ปราสาทนารายณ์เจงเวง อ.เมืองสกลนคร ....... วางตัวเป๊ะเว่อร์ ที่มุมกวาด 90-180-270-360 ทั้งๆที่บรรพชนพันปีที่แล้วมีเพียงอุปกรณ์พื้นบ้าน ..... ท่านเหล่านั้นทำอย่างไร?

โจทย์ที่ชมรมอารยธรรมสกลนครต้องหาคำตอบ และ "ซตพ.ด้วยหลักวิทยาศาสตร์"........ ปัจจุบันเราๆท่านมีเครื่องมือวิทยาศาสตร์ที่ทันสมัยในการจับพิกัดทางดาราศาสตร์ เช่น Smartphone GPS และ Magnetic Compass ถ้าจะออกแบบสิ่งก่อสร้างอะไรสักอย่างให้วางตัวตรงกับองศาที่ต้องการก็ใช้เวลาเพียงแค่ "ดูดยาบ่พอมวน" ...... แต่คำถามคือ "บรรพชนเมื่อพันปีที่แล้วผู้สร้างปราสาทหลังนี้" ท่านใช้เทคโนโลยีอะไร?
ถาม ...... ทำไมต้องออกแบบให้ปราสาทนารายณ์ฯหันหน้าตรงกับมุมกวาด 90 องศา
ตอบ ...... บรรพชนที่เราเรียกท่านว่า "ชาวขอม" ใช้ปฏิทินมหาศักราช (Saka Calendar) ซึ่งได้รับอิทธิพลจากอินเดีย เทศกาลขึ้นปีใหม่ตรงกับ "วันที่ 1 เดือนไจตระ" และเป็นปรากฏการณ์ "วสันตวิษุวัต" (vernal equinox) กลางวันเท่ากับกลางคืนในจุดเริ่มต้นฤดูใบไม้ผลิ ปัจจุบันเทียบกับปฏิทินสากลคือวันที่ 21 มีนาคม ชาวขอมถือว่าเป็น "วันสำคัญ" แห่งการประกอบพิธีกรรมทางศาสนาฮินดูจึงต้องสร้างปราสาทให้หันหน้าตรงกับแสงอาทิตย์ยามเช้าของวันนี้
ปราสาทนารายณ์เจงเวงวางตัวตรงกับทิศทั้งสี่
.jpeg)
มีการประกอบพิธีศักดิ์สิทธิ์ในวันสำคัญตรงกับดวงอาทิตย์ในปรากฏการณ์ "วสัตวิษุวัต" (vernal equonox 21 March)
น้ำศักดิ์สิทธิ์ที่เกิดจากพิธีกรรมจะไหลออกจากห้องปรางค์ของปราสาททาง "ท่อโสมสูตร" ทางทิศเหนือ

ท่อโสมสูตรถูกออกแบบให้ตรงกับทิศเหนือแท้ที่มุมกวาด 360 องศา (Az 360) เพื่อชี้ไปที่ขั้วโลกเหนืออันเป็นที่ตั้งของ "ภูเขาศักดิ์สิทธิ์ ชื่อเขาพระสุเมรุ"
การใช้อุปกรณ์ทันสมัย เช่น Application Direction Compass Camera ใน Smartphone จับพิกัดการวางตัวของปราสาทนารายณ์เจงเวง

ปราสาทนารายณ์ฯ หันหน้าไปทางทิศตะวันออกแท้ ณ มุมกวาด 90 องศา (Az 90 E)

ยิงมุมกล้องด้วย Smartphone Aplication Direction Compass Camera ยืนยันการวางตัวตรงกับทิศตะวันตก ณ มุมกวาด 270 (Az 270 W)

วางตัวไปหาทิศเหนือที่มุมกวาด 360 องศา (Az 360 N)

วางตัวไปยังทิศใต้ด้วยมุมกวาด 180 องศา (Az 180 S)

เข็มทิศแม่เหล็ก และ Smartphone แสดงการวางตัวของประตูด้านทิศตะวันออกที่มุมกวาด 90 องศา สังเกตเส้น Center-line ที่ขีดบนพื้นธรณีประตู

รอยขีดบนพื้นศิลาแลงด้านทิศใต้
รอยขีดบนพื้นหินทรายด้านทิศตะวันตก
เป็นที่น่าเสียดายว่าด้านทิศตะวันออกของปราสาทหลังนี้ถูกบดบังด้วยอุโบสถที่สร้างในยุคปัจจุบันจึงมองไม่เห็นดวงอาทิตย์ในปรากฏการณ์วสันตวิษุวัต ก็ต้องใช้ปราสาทภูเพ็ก บนยอดภูเขาที่ ต.นาหัวบ่อ อ.พรรณานิคม สกลนคร เป็นตัวแทนในการพิสูจน์ว่าปราสาทขอมจำนวนหนึ่งหันหน้าไปที่ทิศตะวันออกแท้
ปราสาทนารายณ์เจงเวงตั้งอยู่ในเขตชุมชนของอำเภอเมืองสกลนครทำให้มีการสร้างอุโบสถของวัดบดบังทิศตะวันออก เหมือนกับปราสาทขอมหลายแห่งในประเทศไทยที่ตั้งอยู่ในเขตชุมชน
เพื่อพิสูจน์ว่าปราสาทขอมหลายแห่งหันหน้าตรงกับดวงอาทิตย์ยามเช้าในปรากฏการณ์วสันตวิษุวัตที่มุมกวาด 90 องศา ก็ต้องไปดูที่ "ปราสาทภูเพ็ก" บนยอดภูเขา +520 ม. จากระดับน้ำทะเล ที่นั่นเป็นเขตอุทยานแห่งชาติจึงไม่มีการก่อสร้างอะไรมาบดบัง

ปราสาทภูเพ็ก บนยอดภูเขา +520 ม. จากระดับน้ำทะเล ที่ ต.นาหัวบ่อ อ.พรรณานิคม สกลนคร ถูกก่อสร้างให้หันหน้าตรงกับมุมกวาด 90 องศา หรือทิศตะวันออกแท้ (Due East)

ดวงอาทิตย์ยามเช้าตรู่ในปรากฏการณ์ "วสัตวิษุวัต" (vernal equinox 21 March) ตรงกับกลางประตูปราสาทภูเพ็ก
ถาม ...... บรรพชนขอมพันปีใช้วิธีอะไรในการออกแบบให้ปราสาทหันหน้าตรงกับทิศตะวันออกแท้ที่มุมกวาด 90 องศา (Azimuth 90)
ตอบ ....... ชมรมอารยธรรมสกลนคร ได้ค้นคว้าย้อนไปในประวัติศาสตร์สองพันกว่าปีที่แล้ว พบว่าชาวกรีกโบราณมีวิธีค้นหา "ทิศ E - W - N - S" ด้วยการใช้เงาดวงอาทิตย์ที่เรียกว่า The Shadow Plot จึงนำวิธีนี้มาทดสอบที่ปราสาทภูเพ็กเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ปี พ.ศ.2550 และทดสอบซ้ำๆอีกหลายครั้งในวันต่างๆของปี ยืนยันได้ว่า "อุปกรณ์พื้นบ้านธรรมดาอย่างไม้แท่งเดียว กับ เงาดวงอาทิตย์" สามารถค้นหาทิศตะวันออกแท้และทิศอื่นๆอีกสามทิศได้อย่างถูกต้อง
.jpeg)
สองพันปีที่แล้วนักดาราศาสตร์ชาวกรีกโบราณชื่อท่าน Eratosthenes ใช้วีธี Shadow Plot ในการหาทิศ E - W - N - S

สองพันปีต่อมาประธานชมรมอารยธรรมสกลนครขึ้นไปที่ปราสาทภูเพ็กคนเดียววันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2550 พร้อมด้วยอุปกรณ์พื้นบ้านธรรมดาเพื่อทำ Shadow Plot ตั้งแต่เช้าจนบ่ายแก่ๆ

ทำเครื่องหมายที่ปลายเงาดวงอาทิตย์ทุกๆ 10 นาที จะได้เส้น Curve ตามที่เห็น

เมื่อเสร็จการ Plot ราวบ่ายแก่ๆ ก็ได้เส้น Curve ลักษณะโค้งที่ตัดกับวงกลม 2 จุด ณ ทิศตะวันออก - ตะวันตก (E - W)
.jpeg)
เมื่อได้เส้นตรง E - W แล้ว ก็ไม่ยากในการหาเส้นตรง N - S ด้วยการลากเส้นตั้งฉาก

ทำ Shadow Plot ในปรากฏการณ์ "วสันตวิษุวัต" (vernal equonox 21 March) เงาดวงอาทิตย์เป็นเส้นตรงในพิกัด E - W

Shadow Plot ในปรากฏการณ์ "ศารทวิษุวัต" (autumnal equinox 23 September) เงาดวงอาทิตย์เป็นเส้นตรงในพิกัด E - W

Shadow Plot ในปรากฏการณ์ "ครีษมายัน" (summer solstice 21 June) เงาดวงอาทิตย์เป็นเส้นโค้งทางด้านทิศใต้
Shadow Plot ในปรากฏการณ์ "เหมายัน" (winter solstice 21 December) เงาดวงอาทิตย์เป็นเส้นโค้งทางด้านทิศเหนือ
ลักษณะ Pattern ของเงาดวงอาทิตย์ในปรากฏการณ์สำคัญต่างๆ

ลักษณะเงาดวงอาทิตย์ในปรากฏการณ์สำคัญ
1.ปรากฏการณ์ "เหมายัน" (winter solstice 21 - 22 Dec) เป็นเส้นโค้งทางด้านทิศเหนือ
2.ปรากฏการณ์ "วสันตวิษุวัต และศารทวิษุวัต" (vernal equinox 21 March and autumnal equinox 23 Sep) เป็นเส้นตรง
3.ปรากฏการณ์ "ครีษมายัน" (summer solstice 21 - 22 Jun) เป็นเส้นโค้งทางด้านทิศใต้
การหาทิศ E - W ด้วยวิธี Shadow Plot ในปรากฏการณ์ต่างๆ

Shadow Plot ในปรากฏการณ์เหมายัน (winter solstice)

Shadow Plot ในปรากฏการณ์ "ครีษมายัน" (summer solstice)
Shadow Plot ในปรากฏการณ์ "วิษุวัต" (equinox)
เมื่อได้ทิศทั้งสี่ E - W - N - S ครบถ้วนแล้ว ก็สามารถ "วาดรูปทรงหรือตีผังแปลนปราสาท" ตามที่ต้องการ
ถาม ...... การทำ Shadow Plot ต้องใช้ปรากฏการณ์สำคัญเท่านั้นแล้ววันอื่นๆละจะทำได้ไม้
ตอบ ...... ทำได้ทุกวันครับ วันไหนก็ได้ถ้าท้องฟ้าเปิด แต่ช่วงที่ทำง่ายที่สุดคือปรากฏการณ์ "วิษุวัต" เพราะเงาดวงอาทิตย์เป็น "เส้นตรง" ตั้งแต่เช้าถึงเย็น

เงาดวงอาทิตย์ในปรากฏการณ์ "วิษุวัต" เป็นเส้นตรงในแนว E - W ตั้งแต่เช้าจนเย็น
ถาม ...... ทราบว่ากรมศิลปากรเคยมาบูรณะปราสาทนารายณ์เจงเวง เมื่อปี พ.ศ.2521 - 2525 น่าจะมีการปรับแต่งให้ปราสาทหลังนี้ทำมุมตรงกับทิศ E - W - N - S ใช่หรือไม่ เพราะมีการรื้อหินออกมาและประกอบเข้าไปใหม่ตามเทคโนโลยีที่เรียกว่า Anastylosis
ตอบ ....... ปราสาทหลังนี้ผ่านการบูรณะมาแล้ว 2 ครั้ง กล่าวคือครั้งแรกไม่ปรากฏ พ.ศ. ครั้งที่สองบูรณะโดยกรมศิลปากร เมื่อ พ.ศ.2521 - 2525 ทำเฉพาะองค์ปราสาทซึ่งเป็นหินทรายในส่วนที่พังลงมาเท่านั้น ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับฐานรากที่เป็นศิลาแลง ดูจากภาพถ่ายเมื่อครั้ง พ.ศ.2450 และภาพถ่ายเก่าก่อนปี พ.ศ.2521 ฐานปราสาทยังคงอยู่ที่เดิมไม่ได้พังทะลาย จึงยืนยันว่าแปลนของปราสาทวางตัวในพิกัด E - W - N - S มาตั้งแต่การก่อสร้างเมื่อพันปีที่แล้ว

ภาพถ่ายซ้ายมือ พ.ศ.2450 และภาพขวามือไม่ระบุ พ.ศ. (คาดว่าน่าจะราว พ.ศ.2507) มองเห็นฐานของปราสาทมีสภาพมั่นคง แต่ส่วนที่พังทลายคือองค์ปราสาท
ภาพถ่ายไม่ได้ระบุ พ.ศ. (น่าจะราว พ.ศ.2507) มองเห็นองค์ปราสาทได้รับการซ่อมแซม แต่ฐานปราสาทยังคงอยู่สภาพเดิมไม่ได้พังทลาย
สรุป
จากการทดสอบในพื้นที่จริง ณ ปราสาทภูเพ็ก สกลนคร หลายครั้ง ยืนยันว่าการค้นหาทิศ E - W - N - S ด้วยวิธี Shadow Plot มีความเหมาะสมมากที่สุดในการวางผังแปลนการก่อสร้างปราสาทนารายณ์เจงเวง ด้วยเหตุผล
1.ในยุคโบราณมีการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากอารยธรรมหนึ่งไปสู่อีกอารยธรรมหนึ่ง เช่น วิชาดาราศาสตร์ คณิตศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ ฯลฯ
2.ชาวขอมรับอารยธรรมจากอินเดีย ชาวอินเดียก็รับอารยธรรมมาจากชาวอารยันและกรีก ดังตัวอย่างพระเจ้าอโศกมหาราชก็มีการทำจารึกภาษากรีก
3.พระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราช ก็เคยมาปกครองดินแดนแถบลุ่มน้ำสินธุเมื่อสามร้อยปีก่อนคริสตกาล
ดังนั้น จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ทำไมชาวขอมมีปฏิทินเหมือนอินเดีย ใช้ภาษาสันสกฤตในการทำจารึกและรับองค์ความรู้ต่างๆจากอินเดีย