้สูง ๆน่ะ เพราะมันลงทุนมากและเป็นคนใช้ในสำนักงานทำไรไม่ดีก็โดนด่าและที่สำคัญน่ะ มหาลัยน่ะจบแต่ละปี 137 แห่ง ๆล่ะ 2,000 เป็นขั้นต่ำน่ะ คูณหารเอาเองแล้วกัน 137 * 2,000 = 274,000 คน ครับตกงานสะสมย้อนหลังอีกอย่างน้อย 3 ปี อีกนี้น่ะ และลืมไปยังไม่รวมเทคนิค เทคโน พานิชฯ หลาย ๆน่ะครับแล้วคุณคิดว่าเขาจะไปหางานที่ไหนถ้าไม่หันกลับมาทำนา

ผมอยากจะฝากทุกท่านที่ตกงานลองกลับมาทำนาแบบผมบ้างน่ะ หากว่าข้อมูลที่ไห้ไปจะเป็นบุญ

ผู้แสดงความคิดเห็น ลวดลาย วันที่ตอบ 2006-08-17 15:16:33


ความคิดเห็นที่ 3 (412669)

ผมขอลองให้ความคิดเห็นน่ะครับ

ซึ่งผมเองก็ไม่รุ้ว่าคนอื่นคิดยังไงมีแง่มุมยังไงมองในด้านไหนแต่สำหรับผมการที่เรามีความคาดหวังในสิ่งต่างๆหรือสิ่งหนึ่งสิ่งใดไม่จำเป็นว่าจะต้องได้ฝันที่เป็นจริงเสมอไปและเราก็สามารถทำในสิ่งที่เราคิดได้เสมอจากที่ผมดูและสังเกตทุกอย่างเป็นไปตามวัฏจัก มีบางครั้งที่อาจไม่สมดุลบ้างแต่สิ่งเหล่านี้ก็ไม่ใช่ปัญหาเพราะธรรมชาติมีการปรับตัวให้คงอยู่ได้และมุนษย์ก็เช่นกันถึงมนุษย์จะพยายามทำส่วนประกอบรอบข้างให้เป็นไปตามที่เราต้องการแต่สุดท้ายความเป็นจริงก็คือความเป็นจริง

จากการที่ผมก็กำลังเรียนอยู่ผมบอกได้ว่าทุกคนที่เรียนส่วนหนึ่งต้องการความสบายในอนาคตแต่อีกส่วนก็ต้องการที่จะพัฒนาตนเองในด้านที่เค้าสนใจในสังคมสภาพแวอล้อมที่ต้องการอยู่ในแบบของเค้าไม่จำเป็นว่าจะต้องไม่ทำนาลองคิดดูง่ายๆประเทศที่เค้าเจริญแล้วภาพรวมของคนในประเทศการศึกษาสูงเค้าก็ยังมีคนทำนามีข้าวกินคนเราก็คิดในสิ่งที่อยากทำ

ผู้แสดงความคิดเห็น ผู้ร่วมสนทนา วันที่ตอบ 2006-08-27 15:51:05


ความคิดเห็นที่ 4 (413959)

ผมอยากเห็นลูกชาวนาทำนาด้วยสติปัญญาจากการไปร่ำไปเรียนมา เป็นกระดูกสันหลังของชาติที่มีมันสมอง การเป็นผู้สร้างผลผลิตจากพื้นดินน่าจะเป็นคำตอบของสังคมที่ดีกว่าการไปให้บริการหรือรับใช้บริษัทใหญ่ๆ ทุกวันนี้เราหาอาหารที่สะอาด ปลอดภัย มีคุณภาพยากขึ้น เรียกว่าจะกินอะไรก็เป็นพิษไปหมด สุขภาพจิตก็เสีย วัฒนธรรมก็เสีย เวลาที่ใช้ก็หมดไปกับการทำงาน การเที่ยวเล่น เสพสุข ถ้ามหาวิทยาลัยไม่สามารถผลิตบัณฑิตที่เป็นเกษตรกรที่ดีได้ ความมั่นคงของชาติจะสั่นคลอนเพียงใด

ผู้แสดงความคิดเห็น akekitty วันที่ตอบ 2006-08-31 22:55:45



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2010 All Rights Reserved.