มิงกาละบา จากทะเลสาบอินเล ..... "คนตัวเล็กๆกับโสร่งเก่าๆ ก็เอาอยู่" .... เปลี่ยนจอกแหนและสาหร่าย กลายเป็นอาชีพและรายได้
.jpeg)
ขณะที่ไทสกลกำลังปวดหัวและถกเถียงกันไม่จบไม่สิ้นกับวิธีการแก้ปัญหา "ผักตบชวา จอกแหน และสาหร่ายในหนองหาร" ..... แต่เมื่อหันไปมองสถานการณ์เดียวกันที่ทะเลสาบอินเล ประเทศเมียนมาร์ พี่น้องชาวหม่องไม่มีเครื่องจักรกล ไม่มีงบประมาณพันล้าน ไม่มีแผนโครงการที่สวยหรู ไม่ต้องรอให้ผู้หลักผู้ใหญ่สั่งการ ..... พวกเขาแก้ปัญหาด้วยหลักการง่ายๆ "เปลี่ยนอุปสรรคให้เป็นอุปกรณ์"
ต้องขอบคุณ ผศ.ดร.สพสันติ์ เพชรคำ ผอ.ศูนย์หนองหารศึกษา ม.ราชภัฏสกลนคร ที่เสนอให้องค์กร IUCN จัดโครงการนำนักวิชาการ ผู้ใหญ่บ้านน้ำพุ และผู้ใหญ่บ้านดอนปอแดง ไปดูงานที่ทะเลสาบอินเล ประเทศเมียนม่าร์ เมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ.2557 เพื่อให้เห็นตัวอย่างของจริง ..... ชาวบ้านธรรมดาสามารถจัดการกับวัชพืชในทะเลสาบได้อย่างลงตัวระหว่าง "การอนุรักษ์แหล่งน้ำ กับการสร้างอาชีพแปลงเกษตรลอยน้ำจากวัชพืข"
ถาม ..... พี่น้องชาวหม่องใช้เทคโนโลยีอะไรในการจัดการผักตบชวา จอกแหน และสาหร่าย
ตอบ ..... เขาเหล่านั้นใช้อุปกรณ์พื้นบ้านคือ เรือพายลำเล็กๆกับตะขอเกี่ยววัชพืช และลำเลียงมาทำแปลงเกษตรลอยน้ำในเขตหมู่บ้าน

แผนที่แสดงทะเลสาบอินเล รัฐฉาน ประเทศเมียนม่าร์ และทะเลสาบหนองหาร จังหวัดสกลนคร ประเทศไทย
แผนที่ทะเลสาบอินเล (Inle Lake) ติดอยู่ที่ลอบบี้โรงแรม
บรรยากาศการปรึกษาหารือกับเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นของรัฐฉานและแกนนำชุมชน ...... คณะดูงานของเราประกอบด้วย ดร.จำเนียร วรรัตน์ชัยพันธ์ ผอ. IUCN Thailand, MS.Angela Andrade IUCN Commission on Ecosystem Management, คุณธวัชชัย รัตนซ้อน Senior Programme Officer IUCN Thailand, ผศ.ดร.สพสันติ์ เพชรคำ ผอ.ศูนย์หนองหารศึกษา, ดร.ปูริดา วปัชชา อาจารย์คณะวิทยาการจัดการ ม.ราชภัฏสกลนคร คุณ Aw Banpen นักวิชาการท้องถิ่นสกลนคร, ผู้ใหญ่บ้านซ่งน้ำพุ, ผู้ใหญ่บ้านดอนปอแดง และสรรค์สนธิ บุณโยทยาน ประธานชมรมอารยธรรมสกลนคร
ขั้นตอนการจัดการวัชพืช
1.ใช้เรือพาย หรือ เรือหางยาว ออกไปเก็บกู้ผักตบชวา จอกแหน และสาหร่ายใต้น้ำ ในทะเลสาบอินเล ทำแบบนี้ทุกๆวันจนแทบจะไม่เหลือ
บ้านเรือนจำนวนหลายหลังคาเรือนตั้งอยู่ในน้ำริมทะเลสาบ เรือพายคือพาหนะอย่างเดียวของการสัญจร

ส่วนหนึ่งของชุมชนตั้งอยู่บนฝั่งริมทะเลสาบ

ใช้เรือธรรมดาในการเก็บวัชพืช ไม่ต้องมีเครื่องจักรกลอะไรให้ยุ่งยาก

กำลังใช้ตะขอกู้สาหร่ายใต้น้ำขึ้นมากองบนเรือ

"ไม้ตะขอ" คืออุปกรณ์ง่ายๆสำหรับการดึงสาหร่ายขึ้นมาจากใต้น้ำ

พอได้สาหร่ายเต็มลำก็แล่นเรือกลับบ้าน

สภาพทะเลสาบแทบไม่เหลือวัชพืชเพราะโดนเก็บทุกวัน
2.เอาวัชพืชมาสร้างแปลงเกษตรลอยน้ำผสมกับขี้เลนที่ขุดขึ้นมา

วิธีเริ่มทำแปลงเกษตรลอยน้ำโดยเอาขี้เลนผสมกับวัชพืช

แปลงที่ใกล้เสร็จมีรูปร่างแบบนี้

แปลงลอยน้ำมีความหนามากจนคนลงไปยืนได้สบายๆเหมือนทุ่นลอยน้ำ
3. เริ่มปลูกพืชผักที่ตลาดมีความต้องการและราคาดี เช่น มะเขือเทศ

ปลูกกล้ามะเขือเทศบนหลังแปลงที่มีขี้ตมพอกอยู่ผิวหน้า

เมล็ดพันธ์ุมะเขือเทศนำเข้ามาจากประเทศไทย


นี้คือแปลงมะเขือเทศที่สวยงาม
4.เก็บเกี่ยวและนำไปส่งตลาด เป็นอาชีพที่สร้างรายได้ทั้งปีเพราะมะเขือเทศเป็นส่วนหนึ่งของอาหารยอดนิยมในเมืองใหญ่ๆ ผลผลิตที่เก็บเกี่ยวมีหลากหลายรูปแบบ ถ้าส่งตลาดไกลๆเช่นเมืองหลวงก็เก็บระยะลูกเขียว ถ้าตลาดไม่ไกลนักก็ลูกอมเหลือ หรือลูกออกแดงๆ
.jpeg)






5. วัชพืชยังถูกนำมาผลิตปุ๋ยหมัก



6. นาข้าวก็อยู่บนแปลงลอยน้ำ



บรรยากาศการท่องเที่ยวในทะเลสาบอินเลที่สวยงามไร้วัชพืชที่เป็นมลพิษทางสายตา

เรือจอดรอนักท่องเที่ยว

ออกเรือไปตามคลอง สังเกตว่าไม่มีผักตบชวา ไม่มีจอกแหน
.jpeg)
ทะเลสาบที่สวยงามเข้าตานักท่องเที่ยวจากต่างชาติ

ร้านอาหารกลางน้ำ
เมนูเด็ดภาษาอังกฤษและภาษาพม่า

Resort กลางน้ำรองรับนักท่องเที่ยวที่ชอบบรรยากาศแบบนี้

ตะวันรอนที่ทะเลสาบอินเล
ถาม ...... หนองหารสกลนคร ทำแบบนี้ได้ไม้?
ตอบ...... ดร.สพสันติ์ เพชรคำ และคณะผลักดันให้บ้านซ่งน้ำพุ อ.โพนนาแก้ว นำประสบการณ์จากทะเลสาบอินเลมาเผยแพร่ แต่โครงการนี้จะเดินต่อได้หรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับทางราชการจะให้ความสำคัญในความเป็นไปได้ของ "มือเล็กๆที่ช่วยกอบกู้หนองหาร"


สรุป
1.เป็นผลงานของชาวบ้านตัวเล็กทำงานเหมือนกองทัพมด เอาผักตบชวา จอกแหน และสาหร่าย มาสร้างอาชีพ สร้างรายได้ จนต้องตั้งราคาซื้อขายแปลงลอยน้ำที่ทำเสร็จแล้ว ผู้ซื้อสามารถใช้เรือลากจูงไปที่บริเวณบ้านตัวเอง
2.ทะเลสาบอินเล ทำหน้าที่เป็นแหล่งอาชีพ สร้างรายได้จากพืชมูลค่าสูงแก่ชาวบ้าน และการท่องเที่ยวที่ลงทุนโดยผู้ประกอบการที่ได้รับอนุญาต ชาวบ้านก็มีงานทำจากรับจ้างขับเรือ และกิจกรรมต่างที่อยู่ในห่วงโซ่
3.ไม่ต้องมีเครื่องจักรกลอะไรเลย ..... สมกับวดีเด็ด "คนตัวเล็ก กับโสร่งเกาๆ ก็เอาอยู่"